วธ.เร่งล้อมคอกจัดคู่มือภูมิคุ้มกันวางโมเดลแก้ปัญหาพฤติกรรมเบี่ยงเบน เมื่อวันที่ 24 มี.ค. ที่ โรงแรมรอยัลซิตี้ นายปรีชา กันธิยะ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เป็นประธานเปิดตัวโครงการสร้างยุทธศาสตร์สร้างภูมิคุ้มกันของสังคมในมิติวัฒนธรรม (Cultural Vaccine) โดยนายปรีชา กล่าวว่า ในยุคปัจจุบันนี้ โทรศัพท์มือถือ นับมีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตของคนไทยเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนที่จะใช้โทรศัพท์มือถือในการทั้งเล่นเกม เข้าอินเทอร์เน็ต และที่กำลังเป็นที่นิยม คือ การแซ็ทผ่านไลน์ ทวิตเตอร์ รวมถึงเฟซบุ๊ค ที่เข้าถึงได้ง่ายเสี่ยงต่อการมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม อีกทั้งเด็กที่ยังไม่ บรรลุนิติภาวะ ไม่มีวุฒิภาวะเท่าทันสื่อถูกล่อลวงกระทำชำเราเป็นข่าวรายวัน ในขณะที่ผู้ปกครองก็ไม่มีเวลา ดูแลบุตรหลาน รวมถึงสำรวจการใช้โทรศัพท์อย่างใกล้ชิด ทำปัจจุบันเด็กรุ่นใหม่ติดโทรศัพท์ และมีพฤติกรรมเบี่ยงเบนเป็นจำนวนมาก นายปรีชากล่าวว่า จากปัญหาดังกล่าว วธ. จึงร่วมกับสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ กรมสุขภาพจิต ชมรมจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นแห่งประเทศไทย คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล และ มูลนิธิอินเทอร์เน็ตร่วมพัฒนาไทย จัดทำคู่มือขับเคลื่อนการสร้างภูมิคุ้มกันของสังคมในมิติวัฒนธรรม ประกอบด้วยการ รู้เท่าทันสื่อ ได้แก่ การรู้เท่าทันสื่อและสารสนเทศ โฆษณา ละคร/ภาพยนตร์ รู้เท่าทันข่าว รู้เท่าทันเพลง อินเทอร์เน็ต เกม โทรศัพท์มือถือ และโซเซียลมีเดีย โดยแนะนำการใช้สื่อ รวมถึงภัยร้ายที่มากับเช่น อันตรายจากคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า โรคติดมือถือ พร้อมทั้งมอบหมายให้ สวจ.และเครือข่ายวัฒนธรรมจัดทำโมเดลวัฒนธรรมโดยน้อมนำพระราชเสาวนีย์สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถในการใช้หลักคุณธรรมมาใข้ในการจัดทำแผนงานของแต่ละชุมชนทั่วประเทศ จากการสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ในปี 2554 คนไทยเริ่มใช้เทคโนโลยีตั้งแต่อายุ 6 ปีขึ้นไป โดยเยาวชนอายุ 15-24 ปีใช้อินเทอร์เน็ตร้อยละ 51.9 และร้อยละ 42.2 ใช้โทรศัพท์มือถือเล่นเกม และที่น่าสนใจเยาวชนไทยใช้อินเทอร์เน็ตผ่านคอมพิวเตอร์และมือถือสูงถึง 3.1 ชั่วโมงต่อวันครองแชมป์อันดับ 1 ในเอเชีย การติดอินเทอร์เน็ตติดทั้งสังคมออนไลน์ เกม พนันออนไลน์ ติดเว็บลามก จากการวิจัย เยาวชนที่ติดอินเทอร์เน็ตมีขนาดสมองส่วนหน้าเล็กและมีการเชื่อมโยงของเซลล์ประสาทของสมองส่วนหน้าลดลง ขาดทักษะการอยู่ร่วมกับผู้อื่น ดังนั้นผู้ปกครองจึงควรใส่ใจรู้เท่าทันสื่ออย่างรอบด้าน รวมทั้งตรวจสอบการใช้อินเทอร์เน็ตของบุตรหลานเป็นการเฝ้าระวังภัยใกล้ตัวที่จะเกิดขึ้นกับบุตรหลาน" ปลัดวธ.กล่าว