เนชั่นทีวี

ข่าว

เรือประมงนับร้อยบุกจี้ ปตท.ย้ายแท่นขุดเจาะน้ำมัน

10 เม.ย. 2557 | wanchat

เรือประมงนับร้อยบุกจี้ ปตท.ย้ายแท่นขุดเจาะน้ำมัน

ชุมพร- ชาวประมงพื้นบ้านยกขบวนเรือประมงกว่า100ลำ บุกแท่นเจาะน้ำมันปตท.หลังสวน ยื่นหนังสือจี้ให้ย้ายพ้นพื้นที่ ขณะที่ฝ่ายปตท.ยันย้ายภายในวันที่ 13 เม.ย.57

เมื่อเวลา 10.30น. วันที่ 10 เม.ย. ณัฐพงษ์ แหลมเพชร ประธานสภาเทศบาลตำบลปากน้ำหลัง ชุมพร พร้อมแกนนำประมงพื้นบ้านและชายฝั่ง และชาวประมงในพื้นที่ ละแม บางมะพร้าว ปากน้ำหลังสวน บางน้ำจืด และทุ่งตะโก กว่า 600 คน ได้นำเรือประมงทั้งขนาดใหญ่ ขนาดกลาง เล็ก และเรือหางยาวกว่า 50-60 ลำ มาร่วมล้อมแท่นขุดเจาะสำรวจน้ำมันหน้าอ่าวปากน้ำหลังสวน ห่างฝั่งเพียง 18 กม. จุดดังกล่าวมีระดับความลึกของน้ำทะเลประมาณ 19-20 เมตร เป็นโครงการสัมประทาน NKWN01หรือโครงการ 36/27 โดยมีความประสงค์จะให้แท่นดังกล่าวได้ย้ายหรือห้ามขุดเจาะในบริเวณนี้ เพราะได้ทำให้ระบบนิเวศน์และห่วงโช่อาหารของวงจรสัตว์ทะเลเสียหาย สร้างความยากลำบากในการประกอบอาชีพ โดยให้ย้ายออกไปจากพื้นที่เพียงสถานเดียว  นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า หลังได้รับหนังสือชี้แจงจากทาง ปตท. โดยการลงชื่อของนายกิตติศักดิ์ หิรัญญะประทีบ หัวหน้าโครงการ 36/27 แจ้งว่าทางโครงการได้หยุดเจาะสำรวจน้ำมันมาตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม 2557 ที่ผ่านมา พร้อมทั้งแจ้งว่าจะรื้อและยกเลิกแท่นดังกล่าวห้แล้วเสร็จในต้นเดือนเมษายนนี้  แต่ก็เลยมากว่า6วันทางแท่นยังมีการทำงานและมีน้ำหล่อเย็นที่อ้างว่าน้ำเลี้ยงเครื่องไหลลงทะเลทุกวัน ไม่ได้มีการหยุดเครื่องตามที่อ้างไว้ จึงได้ชวนชาวบ้านมาทวงถามในการรื้อถอนแท่นในครั้งนี้  ขณะเดียวกัน จากการที่นายพีระศักดิ์ หินเมืองเก่า ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร ได้ออกมาชี้แจงกับสื่อมวลชน ถึงสาเหตุที่มีการเจอคราบน้ำมันตามชายฝั่งทะเลเป็นแนวยาง ตั้งแต่ละแม หลังสวนและทุ่งตะโก เมื่อ 2-3 อาทิตย์ที่ผ่านมานั้น ไม่ได้ออกจากการขุดเจาะน้ำมัน โดยบอกว่ามาจากการถ่ายเทน้ำมันของเรือประมงในทะเลนั้น  ดังนั้นตนขอชี้แจงไปยัง ผวจ.ชุมพร ว่า พี่น้องชาวประมงไม่เชื่อว่าคราบน้ำมันที่พบจะมาจากการถ่ายเทจากเรือประมง เพราะน้ำมันที่เรือประมงใช้เป็นน้ำมันที่กลั่นแล้ว หากลงไปในน้ำ จะมีสภาพแบบไหนชาวบ้านเคยเจอมาก่อน ดังนั้นทางราชการควรจะเป็นตัวแทนชาวบ้านโดยหน้าที่ แต่กลับเป็นตัวแทนฝ่ายนายทุน ตัวแทนบริษัทน้ำมันเสียเอง แล้วชาวบ้านจะพึ่งใคร  "ในเมื่อชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนแบบนี้ ฝากถาม ผวจ.ชุมพรด้วย อีกประเด็น ทาง ปตท.ได้ท้าให้นำน้ำบริเวณที่พบคราบน้ำมันกับน้ำบริเวณไกลจากแท่นเจาะไปพิสูจน์ว่า มีสารพิษหรือไม่นั้น แต่ที่ผ่านมา ทางสถาบันทางการศึกษาในจังหวัดชุมพรที่มีความสามารถในด้านนี้ คือสถาบันแม่โจ้ชุมพรได้นำน้ำดังกล่าวไปตรวจพิสูจน์ปรากฎว่า น้ำในบริเวณนี้ มีสารคาร์บอนมอนน็อกไชร์เกินมาตรฐานที่กำหลด โดยมีสารคาร์บอนฯทำลายสัตว์ในทะเลอย่างมาก  โดนเฉพาะสัตว์ตัวอ่อน  ปลาหมึกที่วางไข่แล้วทิ้งไปนี้ จะโดนสารชนิดนี้ทำลายตายหมด " แกนนำระบุ  ด้านนายกมล เอี่ยมสำอาด แกนนำประมงพื้นบ้าน บอกว่า ปกติจะหาปลาหมึก ปลาต่างๆมีรายได้วันละ 5-60,000 บาท แต่ในช่วงเดียวกันของปีนี้กลับได้เพียง 2-3,000 บาทบาทเท่านั้น ไม่สามารถอยู่ได้เพราะค่าใช้จ่ายในการประกอบอาชีพพุ่งขึ้น ที่มาวันนี้ก็เพื่อให้ย้ายแท่นเจาะนี้ออกไปเท่านั้น    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ปตท.ลงมารับหนังสือเรียกร้องจากเรือของชาวบ้าน โดยสาระมีเพียง2 ประเด็นหลักคือให้ย้ายแท่นเจาะออกไปจากพื้นที่กับไม่ให้เข้ามาทำการสำรวจในอ่าวหลังสวนต่อไปอย่างถาวร และในระหว่างที่รอเจ้าหน้าที่ ของทางปตท. ปราฏกว่า บนแท่นเจาะได้มีเครืองบินปีกหมุนบินขึ้นลงสลับสับเปลี่ยนกันหลายเที่ยว นายวิรัช ปิยะพันธ์ เจ้าหน้าที่มาร์ลินทร์ วิศวะกรรมการเรือ กล่าวหลังลงมารับหนังสือว่า ตนเองเป็นเจ้าหน้าที่ที่เพิ่งลงมาจากเครื่องบิน  โดนมีหน้าที่มารื้อถอนแท่นเจาะในครั้งนี้ โดยจะย้ายไปที่ฐานพระอาทิตย์ต่อไป โดยทราบว่าฐานพระอาทิตย์นี้อยู่ไปทางใต้ของเกาะสมุยอีก20ไมล์ทะเล โดยจะย้ายแท่นฐานนี้ไปให้แล้วเสร็จในวันที่ 13 เมษายน 2557นี้  จนสร้างความพอใจให้กับชาวประมงก่อนแยกย้ายกันกลับ 

ข่าวล่าสุด