เช่นกรณีที่เกิดเพลิงไหม้บ่อขยะขนาดใหญ่ในหลายๆพื้นที่เช่น บ่อขยะราชาเทวะ และล่าสุดได้เกิดเหตุขึ้นอีก ในพื้นที่ ต.ลาดสวาย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี โดยหลังเกิดเหตุทีมข่าวได้ลงพื้นที่ชุมชนใกล้เคียงเพื่อตรวจสอบถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นกับชุมชน รวมทั้งสอบถามถึงเรื่องการบริหารจัดการขยะในพื้นที่ จากการลงพื้นที่ ชาวบ้านให้ข้อมูลว่า ขยะที่มีอยู่เป็นจำนวนมากนั้น เกิดจากการบริหารจัดการที่ล้มเหลวของผู้เกี่ยวข้อง ทั้งเรื่องจากเก็บขยะออกจากชุมชนและการขนย้ายขยะออกไปกำจัดยังที่อื่น จนเป็นเหตุให้มีขยะตกค้างอยู่เป็นจำนวนมากมายมหาศาล นางน้อย เอมเสริม อายุ 67 ปี ชาวบ้านในชุมชนแต้เจริญ 1 ซึ่งเป็นชุมชนที่อยู่ห่างจากบ่อขยะของเทศบาลเมืองลาดสวายเพียงประมาณ 500 เมตร กล่าวว่า ตนเองนั้นมาอยู่อาศัยที่ชุมชนนี้มานานนับ 10 ปีแล้ว และบ่อขยะแห่งนี้ก็ตามมาทีหลัง ซึ่งเมื่อก่อนนั้นขยะจะมีไม่มาก เพราะมีการขนถ่ายออกไปตลอดเวลา ซึ่งก็ไม่ได้รับผลกระทบมากเท่าใด แต่มาในระยะหลังกลับมีขยะเพิ่มมากขึ้นตลอดเวลา จนทุกวันนี้กองเหมือนภูเขาขนาดใหญ่ "ผลกระทบคือเรื่องกลิ่นเน่าเหม็น และมีแมลงวันจำนวนมากชาวชุมชนเคยร้องเรียนให้ทำการแก้ไขหลายครั้งแล้วแต่ก็ไม่เคยมีอะไรดีขึ้นเลย และยังมาถูกไฟไหม้ซ้ำอีก ทำให้ได้รับความเดือดร้อนมากทั้งกลิ่นและควันไฟ จึงอยากให้ขนย้ายขยะทั้งหมดออกไปจะดีที่สุด" นางน้อย กล่าว นางน้อย บอกต่อว่า ขณะเกิดเหตุเพลิงไหม้ขยะ ชาบ้านกำลังได้รับความเดือดร้อน แต่เจ้าหน้าที่ที่เข้ามาก็ให้แค่เพียงยาอมแก้ไอ และผ้าปิดจมูก แถมยังบอกว่าถ้าอยู่ไม่ได้ก็ให้ออกไปอยู่ที่อื่นก่อน ตนเองจึงได้บอกไปว่าไม่ไปไหนหรอก ก็บ้านเราอยู่ตรงนี้จะให้ไปไหนละ จะตายก็ขอตายที่บ้านเรานี่แหละ ขณะที่นางวิภาวรรณ อรรถโสภา ชาวบ้าน ต.ลาดสวาย บอกในทำนองเดียวกันว่า ก่อนหน้านี้การดำเนินการจัดเก็บขยะตามชุมชนต่างๆของทางเทศบาลเมืองลาดสวาย นั้น จะมีเจ้าหน้าที่มาเก็บบ่อยๆ ประมาณอาทิตย์ละ 1 ครั้ง หรือ 2 ครั้ง แต่ตอนนี้มีเจ้าหน้าที่มาเก็บนานๆครั้ง บางทีมาเดือนหนึ่งมาเก็บเพียง 1 ครั้ง หรือ 2 ครั้ง ทำให้มีขยะตกค้าง ซึ่งชาวบ้านก็ได้รับผลกระทบในเรื่องกลิ่น และกลัวเรื่องเชื้อโรค ก็อยากฝากให้ทางเทศบาลเข้ามาดำเนินการเก็บขยะให้เหมือนเดิมก็จะดีมาก นายจิรชาติ ชายวงศ์ ชาวบ้าน ต.ลาดสวาย ชาวบ้านอีกราย เชื่อว่า ปัญหาในเรื่องขยะนั้นมีอยู่ 2 ประเด็น คือประเด็นแรกคือปัญหาขยะที่ปล่อยให้ตกค้างอยู่ตามชุมชน ตามหมู่บ้านต่างๆซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนมาก และประเด็นที่ 2 คือ เมื่อจัดเก็บมาแล้วก็มาวางกองไว้หลังที่ทำการเทศบาล และด้วยการบริหารจัดการแบบนี้จึงทำให้จำนวนหรือปริมาณขยะเพิ่มขึ้นทุกวันๆสร้างผลกระทบทั้งในด้านสิ่งแวดล้อมและชีวิตของประชาชนที่อยู่ใกล้เคียง "เท่าที่ทราบมานั้นปัญหาใหญ่คือการบริหารจัดการของเทศบาลเอง เพราะมีการจ้างบริษัทเอกชนเข้ามาดำเนินการขนย้ายและจ่ายเงินไปแล้วจำนวนหลายสิบล้านบาท แต่ขยะก็ยังกองอยู่เหมือนเดิม ซึ่งตรงนี้ประชาชนเขาสงสัย อย่างไรก็ตามคุณจะบริหารจัดการอย่างไรนั้นชาวบ้านไม่สนใจ สนใจเพียงว่าขยะต้องหมดไป"นาสยจิรชาติ กล่าว ชาวบ้านเจ้าของที่นาข้างบ่อขยะที่ได้รับความเดือดร้อนเช่นเดียวกัน คือนายสมศักดิ์ เฉยสวัสดิ์ อายุ 59 ปี อยู่บ้านเลขที่ 41/2 หมู่ 5 ต.ลาด สวาย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี บอกว่า ได้รับความเดือดร้อนจากน้ำของขยะที่ไหลเข้านาข้าว ทำให้ข้าวได้ผลผลิตไม่ดี พอเริ่มทำนาจะมีคราบขาวๆคล้ายผลึกเกลือ อีกทั้งกลิ่นขยะส่งกลิ่นเหม็นเมื่อทิศทางลมพัดไปทางบ้านของตนเอง ทางเทศบาลลาดสวายไม่เคยส่งคนมาดูแลเรื่องนี้เลย "พอมีข่าวออกไปเมื่อเช้านี้เพิ่งเอาหน้ากากกันกลิ่นและควันมาแจกชาวบ้าน เคยทำเรื่องร้องเรียนและแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเกี่ยวกับความเดือดร้อนที่ได้รับแต่เรื่องก็เงียบหายไป จึงวอนขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขปัญหาให้บ้าง แต่จริงๆอยากให้เทศบาลหาพื้นที่ทิ้งขยะใหม่ไม่ให้เดือดร้อนชาวบ้านในละแวกนี้" นายสมศักดิ์ กล่าว เกี่ยวกับการแก้ปัญหา ทางดร.เฉลิมพล ผาสุก นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองลาดสวาย กล่าวว่า เรื่องขยะนั้นมีมานานตั้งแต่ตนเองยังไม่เข้ามาดำรงตำแหน่ง โดยขยะจะมีเพิ่มมากขึ้นหลังจากน้ำท่วมใหญ่ครั้งที่ผ่านมา อีกทั้งในพื้นที่เมืองลาดสวายก็มีชุมชนขนาดใหญ่จำนวนมาก มีปริมาณขยะประมาณวันละ 60-80 ตัน ซึ่งถือว่าเยอะมาก และเทศบาลเองนั้นก็ไม่มีโรงานกำจัดขยะเพราะติดขัดเรื่องเงินงบประมาณ ดังนั้นเมื่อเจ้าหน้าที่ออกไปเก็บขยะในชุมชนต่างๆก็ต้องนำมาพักไว้ก่อนและค่อยๆดำเนินการขนย้ายออกไปกำจัดยังสถานที่อื่นโดยการว่าจ้างบริษัทเอกชนเข้ามาดำเนินการ แต่เพราะปริมาณขยะมีจำนวนมากในแต่ละวันจึงทำให้ยังคงมีขยะตกค้างอยู่ซึ่งเราก็เร่งรัดให้รีบดำเนินการอยู่ตลอดเวลาไม่ได้ปล่อยปละละเลยแต่อย่างใด "ส่วนที่มีการกล่าวอ้างว่า ผมเองนั้นดำเนินการว่าจ้างบริษัทอกชนเข้ามาดำเนินการขนย้ายขยะอย่างไม่ถูกต้องนั้น ขอเรียนว่าไม่เป็นความจริง เพราะเราได้ดำเนินการตามระเบียบกฎหมาย โดยเป็นไปตามระเบียบว่าด้วยเรื่องพัสดุ ไม่อย่างนั้นคงไม่มีการเสนอมายังผู้บริหาร ขอยืนยันว่าเราทำตามระเบียบทางราชการอย่างเคร่งครัด ดร.เฉลิมพล กล่าว สุดท้ายปัญหาขยะยังคงเป็นปัญหาใหญ่ ที่ทุกภาคส่วนจะต้องระดมสรรพกำลังเข้ามาร่วมกันแก้ไขปัญหาอย่างจริงจังและรวดเร็ว ถ้ายังคงปล่อยให้ท้องถิ่นทำหน้าที่บริหารจัดการกันเองตามยถากรรม เชื่อว่าปัญหาจะยังมีอยู่ต่อไปและจะเพิ่มความรุนแรงขึ้น..!