เมื่อวันที่ 28 เม.ย.ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล ร่วมกับ มธ.จัดงานเสวนาแกะรอยวิกฤตแรงงานหญิงไทยกับสุราเนื่องในวันแรงงานแห่งชาติ ปี2557โดยมีกลุ่มสหภาพแรงงาน กลุ่มแรงงานนอกระบบ องค์กรสตรี เข้าร่วมกว่า 40คน ทั้งนี้น.ส.ปุณิกา อภิรักษ์ไกรศรี อาจารย์ประจำคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดเผยถึงงานวิจัยชีวิตแรงงานหญิงกับวงจรเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ปี2556-2557 โดยสำรวจกลุ่มแรงงานหญิงพื้นที่ จ.นนทบุรี เครือข่ายสหภาพแรงงานอ้อมน้อย-อ้อมใหญ่ และแรงงานเขตนิคมอุตสาหกรรมภาคเหนือ จ.ลำพูน จำนวน1,667 ราย พบว่า ปัจจัยที่ทำให้แรงงานหญิงมีพฤติกรรมการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แบบต่อเนื่องและเพิ่มระดับดีกรีขึ้น มาจาก1.ประสบการณ์การดื่มครั้งแรก ซึ่งมีผลต่อการดื่มในครั้งถัดไป เช่น ดื่มครั้งแรกมีประสบการณ์ที่ดี ก็จะกระตุ้นให้เพิ่มดีกรีมากขึ้นได้ง่าย 2.กลุ่มเพื่อน มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการดื่มเพื่อสร้างสัมพันธ์กับเพื่อนฝูง สำหรับช่วงเวลาที่นิยมดื่มคือ วันหยุด หลังเลิกงาน นางสาวปุณิกา กล่าวว่า 3.โอกาสในการดื่มตามเทศกาล เช่น งานวันเกิดเพื่อน งานเลี้ยงบริษัท งานเทศกาล อย่างสงกรานต์ งานบวช งานแต่งงานฯลฯ และ 4.สถานการณ์ปัญหาชีวิต ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการดื่มต่อเนื่องและเพิ่มระดับดีกรีที่มีความเข้มข้นมากขึ้น ได้แก่ ปัญหาครอบครัว 28.91%รองลงมาปัญหาความรัก 25.59% และปัญหาการทำงาน23.63% ทั้งนี้ผลกระทบจากการดื่มของแรงงานหญิง พบว่ามีความเสี่ยงต่อการถูกลวนลามและถูกล่วงละเมิดทางเพศ นอกจากนี้ยังก่อให้เกิดอุบัติเหตุ 78.72% อย่างไรก็ตามการดื่มยังนำไปสู่ความขัดแย้งทะเลาะวิวาทในครอบครัวกว่า25.67%ครอบครัวไม่เข้าใจกัน 24.10% ซึ่งความถี่ของการทะเลาะวิวาทในครอบครัวเป็นบางครั้งมีมากกว่า73.68%โดยระดับความรุนแรง77.98%การมีปากเสียง13.15% ทำร้ายร่างกาย และได้รับบาดเจ็บต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล7.34% ที่น่าห่วงคือแรงงานหญิงบางรายมีพฤติกรรมดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ขณะตั้งครรภ์5.55% ซึ่งอายุการตั้งครรภ์ระหว่าง 0-3เดือน รองลงมา4-6เดือน และ7-9เดือน นอกจากนี้การดื่มของแรงงานหญิงยังส่งผลต่อการทำงานคือมีปัญหากับนายจ้าง 20.32% มีปัญหาขาดงาน 35.72% ส่งผลต่อการทำงานล่วงเวลา(OT) 39.11% ซึ่งผลการวิจัยดังกล่าว สะท้อนให้เห็นวงจรชีวิต ผลกระทบ และแนวโน้มของพฤติกรรมการดื่ม จะขึ้นอยู่กับสภาวะการถูกกดทับจากสภาพการทำงานและสิ่งแวดล้อมในสังคม ที่มีผลต่ออารมณ์ ความรู้สึก การดื่มจึงเป็นช่องทางระบายความรู้สึก มีพื้นที่ปลดปล่อยความรู้สึก ดังนั้นการสร้างพื้นที่เรียนรู้และเข้าใจวิถีชีวิตของแรงงานหญิงจึงเป็นสิ่งสำคัญ เช่น การจัดตั้งศูนย์ให้คำปรึกษาในโรงงาน ส่งเสริมกิจกรรมการรวมกลุ่มเพื่อพัฒนาพัฒนาศักยภาพแรงงานหญิง การพัฒนาสภาพการทำงานและสภาพการจ้างงานให้ดีขึ้นน.ส.ปุณิกา กล่าว ด้านนางสุรินทร์ พิมพา ผู้นำแรงงานหญิงกลุ่มสหภาพแรงงานอ้อมน้อย-อ้อมใหญ่ จ.สมุทรสาคร และจ.นครปฐม กล่าวว่า ปัญหาแรงงานหญิงกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ยังเป็นปัญหาสำคัญที่ต้องแก้ไข อย่างจริงจัง รวมถึงการถูกละเมิดสิทธิ์อย่างต่อเนื่อง เช่น ช่วงการลาคลอด มีระยะเวลาสั้นเกินไป หรือแม้กระทั่ง การถูกปลดออก ทั้งที่มีกฎหมายห้ามปลดออกอย่างชัดเจน ซึ่งสหภาพแรงงานมีข้อเรียกร้องรัฐบาลมาอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งสำนักงานประกันสังคม ให้ดูแลปัญหาแรงงานถูกละเมิดสิทธิ์ และเข้มงวด ในการให้กฎหมายสามารถทำงานได้จริง ไม่ใช่ยังคงสวนทางกับสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในชีวิตแรงงาน อยากให้แก้ปัญหายกระดับคุณภาพชีวิตแรงงานหญิงลดพฤติกรรมการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ นายจ้างหรือบริษัทควรมีกฎระเบียบเข้มงวดห้ามดื่มในวันทำงาน และคืนก่อนวันทำงาน เพื่อป้องกันการเมาค้างและลงโทษผู้ที่ยังมีอาการเมาค้าง มาสาย ขาดงาน และมีมาตรการส่งเสริมผู้เลิกดื่ม เช่น เพิ่มรายได้หรือสวัสดิการหรือร่วมออมเงินกับผู้เลิกดื่ม จะช่วยให้ลดนักดื่มเพิ่มผลิตผลของงานได้ นอกจากนี้ปัญหาแรงงานหญิงตั้งครรภ์ทั้งคนไทยและพม่ายังถูกกดขี่ บางคนถูกไล่ออก หรือเมื่อเกิดอุบัติเหตุในระหว่างทำงานก็ไม่ได้รับการดูแล จึงอยากขอให้กระทรวงแรงงานเข้ามาดูแลอย่างจริงจัง" นางสุรินทร์ กล่าว