เนชั่นทีวี

ข่าว

"ศอ.รส."ระดมตำรวจ-ทหารกว่า 3 พันดูแล 2 ม็อบ

04 เม.ย. 2557 | wanchat

"ศอ.รส."ระดมตำรวจ-ทหารกว่า 3 พันดูแล 2 ม็อบ

2 เม.ย.57 - "ศอ.รส."ระดมตำรวจ-ทหารกว่า 3 พันดูแล 2 ม็อบชุมนุมพรุ่งนี้ เพื่อให้การชุมนุม เป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย และป้องกันเหตุแทรกซ้อนต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้น

ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) วันที่ 4 เม.ย.57 เมื่อเวลา 13.00 น. น.ส.สิริมา สุนาวิน คณะทำงานศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) แถลงผลการประชุมศอ.รส.ว่า ตามที่กลุ่ม กปปส. และกลุ่ม นปช. ได้ประกาศว่าจะมีการชุมนุมใหญ่ในวันที่ 5 เม.ย.นี้นั้น เพื่อให้การชุมนุมเป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อยและป้องกันเหตุแทรกซ้อนต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้น ศอ.รส. ได้มอบหมายให้ พล.ต.อ. วรพงษ์ ชิวปรีชา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้ช่วยผู้อำนวยการศอ.รส.เป็นผู้รับผิดชอบในการประชุมเพื่อวางกรอบและแนวทางในการปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัย โดยในส่วนของกลุ่ม กปปส.จะใช้อัตรากำลังเจ้าหน้าที่ตามเดิมที่ปฏิบัติงานอยู่  ส่วนการชุมนุมของกลุ่มนปช.จะมีการเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่เพื่อดูแลการชุมนุม โดยจะใช้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร จำนวนทั้งสิ้น 19 กองร้อย หรือกว่า 3,000 นาย บูรณาการร่วมกันในการตั้งด่านตรวจคัดกรองบุคคล ยานพาหนะ และอาวุธต่าง ๆ และยังมีการจัดสายตรวจผสมตำรวจและทหาร เพื่อออกตรวจตราในพื้นที่ 3 เขต ได้แก่ พุทธมณฑลสายสาม พุทธมณฑลสายสี่ และทวีวัฒนา  นอกจากนี้ศอ.รส.ยังได้จัดชุดปฏิบัติการมวลชนเพื่อให้บริการด้านข้อมูลและการแพทย์ รวมทั้งชุดเคลื่อนที่เร็วสำหรับแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้วย ศอ.รส. จึงขอเรียกร้องให้ประชาชนงดเว้นการเข้าร่วมชุมนุมกับกลุ่มใดๆ เพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเอง และขอเรียกร้องให้แกนนำทั้งสองฝ่ายจัดการชุมนุมโดยสงบ และไม่ยั่วยุมวลชนให้เกิดการเผชิญหน้ากัน น.ส.สิริมา กล่าวอีกว่า ในวันนี้ผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สศช. ได้ชี้แจงเกี่ยวกับความเสียหายทางเศรษฐกิจของประเทศอันเป็นผลมาจากการชุมนุมทางการเมืองของ กปปส. และกลุ่มอื่นๆ โดยเฉพาะการชุมนุมปิดกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นที่แน่ชัดแล้วว่าสถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบันส่งผลกระทบโดยตรงต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจและความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย โดย สศช. ได้ปรับลดประมาณการอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ จากเดิมร้อยละ 4.0-5.0 เป็นร้อยละ 3.0-4.0 ซึ่งมีปัจจัยมาจากดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและนักธุรกิจที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง จำนวนนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศที่ลดลง และการชะลอการจับจ่ายใช้สอยของประชาชนและการชะลอการลงทุนของภาคธุรกิจ อันเนื่องมาจากความไม่แน่นอนของสถานการณ์ทางการเมืองและความไม่มั่นใจในเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ  น.ส.สิริมา กล่าวต่อว่า การประมาณการนี้สอดคล้องกับการคาดการณ์ของหน่วยงานเศรษฐกิจต่างๆ ทั้งของภาครัฐและเอกชน ไม่ว่าจะเป็นธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย หรือ ADB และศูนย์วิจัยกสิกรไทยฯ เป็นต้น ซึ่งล้วนปรับลดประมาณการทางเศรษฐกิจของไทยลงเหลือไม่ถึงร้อยละ 3 นอกจากนี้ ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ยังระบุว่าดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา อยู่ที่ระดับ 68.8 ซึ่งต่ำที่สุดในรอบ 149 เดือนนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 54 เป็นต้นมา เนื่องจากผู้บริโภคยังไม่มั่นใจในสถานการณ์ต่าง ๆ โดยเฉพาะความไม่แน่นอนทางการเมืองของไทยในอนาคต และล่าสุดบริษัท Japan Credit Rating Agency หรือ JCR ซึ่งเป็นบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือของญี่ปุ่น ได้ปรับแนวโน้มความน่าเชื่อถือของประเทศไทยเป็นลบ เนื่องจากปัจจัยความวุ่นวายทางการเมืองที่ยืดเยื้อซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศ  ศอ.รส. จึงมีความกังวลว่า หากการชุมนุมของกลุ่ม กปปส. และกลุ่มอื่นๆ ยังยืดเยื้อต่อไป และวิกฤติการณ์ของความขัดแย้งยังไม่ยุติ ก็มีแนวโน้มว่าประมาณการขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทยก็อาจลดต่ำลงจนถึงระดับติดลบได้ ศอ.รส. เห็นว่า ความเสียหายทางเศรษฐกิจเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เนื่องจากส่งผลกระทบต่อประเทศและประชาชนในวงกว้าง ดังนั้น ศอ.รส. จึงขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายร่วมกันแก้ปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นโดยเร็ว เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นสำคัญ

ข่าวล่าสุด