ที่บริเวณริมเขื่อนแม่น้ำเจ้าพระยาหน้าร้านอาหารดังกล่าว ได้พบซากโลมาเผือกพันธ์หัวบาตรเพศเมีย อายุประมาณ 6-7 ปี น้ำหนักประมาณ 100 กิโลเมตร ลำตัวยาวเกือบ 2 เมตร หลังเรียบ ตามลำตัวมีบาดแผลคล้ายถูกสัตว์น้ำกัดแทะ ส่วนหัวมีชิ้นเนื้อหลุดหายไปหลายชิ้น คาดว่าน่าจะถูกสัตว์น้ำกัดกิน หรืออาจถูกใบพัดเรือบรรทุกสินค้าที่วิ่งเข้าออกระหว่างปากอ่าวฟันจนชิ้นเนื้อขาดหายไปเป็นบางส่วน ก่อนถูกคลื่นซัดเข้ามาเกยตื้นที่ริมเขื่อน คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 24 ชั่วโมง นายธนบูลย์ กล่าวว่า ขณะที่ตนและพนักงานคนอื่น ๆ กำลังช่วยกันเก็บกวาดร้านอยู่ที่ บริเวณริมเขื่อน ได้มีกลิ่นเหม็นคาวโชยมาเป็นระยะ ๆ ตนจึงเดินออกตามหาที่มาของกลิ่น กระทั่งได้พบซากโลมาตัวดังกล่าวเสียชีวิตลอยมาติดอยู่ที่โขดหินริมเขื่อน จึงได้โทรศัพท์แจ้งมูลนิธิร่วมกุศลสมุทรปราการให้มาตรวจสอบ ด้านนางสาวรัชนีพร แพเฟื่อง อายุ 37 ปี ชาวบ้านที่อยู่ใกล้กับริมเขื่อน ได้เล่าว่าปกติจะเห็นปลาโลมาประมาณ 2-3 ตัวมาว่ายน้ำให้เห็นอยู่เป็นประจำเกือบทุกวัน ในช่วงเช้า และเย็นเวลา 16.00 น.-17.00 น. มาระยะหลังได้หายไป และโผล่มาให้เห็นเป็นครั้งสุดท้ายเมื่อประมาณ 2 อาทิตย์ที่ผ่านมา แต่เห็นเพียงสองตัว และเมื่อวันก่อนตนได้พบเห็นเรือหางยาวขนาดเล็กซึ่งเป็นเรือเร็ว วิ่งมาจอดลอยลำห่างจากฝั่งประมาณ 200 เมตรก่อนที่จะมีเสียงคล้ายระเบิดดังขึ้นจนน้ำกระจาย วันต่อมาได้มีชาวบ้านพบเห็นซากโลมาชนิดเดียวกันเสียชีวิตลอยมาติดอยู่ที่ริมเขื่อนเช่นเดียวกัน แต่ตัวใหญ่กว่านี้แต่ไม่สามารถนำซากโลมาตัวดังกล่าวขึ้นมาได้ จึงได้ใช้ไม้ดันลงทะเลไป ส่วนซากโลมาที่พบในวันนี้ น่าจะได้รับบาดเจ็บจากแรงระเบิดวันก่อนและได้รับบาดเจ็บจนกระทั้งมาเสียชีวิตลอยมาเกยตื้นติดริมเขื่อนใกล้ ๆ กัน