เนชั่นทีวี

ข่าว

เร่งติดตามการกระจาย ของคราบน้ำมัน

08 เม.ย. 2557 | wanchat

เร่งติดตามการกระจาย ของคราบน้ำมัน

สมุทรสาคร - สั่งหาเจ้าของดำเนินคดีเรือบรรทุกกากน้ำมันเตาเก่า “ทำล่มปากอ่าวมหาชัย ทิ้งคราบน้ำมันลอยเข้าพื้นที่เลี้ยงหอยเสียหาย

ผู้สื่อข่าวรายงาน (วันที่ 8 มีนาคม) ที่บริเวณชายฝั่งปากอ่าวมหาชัย ย่านหมู่ที่ 8 ตำบลพันท้ายนรสิงห์ อ.เมือง จ.สมุทรสาคร กลุ่มพิทักษ์ชายฝั่งและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสมุทรสาคร นำโดย นายวรพล ดวงล้อมจันทร์ กลุ่มพิทักษ์ชายฝั่งทะเล จ.สมุทรสาคร พร้อมด้วยตัวแทนชาวประมงพื้นบ้าน ร่วมกันสำรวจเหตุการณ์ความเสียหายจากคราบน้ำมันลอยเหนือผิวน้ำ รับรับแจ้งมีเรือเหล็กขนาดใหญ่ขนกากน้ำมันเตาเก่า ล่มอยู่ห่างฝั่งประมาณ 4 กม.ส่งผลให้คราบน้ำมันกระคลุมบริเวณพื้นที่เลี้ยงหอยแมลงภู่เสียหายวงกว้าง โดยมีกลุ่มประมงชายฝั่งเลี้ยงหอยแครง และหอยแมลงภู ในเขตพื้นที่ และตำบลใกล้เคียงเฝ้าสังเกตการณ์ ด้วยเหตุไม่พอใจ “ทั้งนี้เนื่องจากหลังเหตุเรือล่มที่เกิดตั้งแต่เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 7 เม.ย.ที่ผ่านมา ผู้ขับขี่เรือได้หลบหนีไป เรือขนทำให้คราบน้ำมัน  นายวรพล ดวงล้อมจันทร์ กลุ่มพิทักษ์ชายฝั่งทะเล จ.สมุทรสาคร เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการประเมินคราบน้ำมันที่รั่วออกจากเรือรั่วว่าจะลอยไปทางใดบ้าง และติดตามค่าความเสียหายคราบน้ำมันเนื่องจากบริเวณตำบลพันท้ายฯ และตำบลติดกันคือโคกขาม มีการทำประมงชายฝั่งเลี้ยงหอยแมลงภู เลี้ยงปู และหอยแครง อยู่จำนวนมาก อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังไม่ทราบชื่อเจ้าของเรือแต่อย่างใด เนื่องจากผู้ที่เข้ามากู้เรือ 4-5 คน ไม่ยอมเอ่ยปากบอกชื่อเจ้าของเรือ ซึ่งหลังตนทราบข่าวก็ได้ประสานไปยังกรมเจ้าท่าสมุทรสาคร ให้เข้ามาช่วยเหลือเรื่องคราบน้ำมันที่รั่วไหลระยะเริ่มต้นไว้ก่อน  ต่อมาช่วงประมาณ 10.00 น.วันเดียวกัน ว่าที่ร้อยตำรวจโทอาทิตย์ บุญญะโสภัต ผู้ว่าฯสมุทรสาคร ได้นำเรือตรวจการณ์จากกรมทรัพยากรทางทะเลจังหวัดสมุทรสาคร ออกไปตรวจติดตามสถานการณ์เรือบรรทุกกากน้ำมันจมลงบริเวณปากอ่าวมหาชัย ที่ยังจนอยู่ห่างฝั่งประมาณ 4 กิโลเมตร ในสภาพน้ำลึกประมาณ 8 เมตร โดยมีเจ้าหน้าที่กรมเจ้าท่า นำโดยนายสุรชัย บุรพานนทชัย ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาสมุทรสาคร นำกำลังให้เจ้าหน้าที่ขณะฉีดพ่นสารผ่อนแรงตึงผิวน้ำมัน (Surfactant) ใส่ลงบนพื้นผิวน้ำที่มีคราบน้ำมันลอยอยู่ เพื่อป้องกันช่วยไม่ให้ลมพัดเข้าฝั่ง อย่างไรก็ตามล่าสุดไม่สามารถสกัดไว้ได้  “สำหรับสารชนิดนี้จะช่วยทำให้คราบน้ำมันจับเป็นก้อนสีดำ จากการแตกตัวเป็นโมเลกุลเป็นเม็ดเล็กๆ ก่อนจะถูกย่อยสลายไปโดยแสงแดด นอกจากนี้ห่างออกไปประมาณ 20 เมตร ตลอดจนมีการนำลูกยางมาลอยล้อมรอบคราบน้ำมัน เพื่อกั้นไม่ให้คราบน้ำมันกระจายลอยออกไปบริเวณกว้าง”  นายสุรชัย บุรพานนทชัย ผอ.สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาสมุทรสาคร กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถกู้ขึ้นมาได้ ซึ่งคาดว่าลำไม่ใหญ่นัก ทำให้ยังมาสามารถตรวจสอบได้อย่างละเอียด อย่างไรก็ตามคาดว่าเป็นเรือบรรทุกขนาดกลาง หรือความยาวประมาณ 16 เมตร กว้าง 4.5 เมตร และความลึกของเรือ 1 เมตรกว่าถึง 2 เมตร เท่านั้น ซึ่งเบื้องต้นก่อนเกิดเหตุกำลังมุ่งหน้าเข้ามาในพื้นที่สมุทรสาคร เพื่อจะมาถ่ายเทออกหรือขนขึ้นยังขึ้นรถบรรทุกเพื่อส่งขายไปยังแหล่งรีไซเคิล และส่งไปที่อื่นๆ ทั้งนี้ก่อนจะมามีปัญหาเรื่องเครื่องยนต์เรือขัดข้องกระทั่งเกิดเหตุในที่สุด  ทั้งนี้จะได้สอบปากคำลูกเรือที่บอกว่า รับจ้างมากู้เรือรวม 5 คน ไปสอบหาที่มาที่ไป และเจ้าของผู้ค้ากากน้ำมันเตาหรือน้ำมันเก่าใช้แล้วให้อย่างแน่ชัดต่อไป โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ได้เน้นกำชับ พร้อมดำเนินการเอาผิดตามกฏหมาย และติดตามชดใช้ความเสียของชาวบ้านด้วย ด้านว่าที่ร้อยตำรวจโทอาทิตย์ บุญญะโสภัต กล่าวว่า จากเกิดเหตุการณ์นี้ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเจ้าของพื้นที่ และผู้เกี่ยวข้อง เร่งติดตามหาเจ้าของเรือมาเพื่อดำเนินคดีแล้ว ซึ่งให้แจ้งความดำเนินคดีทั้งทางอาญา และทางแพ่ง กับทางเจ้าของเรือต่อไป โดยมีทั้งส่วนเรื่องของความถูกต้องของน้ำมันดังกล่าว และตรวจเช็คใบอนุญาตเดินเรือลักษณะนี้ด้วย นายวรพล ดวงล้อมจันทร์ แกนนำกลุ่มพิทักษ์ชายฝั่งอ่าวมหาชัยฯ และแกนนำกลุ่มพิทักษ์ชายฝั่ง จ.สมุทรสาคร เผยว่า ในส่วนเขตพื้นที่ดูแลเป็นของ สภ.โคกขาม อ.เมืองฯ ซึ่งเริ่มมีชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบปัญหาจากคราบน้ำมันสีดำแจ้งว่าลอยมาตามผิวน้ำ และขณะลอยเข้าฝั่งแล้ว ซึ่งมีทั้งลักษณะเหนียวๆ ลอยเข้ามาบริเวณชายฝั่ง และป่าชายเลน ทั้งนี้ซึ่งเกรงว่าหากลอยไปเกาะหลักไม้ไผ่ของผู้เลี้ยงหอยแมลงภู่ จะทำให้รับความเสียหายหนัก อย่างไรก็ตามตนและสมาชิกยังคงติดตามประเมินทั้งภาพรวม เพื่อจะแจ้งปัญหานี้กับทางจังหวัดให้ทราบต่อไป

ข่าวล่าสุด