โดยนิติธร ล้ำเหลือ กล่าวว่า ศาลรัฐธรรมนูญได้กำหนดคำถามต่อผู้ร้อง 3 ประเด็นได้แก่ กรณีที่นายกรัฐมนตรีประกาศยุบสภาแล้วหากพิจารณาแล้วพ้นสภาพหรือไม่ กรณีการย้ายนายถวิล ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ และเมื่อนายกรัฐมนตรี พ้นจากตำแหน่งแล้ว ครม.พ้นตามด้วยหรือไม่ และสิ่งที่นายกรัฐมนตรี ชี้แจงศาลรัฐธรรมนูญ 8 ประเด็นได้แก่
1.ความเป็นนายกรัฐมนตรีได้หมดไปแล้วตั้งแต่ยุบสภาจึงไม่สามารถพิจารณาพ้นตำแหน่งได้อีก
2. การกระทำต่างๆกระทำโดยชอบในหน้าที่
3. การแต่งตั้งโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) กระทำโดยอำนาจหน้าที่โดยรัฐมีอำนาจสั่งบรรจุได้
4. การย้ายนายถวิลไม่ได้กระทำโดยอำนาจนายกแต่เป็นคำสั่งโดยมติ ครม.
5. การโยกย้ายนายถวิลนั้นเป็นไปตามความเหมาะสมถูกต้องแล้ว
6. รัฐบาลไม่ได้มีวัตถุประสงค์ในการใช้อำนาจเปิดทางให้ พล.ต.อ.เพรียวพันธุ์ ดามาพงศ์ เข้ามาดำรงตำแหน่ง ผบ.ตร.
7.ไม่ได้มีจุดประสงค์โยกย้ายพล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ย้ายจากตำแหน่ง ผบ.ตร.ไปเป็นเลขาธิการสมช.เเละปลัดกระทรวงคมนาคมเพื่อเปิดทางพล.ต.อ.เพรียวพันธุ์ เข้ามาดำรงตำแหน่ง ผบ.ตร. แทน
8.นายกรัฐมนตรียืนยันจะดำรงตำแหน่งต่อไปพร้อม ครม.ทั้งคณะ
นายนิติธร กล่าวอีกว่า จะเห็นได้ว่าคำให้การของนายกรัฐมนตรีไม่สามารถตอบคำถามต่อศาลรัฐธรรมนูญได้ตรง และไม่สามารถชี้ชัดหรือแสดงความบริสุทธิ์ในการใช้อำนาจหน้าที่ในการโยกย้ายปรับตำแหน่งราชการส่วนต่างๆ และเอื้อประโยชน์ต่อพวกพ้อง ตามขั้นตอนการไต่สวนข้อเท็จหากไม่สามารถตอบคำถามศาลได้ ก็เป็นอันพ้นสภาพโดยสิ้นเชิงและจะต้องพ้นออกไปทั้งคณะ ส่วนตัวเชื่อว่าการให้ถ้อยคำของนายกฯ จะทำให้ในวันพรุ่งนี้(7 พ.ย.)นั้น มีคำตัดสินให้ต้องพ้นจากสภาพนายกรัฐมนตรีแน่นอน
ขณะที่นายชาญชัย กล่าวว่า กรณีโยกย้าย นายถวิล นายกรัฐมนตรีถือว่าตนมีอำนาจโยกย้าย และใช้อำนาจโดยไม่ชอบ ทำการโดยย้ายและลดอำนาจรวมถึงสถานภาพ และหากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่ากระทำดังกล่าวผิดจริงก็จะเชื่องโยงกับรัฐธรรมนูญ มาตรา 180 ทำให้รัฐมนตรีทั้งคณะต้องพ้นจากตำแหน่งทันที