เนชั่นทีวี

ข่าว

สกอ.จี้ สมศ.ถอด U-NET สมศ.ชงบอร์ด 29 เม.ย.

28 เม.ย. 2557 | wanchat

สกอ.จี้ สมศ.ถอด U-NET สมศ.ชงบอร์ด 29 เม.ย.

กระทรวงศึกษาธิการ – สกอ.จี้ สมศ.ถอดชนวนสอบ U-NET ยกเลิกการนำกรอบ TQF มาเป็นตัวชี้วัดการประเมินภายนอก ซึ่งนำไปสู่การสร้างข้อสอบ U-NET มาวัดผล TQF ของแต่ละมหาวิทยาลัย

ด้าน สมศ.ยืนยัน U-NET   เกิดตามเสียงเรียกร้องของชาวอุดมศึกษาเอง  เตรียมชงเรื่องเข้าที่ประชุมบอร์ด 29 เม.ย.นี้ ถกปัญหาสกอ.ขอล้ม U-NET                  สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา- เมื่อวันที่ 28 เมษายน  ศ.(พิเศษ) ดร.ทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา กล่าวถึงกรณีที่มีนักศึกษาจากมหาวอทยาลัยต่าง ๆออกมาแสดงความไม่เห็นด้วยกรณีที่ สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) จะให้มีการจัดทดสอบทางการศึกษาระดับชาติระดับอุดมศึกษา หรือ U-NET ในปีการศึกษา 2557  ว่า รู้สึกกังวลใจที่ สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ(สทศ.)จะให้นักศึกษาทั้งปริญาตรี โท และเอก สอบU-NET  และอยากให้สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) ถอดกรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแห่งชาติ หรือ TQF ออกจากตัวชี้วัดการประเมินคุณภาพภายนอกรอบ 4  เพื่อจะได้ไม่ต้องสร้างสอบ U-NET ขึ้นมาวัดว่า สถาบันอุดมศึกษาแต่ละแห่งจัดการศึกษาได้มีมาตรฐานตามกรอบ TQF หรือไม่                 ศ.(พิเศษ) ดร.ทศพร กล่าวต่อว่า จริง ๆแล้ว ระบบ TQF พัฒนาขึ้นโดย สกอ.เพื่อใช้สำหรับงานประเมินคุณภาพภายในของสถาบันอุดมศึกษา   โดยTQF ของแต่ละสาขาวิชาจะกำหนดเป็นแนวทางไว้ว่าบัณฑิตจะต้องมีความรู้ความสามารถอย่างไรใน 5 ด้าน คือ  1.ด้านคุณธรรม จริยธรรม 2.ด้านความรู้ 3.ทักษะทางเชาวน์ปัญญา 4.ด้านทักษะความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและความรับผิดชอบ 5.ด้านทักษะการคิดวิเคราะห์เชิงตัวเลข การสื่อสารและการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ทั้งนี้ เพื่อให้มีความมั่นใจในการผลิตบัณฑิต อย่างไรก็ตาม สมศ.ได้ยกร่างกรอบการประเมินรอบ 4 และนำTQF มาเป็นหนึ่งใน 9 ตัวชี้วัดด้วย แต่แทนที่ สมศ.จะหยิบผลการประเมินภายในตามกรอบ TQF ของมหาวิทยาลัยไปใช้เลย  สมศ.อาจไม่มั่นใจในข้อมูลดังกล่าว   จึงให้ สทศ.จัดทำแบบทดสอบเพื่อวัด TQF เอง ซึ่งก็คือข้อสอบ U-NET                   "สกอ.ได้แย้ง สมศ.ไปหลายครั้งแล้วว่า กรอบTQF เหมาะสำหรับใช้ในการประกันคุณภาพภายใน แต่ไม่เหมาะสำหรับการประกันคุณภาพภายนอก อีกทั้งการประเมินภาพในตามกรอบTQF ก็มีวิธีได้ข้อมูลมาหลากหลาย ไม่จำเป็นต้องได้ข้อมูลจากการทดสอบอย่างเดียว แต่อาจเก็บข้อมูลจากแหล่งอื่น ๆด้วย แล้วนำมาประมวลวัดคุณภาพของบัณฑิต นอกจากนั้น การนำแบบทดสอบทั่ว ๆไปมาวัดความรู้ความสามารถของบัณฑิตทุกสาขาวิชา ก็อาจเกิดปัญหาได้ เพราะแต่ละสาขาวิชามีระดับความสามารถในด้านต่าง ๆไม่เท่ากัน อย่างเช่น สาขาเศรษฐศาสตร์ก็จะมีหลักความสามารถทางคำนวนมากกว่าสาขารัฐศาสตร์ ไม่สามารถใช้ข้อสอบเดียวกันมาวัดได้ " เลขาธิการ กอศ. กล่าว               ศ.