เร่งกู้คราบน้ำมันรั่วทะเลสมุทรสาคร

ห่วงกระทบโลมาอิรวดี 30ตัว -ป่าชายเลน และหอยแมลงภู่
ข่าว
สำนักงานเจ้าท่าจังหวัดสมุทรสาคร เร่งส่งเจ้าหน้าที่นำเรือเด่นสุทธิ เข้ากำจัดคราบน้ำมันจากเหตุเรือบรรทุกน้ำมันใช้แล้ว รั่วลงทะเลในพื้นที่ปากคลองประมง ตำบลพันท้ายนรสิงห์ จ.สมุทรสาคร ล่ม พบน้ำมันรั่ว 1 พันลิตร ขณะที่กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ห่วงผลกระทบต่อแหล่ง โลมาอิรวดี และป่าชายเลนสมบูรณ์ นายสุรชัย บุรพานนทชัย ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าจังหวัดสมุทรสาคร เปิดเผยว่า ขณะนี้กรมเจ้าท่าได้นำเรือ เด่นสุทธิเข้ามาเร่งกำจัดคราบน้ำมันที่รั่วไหลลงสู่ทะเลบริเวณปากคลองประมง ตำบลพันท้ายนรสิงห์ จ.สมุทรสาครแล้ว โดยจากการตรวจสอบเบื้องต้นเป็นเรือที่มีความยาว 16 เมตร ที่ใช้ขนส่งน้ำมันที่ผ่านการใช้แล้วเพื่อจะนำไปรีไซเคิลแต่เกิดล่มเมื่อวันที่ 7 เม.ย.ที่ผ่านมา และมีการรั่วไหลของน้ำมันออกจากเรือคาดว่ามีน้ำมันรั่วประมาณ 1,000 ลิตร และน่าจะใช้เวลาประมาณ 1 วันในการกำจัดคราบน้ำมันที่ร่วลงทะเล "เจ้าหน้าที่ได้ทำการอุดรู้ที่รั่วแล้ว และได้ใช้เรือเด่นสุทธิซึ่งเป็นเรือที่ใช้ขจัดมลพิษทางน้ำเนื่องจากคราบน้ำมัน โดยในเรือเด่นสุทธินั้น เป็นเรือซึ่งมีอุปกรณ์ในการดูดซับและมีสารเคมีที่สามารถใช้ดักจับคราบน้ำมันได้ ทั้งนี้จากการประเมินสถานการณ์เหตุน้ำมันรั่ว ครั้งนี้ไม่รุนแรงเนื่องจากปริมาณน้ำมันที่รั่วมีจำนวนไม่มากแต่เจ้าหน้าที่ยังคงจะต้องเฝ้าติดตามทิศทางของคราบน้ำมันเพื่อเร่งกำจัดให้หมด รวมถึงเก็บตัวอย่างน้ำทะเลในพื้นที่มาตรวจหาค่ามลพิษต่อไป" ขณะที่นายสถาพร บุตรดา ผู้อำนวยการศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 2 จ. สมุทรสาคร กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวว่า ขณะนี้ทางทช. ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสภาพปัญหาร่วมกับกรมเจ้าท่า พบคราบน้ำมันใช้แล้วที่ไหลออกจากเรือที่ล่มมีการระจายออกสู่ทะเล ในรัศมีปริมาณ 7 กิโลเมตรไปทางทิศตะวันออกจากจุดที่ล่ม โดยคราบน้ำมันที่ลอยอยู่ผิวน้ำมีสีดำ กระจัดกระจายพัดเข้าหาฝั่ง และชุมชนพันท้ายนรสิงห์ ที่ตั้งจากจุดเกิดเหตุเพียง 1 กิโลเมตร และค่อนข้างเสี่ยงสูงที่จะได้รับผลกระทบจากคราบนำมันลอยเข้าไป เพราะบริเวณนี้เป็นหมู่บ้านประมงเลี้ยงหอยแมลงภู่กว่า 100 แห่ง " ในวันนี้ ทางศูนย์ฯจะส่งเจ้าหน้าที่ลงสำรวจผลกระทบที่เกิดจากคราบน้ำตามแนวชายฝั่งอีกครั้งหนึ่ง โดยใช้ระยะเวลาประมาณ 2 วัน เบื้องต้นเป็นห่วงผลกระทบที่เกิดต่อ โลมาอิรวดี ซึ่งมีประมาณ 30 ตัว เพราะบริเวณที่มีน้ำมันรั่วเป็นแหล่งอาหารของสัตว์ทะเล รวมทั้งยังเป็นพื้นที่ป่าชายเลนที่สมบูรณ์แถบจังหวัดสมุทรสาคร และสมุทรปราการ ซึ่งหากทิศทางคราบน้ำมันไหลเข้าไปยังป่าชายเลน และเกาะติดตามลำต้นและรากก็อาจทำให้เกิดผลกระทบ รวมทั้งป่าชายเลนยังเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำที่หลากหลายมาก ดังนั้นจึงต้องตามผลกระทบอย่างใกล้ชิดต่อไป แต่เบื้องต้นทางกรมเจ้าท่า กำลังเร่งกำจัดคราบน้ำมัน และตีวงไม่ให้น้ำมันกระจายพื้นที่ไปไกลมาก" นายสถาพร กล่าว ด้านนายวีระ พลายรักษา รองประธานกลุ่มเกษตกรทำประมงพันท้ายนรสิงห์ จ.สมุทรสาคร กล่าวว่า บริเวณนี้มีชุมชนประมงอาศัยอยู่ และมีการเลี้ยงหอยแมลงภู่อยู่ประมาณ 100 เจ้า และเริ่มเจอคราบน้ำมันเข้าไปเกาะตามหลักเสาหอยแล้ว 70 แปลง ที่ได้สัมปทานจนถึงพื้นที่เขตโคกขาม เพราะกระแสน้ำมันยังอยู่ในบริเวณใกล้ๆ ที่เรือล่ม ส่วนหอยจะตายทันทีหรือไม่นั่น ต้องรอดูอีก 1-2 วันนี้ โดยเราต้องออกไปสำรวจผลกระทบที่จะเกิดตัวหอย เพราะถึงแม้จะมีการเร่งกำจัดคราบน้ำมัน แต่กระแสน้ำที่ไหลวนเวียนในอ่าวตัว ก. อาจจะทำให้คราบน้ำมันพัดเข้าไปในแหล่งเลี้ยงหอยแมลงภู่ เพราะชาวบ้านต้องเปิดน้ำเข้าบ่อเลี้ยงหอย และเจ้าของบางบ่อก็ยังไม่รู้ว่ามีเรือน้ำมันจมอยู่ในบริเวณใกล้เคียง จึงอยากให้ทางท้องถิ่น ประกาศให้ชาวประมงที่อยู่ในพื้นที่ต.พันท้ายนรสิงห์ ต.โคกขาม จ.สมุทรสาคร และถึงเขตบางขุนเทียน จ.สมุทรปราการ ให้รับมือกับผลกระทบนี้