เนชั่นทีวี

ข่าว

เอฟบีไอคุย ตร.ไทยคดี "ติ๊งต่าง"

09 เม.ย. 2557 | wanchat

เอฟบีไอคุย ตร.ไทยคดี "ติ๊งต่าง"

เอฟบีไอคุยบิ๊ก ตร. แชร์เทคนิคพฤติกรรมศาสตร์ ล่าโจรฆ่าต่อเนื่อง ยกเคส"ติ๊งต่าง"ศีกษา

เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 9 เมษายน พ.ต.อ.ประสพโชค พร้อมมูล รองผู้บังคับการกองปราบปราม นำเจ้าหน้าที่จากหน่วยวิเคราะห์พฤติกรรมและผู้เชี่ยวชาญคดีฆาตรกรรมต่อเนื่อง สำนักสอบสวนกลางสหรัฐอเมริกา หรือ เอฟบีไอ 2 นาย  เข้าพบ พล.ต.ท.ชัยยง กีรติขจร ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผู้ช่วยผบ.ตร.) เพื่อหารือสร้างความร่วมมือ และวางแนวทางการสืบสวนสมัยใหม่ ด้วยหลักพฤติกรรมศาสตร์ โดยนำคดีนายหนุ่ย หรือ ติ๊งต่าง ที่ก่อคดีลักพาตัว ข่มขืนและฆ่าน้องการ์ตูน อายุ 6 ขวบ ที่บริเวณสถานีรถไฟฟ้าแบริ่ง  ซึ่งศาลพระโขนงตัดสินประหารชีวิตไปเมื่อ วันที่ 28 มีนาคมที่ผ่านมา นอกจากนี้นายหนุ่ยยังรับว่าก่อคดีลักพา ข่มขืนฆ่า เด็กชายและเด็กหญิงที่จ.เลย ด้วย เป็นกรณีศึกษา โดยหารือกันนานกว่า 1ชั่วโมง  พล.ต.ท.ชัยยง เปิดเผยว่า  เจ้าหน้าที่เอฟบีไอ ได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการติดตามพฤติกรรมของคนร้าย ที่ก่อเหตุในคดีฆาตกรรมต่างๆ โดยเฉพาะฆาตรกรรมต่อเนื่อง ทั้งเทคนิคการสอบปากคำ การสืบสวนสอบสวน และพฤติกรรมของคนร้าย เพื่อให้ตำรวจไทยสามารถนำไปเป็นแนวทางการป้องกันและสืบสวนคดีอื่น โดยเฉพาะ คดีฆาตกรรมต่อเนื่อง และคดีเด็กหาย โดยนำคดีของน้องการ์ตูน เป็นตัวอย่างการสืบสวนที่สำคัญ  ขณะเดียวกัน กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง(บช.ก.) มีการจัดตั้งหน่วยวิเคราะห์พฤติกรรมศาสตร์ เพื่อนำไปสู่การป้องกัน และสามารถนำไปใช้เป็นแนวทางสืบสวนให้สอดคล้องตามหลักสากล เพื่อลดข้อครหาเรื่องการซ้อมผู้ต้องหา การจับผิดตัว รวมทั้ง สามารถตอบข้อข้องใจจากญาติผู้เสียหายและสื่อมวลชนได้ ผู้ช่วยผบ.ตร.กล่าวว่า การหารือกับเอฟบีไปครั้งนี้ได้ประโยชน์มาก จากนี้ในวันที่ 25-30 เมษายน บช.ก.จะจัดอบรมตำรวจจากทุกกองบัญชาการเพื่อเสริมทักษะด้านการสืบสวนแนวใหม่ ใช้หลักพฤติกรรมศาสตร์ที่เป็นสากล โดยเจ้าหน้าที่เอฟบีไอจะช่วยถ่ายทอดความรู้ ทั้งนี้เมื่อตำรวจมีทักษะมากขึ้นจะนำองค์ความรู้นี้ไปช่วยติดตามเด็กที่หาย จากฐานข้อมูลเด็กหายที่มีอยู่ แล้วสืบสวนหาตัวบุคคลต้องสงสัยที่อาจมีพฤติกรรมเข้าข่ายลักพาทำร้ายเด็ก  โดยจะต้องทำในเชิงสืบสวนเพื่อป้องกันเหตุ และสืบสวนเพื่อจับกุมกรณีที่เกิดเหตุ

ข่าวล่าสุด