(พิเศษ) ดร.ทศพร กล่าวอีกว่า แม้สทศ.จะยืนยันว่าไม่ได้บังคับให้นักศึกษาสอบ U-NET แต่ถ้าข้อสอบU-NET ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการวัดTQF กลายเป็นตัวบ่งชี้การประเมินภายนอกของสมศ.แล้ว ในที่สุดการสอบU-NETก็จะกลายเป็นภาคบังคับ มหาวิทยาลัยทุกแห่งก็จะจัดให้นักศึกษาสอบเพราะห่วงเรื่องการประเมินภายนอก  ทั้งนี้ สกอ.ก็ได้ส่งสัญญานไปยังสมศ.หลายครั้งแล้ว ล่าสุดเมื่อวันที่ 17 เมษายน ซึ่งประชุมร่วมกับสมศ.ก็ได้ทักท้วงไปอีกครั้งว่า อย่าเพิ่งนำกรอบTQF มาเป็นตัวบ่งชี้การประเมินภายนอก ซถ้า สมศ.ถอดตัวบ่งชี้นี้ออก ก็จะเป็นการแก้ปัญหาการสอบ U-NETนี้ไปโดยปริยาย แต่หากสมศ.ยังต้องการนำกรอบTQF มาเป็นส่วนหนึ่งของการประเมินภายนอกจริง ๆแล้ว ก็ไม่จำเป็นจะต้องสอบU-NETเพื่อให้ได้ข้อมูลการประเมินตามกรอบTQF  แต่อาจใช้วิธีขอข้อมูลจากมหาวิทยาลัย และอาจมีการสุ่มเช็คข้อมูลเพื่อให้เกิดความมั่นใจในข้อมูลที่มหาวิทยาลัยส่งให้  วิธีนี้จะดีกว่า ไม่สร้างภาระให้เด็กและครูด้วย            "อยากให้ไปลองหาดูว่าประเทศอื่นทั่วโลกมีประเทศใดบ้างที่สอบU-NET แต่ที่แน่ ๆประเทศอังกฤษไม่มี และหลายประเทศก็ไม่มี ดังนั้น สกอ.จะทักท้วงไปอีกครั้งว่าสมศ.ยังยืนยันที่จะให้มีการจัดสอบU-NETอยู่อีกหรือไม่ ทั้งนี้ การสอบU-NET ถ้าเป็นในแง่ของการวัดภาพรวมให้เห็นว่าคุณภาพการจัดการศึกษาอยู่ตรงไหน โดยที่ไม่ต้องไปเชื่อมโยงกับการประเมินภายนอกก็สามารถทำได้" เลขาธิการ กกอ. กล่าว  และว่า โดยเฉพาะการเรียนในระดับปริญญาโทและเอก ซึ่งมีการทำวิทยานิพนธ์ก่อนจบ มีการสอบ comprehensive ที่เปรียบเสมือนระบบประกันคุณภาพอย่างเข้มข้นของมหาวิทยาลัยอยู่แล้ว แต่กลับให้ผู้เรียนต้องมาสอบข้อสอบทั่วไปอย่าง U-NET อีก ซึ่งไม่แน่ใจว่าจะได้ประโยชน์แค่ไหน            ศ.ดร.ชาญณรงค์  พรรุ่งโรจน์ ผู้อำนวยการสมศ. กล่าวว่า  สมศ. เป็นหน่วยงานประเมินคุณภาพภายนอกโดยรวมของสถาบันการศึกษา โดยนำผลประเมินที่มีอยู่แล้วมาเป็นตัวบ่งชี้หนึ่งในการประเมิน  โดยการประเมินคุณสภาพภายนอก รอบ3  ที่ ผ่านมา สมศ. ก็ใช้ TQF ของสกอ.เป็นตัวบ่งชี้หนึ่ง ในการประเมินความรู้ความสามารถตามหลักสูตร แต่เมื่อมีการประเมินไประยะหนึ่งก็มีเสียงสะท้อนจากมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ว่า หากใช้ TQF ของสกอ. อาจจะทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบ เพราะมหาวิทยาลัยต่างคนต่างทำ ดังนั้นจึงอยากให้มีหน่วยงานกลางมาทำหน้าที่วัดประเมินผลตรงนี้ ซึ่งเมื่อสทศ. จะจัดสอบ U-NET  สมศ. จึงเห็นว่าน่าจะนำผลสอบมาใช้ เพื่อให้การจัดสอบมีประโยชน์ และเกิดการพัฒนาคุณภาพการศึกษาอย่างแท้จริง อย่างไรก็ตามในส่วนที่สกอ. เสนอให้ยกเลิกการนำคะแนนU-NET  มาเป็นตัวบ่งชี้หนึ่งในการประเมินภายนอก รอบ 4 นั้น ในการประชุมคณะกรรมการบริหารสมศ. วันที่ 29 เมษายน จะนำเรื่องดังกล่าวเข้าหารือ เพื่อขอความคิดเห็นจากผู้ทรงคุณวุฒิ  รวมถึงจะดูด้วยว่าหากไม่หยิบ U-NET  ที่สทศ. จัดสอบมาใช้แล้ว จะมีตัวประเมินตัวใดที่จะสะท้อนคุณภาพบัณฑิตได้ดีกว่า

ข่าวล่าสุด