ทหารสกัดจับเรือประมง 3 ลำ ดัดแปลงขนโรฮิงญา
24 มี.ค. 2557 | wanchat

ระนอง - ทหารระนอง จับเรือประมง 3 ลำ ดัดแปลงสภาพลักลอบขนชาวโรฮิงญาเข้าน่านน้ำไทย ก่อนกระจายเดินทางไปพื้นที่เป้าหมาย คาดตัวเลขผู้หลบหนีรวม 300 คน
ข่าว
24 มี.ค. 2557 | wanchat

ระนอง - ทหารระนอง จับเรือประมง 3 ลำ ดัดแปลงสภาพลักลอบขนชาวโรฮิงญาเข้าน่านน้ำไทย ก่อนกระจายเดินทางไปพื้นที่เป้าหมาย คาดตัวเลขผู้หลบหนีรวม 300 คน
พ.ท.ทวีพร คณะทอง หัวหน้าสำนักงานผู้บังคับบัญชา กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนแยก 1 เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนแยก 1 ร่วมกับ ทหารชุดหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 25 กองกำลังเทพสตรี เจ้าหน้าที่ศูนย์ประสานงานประมงชายแดนทางทะเลไทย-พม่า(ศปชล.) เจ้าท่าส่วนภูมิภาคที่ 5 จ.ระนอง ได้สนธิกำลังลาดตระเวนน่านน้ำทะเลอันดามันด้าน จ.ระนอง และสามารถจับกุมเรือประมงขนาดใหญ่ที่ทำการดัดแปลงเพื่อใช้ลักลอบขนชาวโรฮิงญาจากน่านน้ำประเทศเมียนมาร์ และบังกลาเทศเข้ามายังน่านน้ำไทย เพื่อส่งต่อไปยังพื้นที่เป้าหมาย โดยจับกุมได้ 3 ลำ พร้อมลูกเรือชาวพม่า 15 คน ไต๋เรือ 2 คน ขณะเรือประมงทั้ง 3 ลำเดินทางกลับมาจากน่านน้ำทะเลอันดามันเตรียมเข้าฝั่งที่ จ.ระนอง เนื่องจากเรือประมงขนาดใหญ่ทั้ง 3 ลำ ไม่มีอุปกรณ์จับปลา ไม่มีสัตว์น้ำ ไม่มีห้องทำความเย็นที่ใช้เก็บสัตว์น้ำ ทั้งยังพบว่ามีถังบรรจุน้ำบริเวณท้ายเรือเป็นจำนวนมาก เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบภายในเรือพบมีช่องทางเข้าออกอยู่บริเวณตรงกลางลำเรือในลักษณะเป็นช่องลับเชื่อมต่อลงไปด้านล่าง สำหรับให้ชาวโรฮิงญาใช้หลบซ่อนขณะเดินทางเข้ามายังน่านน้ำไทย โดยเรือแต่ละลำมีห้องขนาดใหญ่บรรจุชาวโรฮิงญาได้ไม่ต่ำกว่า 300 คน ต่อลำ อย่างไรก็ดี ขณะทำการจับกุมเรือดัดแปลงทั้ง 3 ลำ ไม่พบว่ามีชาวโรฮิงญาอยู่ในเรือ คาดว่าจะมีการขนถ่ายลงเรือเล็กช่วงรอยต่อก่อนเข้ามายังน่านน้ำ จ.ระนอง เพื่อให้ชาวโรฮิงญากระจายเดินทางขึ้นฝั่งไปยังจุดนัดหมาย ซึ่งมี 3-4 จุด ประกอบด้วย อ.กะเปอร์,อ.สุขสำราญ จ.ระนอง,อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา และบริเวณชายฝั่ง จ.