ทบ.คงจุดตรวจ วอน ปชช.เข้าใจสถานการณ์
25 มี.ค. 2557 | wanchat

25 มี.ค.57 - ทบ.ย้ำคงจุดตรวจบังเกอร์ทหารเหตุความรุนแรงเกิดต่อเนื่อง แม้รัฐบาลปรับใช้พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ วอนประชาชนเข้าใจสถานการณ์ไม่ปกติ
ข่าว
25 มี.ค. 2557 | wanchat

25 มี.ค.57 - ทบ.ย้ำคงจุดตรวจบังเกอร์ทหารเหตุความรุนแรงเกิดต่อเนื่อง แม้รัฐบาลปรับใช้พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ วอนประชาชนเข้าใจสถานการณ์ไม่ปกติ
พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณีที่มีประชาชนบางส่วนต้องการให้ลดจำนวนจุดตรวจเฝ้าระวังของเจ้าหน้าที่ทหาร หลังจากรัฐบาลประกาศยกเลิกใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เป็นพ.ร.บ.ความมั่นคงฯ ว่าในมุมของหน่วยผู้ปฎิบัติในเรื่องการป้องกันเฝ้าระวังเหตุต่างๆ หน่วยงานความมั่นคงได้พิจารณาจากเหตุความรุนแรงที่ยังคงเกิดขึ้นต่อเนื่อง ทั้งในปัจจุบันและแนวโน้มที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต ตราบใดที่ยังมีเหตุการณ์ความรุนแรงด้วยการใช้อาวุธและระเบิดในพื้นที่ชุมชนเมือง หรือในพื้นที่โดยรอบอย่างต่อเนื่องในลักษณะเช่นนี้นับเป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อสังคม โดยเฉพาะในขณะที่สังคมภายในและภายนอกต่างเฝ้าจับตา หน่วยงานความมั่นคงไม่สามารถเพิกเฉยต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้ โดยที่จะไม่พยายามป้องกัน ระงับยับยั้ง หรือดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดก็คงเป็นไปไม่ได้ ทั้งนี้ที่ผ่านมาภาครัฐโดยหน่วยงานความมั่นคงในระดับผู้ปฏิบัติได้ใช้วิธีการจัดตั้งจุดตรวจร่วม จุดตรวจเพื่อความมั่นคง เพื่อเฝ้าระวังป้องกัน ยับยั้ง และป้องปราบการใช้ความรุนแรงเป็นมาตรการหลัก ซึ่งได้ดำเนินการมาตั้งแต่ช่วงต้นสถานการณ์ภายใต้การประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯในขณะนั้น ต่อมาได้มีพัฒนายกระดับไปใช้เป็นประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และล่าสุดลดระดับกลับมาสู่การใช้พ.ร.บ.ความมั่นคงฯเหมือนเดิม ซึ่งจะเห็นว่าแม้ระดับของการบังคับใช้กฎหมายจะเปลี่ยนไป แต่เหตุความรุนแรงที่เกิดขึ้นไม่ได้เปลี่ยนแปลงตาม แต่กลับมีแนวโน้มที่จะสูงขึ้น และยังอาจจะต้องระมัดระวังเพิ่มเติมในเรื่องเหตุเผชิญหน้ากันของมวลชนแต่ละกลุ่ม จึงยังคงจำเป็นต้องใช้มาตรการนี้อยู่เหมือนเดิม อีกทั้งอาจจะต้องมีการปรับเสริมให้มีประสิทธิภาพ เพื่อให้เกิดความเหมาะสมทันกับสถานการณ์ที่ยังเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาด้วย พ.อ.วินธัย กล่าวต่อว่า บางฝ่ายที่ต้องการให้เจ้าหน้าที่ลดกำลังลง หรือให้เจ้าหน้าที่หยุดปฏิบัติหน้าที่นั้น น่าจะเป็นความต้องการที่ค่อนข้างยังสวนทางตรงข้ามกับความเป็นจริงโดยสิ้นเชิง โดยพิจารณาเทียบกับสถิติของเหตุการณ์ความรุนแรงที่ยังคงเกิดขึ้นในปัจจุบัน หรือถ้าจะให้เป็นเช่นนั้นแล้วจะมีใครหรือองค์กรไหนที่สามารถออกมารับประกันความปลอดภัยให้กับประชาชน และรับประกันในเรื่องเหตุรุนแรงว่าจะไม่เกิดขึ้นอีกได้ ไม่อยากให้พิจารณาด้วยการมีอคติตามแนวทางของกลุ่มหนึ่งกลุ่มใด อยากให้นึกถึงสังคมโดยรวมอย่างแท้จริง ฉะนั้นถ้ายังไม่มีใครรับประกันได้ หรือยังไม่มีมาตรการอื่นมาทดแทนก็ควรจะต้องช่วยกันบริหารใช้แนวทางมาตรการที่มีอยู่แล้วให้ดีที่สุด ขอให้ประชาชนได้เข้าใจว่าในช่วงสถานการณ์ไม่ปกติเช่นนี้ที่ทางภาครัฐจำเป็นจะต้องบูรณาการกำลังเจ้าหน้าที่ ทั้งพลเรือน ตำรวจ ทหาร ภายใต้กรอบกฎหมายพิเศษมาช่วยกันแก้ปัญหา ไม่ได้ดำเนินการโดยองค์กรหนึ่งองค์กรใดแต่ผู้เดียว เพื่อร่วมกันเฝ้าระวังและป้องกันเหตุรุนแรงที่ยังคงมีอยู่ รวมทั้งป้องกันและลดเกณฑ์เสี่ยงที่จะเกิดอันตรายในกรณีมีการเผชิญหน้าของกลุ่มมวลชนทุกกลุ่มซึ่งล้วนเป็นคนไทยด้วยกัน เพื่อให้ทุกคนทุกกลุ่มมีความปลอดภัย