ชี้หาก 2 สัปดาห์หาทางออกไม่สำเร็จก็ยกเลิก ยันไม่ได้คุยต่อรอง"ทักษิณ"แลกอนาคตการเมือง เชื่อคนไทยไม่สบายใจดึงสถาบันเอี่ยวการเมือง เมื่อเวลา 09.30 น. ที่กองบัญชาการกองทัพไทย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้เดินทางมาพบพล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เพื่อหารือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบันเป็นการส่วนตัว โดยไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าบันทึกภาพหรือทำข่าวแต่อย่างใด ซึ่งในการหารือทั้งสองคนได้แสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์ความขัดแย้งสูงในปัจจุบัน ทั้งนี้ นายอภิสิทธิ์ ได้ชี้แจงถึงสถานการณ์และแสดงเจตนาในการเดินทางไปพบปะกับกลุ่มต่าง ๆ เพื่อเสนอแนวทางในการแก้ไขปัญหา ซึ่งจะเป็นไปตามกรอบรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ซึ่งผู้บัญชาการทหารสูงสุด เห็นด้วยกับแนวทางของ นายอภิสิทธิ์ ที่จะเดินทางไปพบปะกับกลุ่มต่าง ๆ เพื่อแก้ไขปัญหาทางด้านการเมือง สำหรับกองทัพเห็นว่าปัญหาทางการเมืองควรแก้ไขด้วยแนวทางทางการเมือง โดยกองทัพได้แสดงจุดยืนในการปฏิบัติหน้าที่ตามความรับผิดชอบยึดมั่นในรัฐธรรมนูญกฎหมาย เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นสำคัญ โดยใช้เวลาหารือประมาณ 2 ชั่วโมง จากนั้น นายอภิสิทธิ์ แถลงถึงผลการหารือว่า ตนมานำเสนอความพยายามที่จะเสนอทางออกในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง และได้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นถึงสถานการณ์ต่าง ๆ โดยทั้งตนและผู้บัญชาการทหารสูงสุดมีความห่วงใยสถานการณ์ปัจจุบันอย่างมาก เพราะยังมีความขัดแย้ง ความรุนแรงที่ยังคงดำรงอยู่ในสังคม หลายฝ่ายยังมองภาพไม่ชัดว่าสถานการณ์จะคลี่คลายไปอย่างไร และยังเห็นตรงกันว่าสถานการณ์ต่อไปนี้เป็นสถานการณ์ที่มีความเปราะบาง ซึ่งตนได้อธิบายแนวคิดที่เป็นหลักการสำคัญในการเสนอทางเลือกหรือคำตอบให้กับสังคม และได้มีการอธิบายแนวทางในการทำงานต่อไป ซึ่งตนจะเดินทางไปพบกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในช่วงเช้าวันพรุ่งนี้ และจะเดินสายไปพบกับกลุ่มต่าง ๆ เพื่ออธิบายแนวความคิดนำไปสู่ทางออกต่อไป ส่วนการเข้าพบนายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนา ยังไม่มีการตอบรับ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดสนับสนุนในสิ่งที่ผมทำ ท่านต้องการเห็นฝ่ายต่าง ๆ ช่วยกันคลี่คลายสถานการณ์และเห็นว่าความพยายามใด ๆ ที่จะช่วยแก้ไขปัญหาได้ก็เป็นสิ่งที่สมควรทำโดยปัญหาทางด้านการเมืองท่านเห็นตรงกับผมว่า เป็นเรื่องที่ฝ่ายการเมืองต้องมีส่วนในการแก้ไขปัญหาเป็นสำคัญ และยืนยันว่ากองทัพจะยึดมั่นในการปฏิบัติภารกิจตามรัฐธรรมนูญ เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นสำคัญ ทั้งนี้ผมได้แสดงความขอบคุณกองทัพที่ดำรงบทบาทตามรัฐธรรมนูญ ไม่ได้แสดงความเป็นฝักใฝ่ทางการเมือง แต่ปฏิบัติภารกิจอย่างเข้มแข็งในการดูแลความมั่นคง และประโยชน์สุขของประชาชน และกองทัพก็ได้ดำเนินการในสิ่งที่ประชาชนห่วงใย เช่น ปัญหาการกระทำผิดกฎหมาย ล่วงละเมิดสถาบัน นายอภิสิทธิ์ ระบุ เมื่อถามถึงกระแสข่าวว่า นายอภิสิทธิ์ ไปเจรจากับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เพื่อหาทางออกให้กับประเทศ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า หลายคนยังสับสน ตนไม่ได้ไปเจรจาต่อรองกับใคร แต่มีความจำเป็นที่จะต้องเสนอทางออกให้กับประเทศ ซึ่งทางออกของประเทศคือการปฏิรูป แต่จะต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขรัฐธรรมนูญ ข้อเสนอของตนไม่มีประเด็นว่าจะไปเจรจาผลประโยชน์อะไรกับใคร เพราะจุดยืนของตนชัดเจนว่าจะต้องว่าไปตามกฎหมาย ส่วนที่บอกว่าตนจะไปมีผลประโยชน์ต่อรองตำแหน่งทางด้านการเมืองในอนาคตยืนยันว่าไม่มี ข้อเสนอของตนไม่มีอย่างนั้น เมื่อถามว่า พรรคเพื่อไทยอยากให้ นายอภิสิทธิ์ ไปเจรจากับ กปปส.นั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนมีแนวทางของตน ตนจะเป็นคนเลือกเองว่าจะพบใครก่อนหรือหลังเพื่อมุ่งไปสู่ความสำเร็จ หากพรรคเพื่อไทยจะทำข้อเสนอก็มีสิทธิ์ทำได้ แต่ตนพยายามจะทำวิธีการที่เหมาะสมเป็นตัวตั้ง และแสวงหากับแนวร่วมต่าง ๆ ตนจะเป็นคนประเมินเอง ถ้าสิ่งที่ตนทำไม่สำเร็จ ภายใน 2 สัปดาห์ทุกอย่างก็จบ และคงจะไม่มีสัปดาห์ที่ 3 ส่วนทุกคนก็จะต้องหาช่วยหาทางออกให้กับประเทศต่อไป ซึ่งวันนี้ผู้บัญชาการทหารสูงสุดมีความห่วงใย และมองสถานการณ์ไม่ได้ต่างกับตน และหากใครช่วยแก้ไขปัญหาได้ก็เป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคน และท่านยังบอกว่าหากสิ่งที่ตนทำสำเร็จก็ถือเป็นประโยชน์และให้ทำต่อไป แต่ในฐานะที่ผู้บัญชาการสูงสุดเป็นฝ่ายความมั่นคง จึงต้องอยู่ในกรอบตามรัฐธรรมนูญ ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่มีบางฝ่ายพยายามดึงสถานการณ์ลงมาแก้ไขสถานการณ์การเมือง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า คิดว่านี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้พี่น้องประชาชนจำนวนมากไม่สบายใจ ว่าสถาบันพระมหากษัตริย์จะต้องอยู่เหนือความขัดแย้งต่าง ๆ และทุกฝ่ายต้องเทิดทูนสถาบัน คิดว่าวันนี้มีความกังวลมากว่าจะมีแนวโน้มในการที่จะทำให้เกิดปัญหาขึ้น ทำไมเราไม่ช่วยกันหาทางเลือกทางเดินให้กับประเทศแทนที่จะไปถึงจุดนั้น ซึ่งตนได้พูดคุยกับผู้บัญชาการทหารสูงสุดทุกเรื่อง ทุกแง่มุม ทุกมิติ