สตูล โดยมีกลุ่มเครือข่ายค้ามนุษย์คอยรับช่วงต่อเพื่อนำสู่ปลายทางต่อไป ซึ่งจากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่ามีชาวโรฮิงญาไม่ต่ำกว่า 300 คนที่เดินทางมากับเรือประมงทั้ง 3 ลำ ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งติดตาม และเฝ้าระวังไม่ให้มีการขึ้นฝั่งของประเทศไทย ส่วนเรือประมงทั้ง 3 ลำที่จับกุมได้ในเบื้องต้นไม่มีชาวโรฮิงญาที่เป็นของกลางสำคัญจึงแจ้งข้อหาเอาผิดได้เฉพาะการดัดแปลงเรือ ส่วนลูกเรือพบไม่มีเอกสารหรือหนังสือการจดขึ้นทะเบียนแรงงาน จึงส่งให้ตรวจคนเข้าเมืองดำเนินคดีเข้าเมืองโดดผิดกฏหมายต่อไป ด้าน พ.อ.อุทิศ อนันตนานนท์ รองผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจ กรมทหารราบที่ 25 กองกำลังเทพสตรี ซึ่งดูแลแนวพื้นที่ชายแดนไทย-พม่าด้าน จ.ระนอง-เกาะสอง กล่าว่า ที่ผ่านมาทางหน่วยงานความมั่นคงใน จ.ระนอง ร่วมประชุมกับหน่วยงานเกี่ยวข้องในพื้นที่ จ.ระนอง ในการประสานแผนการป้องกันและแก้ไขปัญหาผู้หลบหนีเข้าเมืองชาวโรฮิงญาที่คาดว่าจะเข้ามายังประเทศไทยเป็นจำนวนมากหลังหมดช่วงฤดูมรสุม ทั้งนี้เป็นเพราะเกิดจากปัญหา ความขัดแย้งระหว่างชาวพุทธกับมุสลิม ในเมืองชิตตะเว รัฐยะไข่ทางตะวันตกของพม่า ทำให้กลุ่มชาวโรฮิงญาจำนวนมาก อพยพไปสู่บังกลาเทศ จากข้อมูลด้านการข่าวทราบว่าปัจจุบันมีชาวโรฮิงญาที่ต้องการอพยพย้ายถิ่นจากพม่า และบังกลาเทศไปยังประเทศมุสลิมอื่นๆ รวม 30,000 คน ดังนั้นแนวโน้มการอพยพของชาวโรฮิงญามายังประเทศไทยในห้วงต่อไปน่าจะมีจำนวนสูงขึ้น ประกอบกับในปัจจุบันขบวนการนำพาชาวโรฮิงญาเป็นขบวนการที่มีความเชื่อมโยงกันตั้งแต่ต้นทางคือพม่าและบังกลาเทศ มายังประเทศไทย และต่อไปยังประเทศที่สามคือมาเลเซียและอินโดนีเซีย รวมทั้งประเทศอื่นๆ โดยการดำเนินการครั้งล่าสุดต่อผู้หลบหนีเข้าเมืองชาวโรฮิงญาเมื่อ 7 ก.ย.56 ที่ผ่านมา พบว่ามีการขนย้ายด้วยเรือที่มีขนาดใหญ่ สามารถบรรทุกได้จำนวนมากขึ้น และมีผู้นำพาชาวพม่ามากับเรือผู้อพยพด้วย และกลุ่มนำพาดังกล่าวมีการติดต่อกับขบวนการในประเทศต่างๆ รวมทั้งเครือข่ายในประเทศไทย สำหรับสถิติการดำเนินการต่อผู้หลบเข้าเมืองทางทะเลชาวโรฮิงญา ปี 2549 จำนวน 1,225 คน ปี 2550 จำนวน 2,763 คน ปี 2551 จำนวน 4,886 คน ปี 2552 จำนวน 1,477 คน ปี 2553 จำนวน 93 คน ปี 2554 จำนวน 351 คน ปี 2555 จำนวน 2,817 คน ปี 2556 เข้าดำเนินการแล้วจำนวน 7,550 คน โดยเทียบสถิติปี 2549-2554 พบว่าสถิติลดลง ปี 2555-2556 พบว่าสถิติเพิ่มขึ้นค่อนข้างมาก