ทั้งค้าปลีก ค้าส่ง หรือแม้แต่อสังหาริมทรัพย์จากส่วนกลางได้ขยับขยายเข้ามาลงทุนกว้านซื้อที่ดิน ด้วยความหวังว่าจะเป็นการลงทุนเพื่อรองรับโครงการเมกะโปรเจคนี้ในอนาคต ทำให้เกิดการแย่งชิงที่ดินผืนงามในจังหวัด โดยเฉพาะที่ดินที่อยู่ติดกับแนว โครงการคมนาคมดังกล่าว นี้จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ราคาที่ดินในพื้นที่มีการขยับตัวสูงขึ้นจากปกติที่ซื้อขายเป็น 4-5 เท่า และเมื่อโครงการเมกะโปรเจค 2ล้านล้านนี้ได้สะดุดลง กลุ่มทุนส่วนกลางเหล่านี้ที่เตรียมโครงการพัฒนาก็อาจจะหยุดชะงักตามไปด้วย โดยนายทวิสันต์ โลณานุรักษ์ ที่ปรึกษาหอการค้า จ.นครราชสีมา กล่าวว่า ในช่วงหลายปีก่อนนั้น กลุ่มทุนจากส่วนกลางยังไม่เข้ามาลงทุนในพื้นที่ จ.นครราชสีมามากนัก จนกระทั่งในช่วง 1-2 ปีที่ผ่าน ที่ได้มีโครงการใหญ่ ๆ หลายโครงการของรัฐบาลที่พยายามผลักดันให้เกิดขึ้นในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเฉพาะ จ.นครราชสีมา ที่นับว่าเป็นจังหวัดแรกที่จะเข้าสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จน จ.นครราชสีมาประกาศตนเองเป็นประตูสู่อีสาน โดยโครงการที่รัฐบาลพยายามผลักดัน อย่าง โครงการรถไฟความเร็วสูง รถไฟรางคู่ หรือแม้แต่มอเตอร์เวย์ (บางปะอิน-โคราช) เหตุผลนี้ทำให้นักลงทุนจากส่วนกลางทั้งในส่วนของค้าปลีก หรือแม้แต่ทางด้านอสังหาริมทรัพย์ได้ขนย้ายการลงทุนเข้ามาในพื้นที่ ด้วยการกว้านซื้อที่ดินโดยเฉพาะเขตบายพาสทางเลี่ยงเมืองไป จ.ขอนแก่น ที่นับว่าเป็นพื้นที่ได้รับความสนใจ เนื่องจากมองเห็นว่าที่ดินบริเวณดังกล่าวอยู่ในเส้นทางที่ทางรถไฟจะผาดผ่าน และใกล้เคียงกับ จ.ขอนแก่น ซึ่งจังหวัดที่มีลักษณะภูมิศาสตร์เป็นศูนย์กลางของอาเซียน ทำให้ราคาที่ดินในบริเวณดังกล่าวและรวมไปถึง พื้นที่อื่น ๆ ของ จ.นครราชสีมามีราคาแพงขึ้นถึง 200 - 300 เปอร์เซ็นต์ แต่เมื่อโครงการ 2 ล้านล้านนี้ได้หยุดชะงักไปในปี 2557 นี้ ทำให้นักลงทุนที่ได้กว้านซื้อที่ดินไว้เมื่อช่วงที่ จ.นครราชสีมาบูม อย่างภาคการค้าปลีกของ เซ็นทรัล ที่ได้ซื้อที่ดินบริเวณบายพาสรอบนอกเส้นมาขอนแก่น อยู่หน้าโฮมโปร หรือเทอร์มินอลที่ซื้อที่ดินไปแล้วบริเวณตรงข้ามบิ๊กซี ซึ่งทั้ง 2 โครงการเป็นโครงการขนาดใหญ่ที่ได้ลงทุนซื้อที่ดินที่ราคาสูงเกินความเป็นจริง ทำให้ราคาที่ดินบริเวณใกล้เคียงสูงขึ้นเกินความจริงตามไปด้วย โดยโครงการ 2 ล้านล้านได้หยุดชะงักไป ทำให้ส่งผลต่อโครงการพัฒนาเหล่านี้ จึงมีความเป็นไปได้ที่อาจจะต้องชะงักตามไปด้วย หรือแม้แต่ภาคอสังหาริมทรัพย์ ที่เข้ามาสร้างเป็นคอนโดมีเนียม หรือบ้านจัดสรรแนวราบ ในช่วงแรกก็มีความเคลื่อนไหวอย่างรุนแรง จนปัจจุบันเรียกได้ว่า อสังหาริมทรัพย์เหล่านี้มีเกินความจำเป็น ที่คาดว่าหลังจากนี้ต่อไปในภาคการค้าปลีกหรือภาคอสังหาริมทรัพย์ที่จะเข้ามารายใหม่ก็คงต้องรอดูสถานการณ์ต่อไปก่อน ส่วนนักลงทุนรายเก่าที่ได้เข้ามาในพื้นที่ อาจจะต้องชะลอการลงทุนไปสักระยะหนึ่ง เพราะสิ่งสำคัญของการลงทุน คือในเรื่องของกำลังซื้อที่จะเข้ามาในพื้นที่ จ.นครราชสีมา เนื่องจากเริ่มแรกที่เข้ามาลงทุนนั้น ไม่ได้มองเฉพาะคนในพื้นที่เท่าไรนัก แต่กลับมองถึงผู้บริโภคแฝงที่คาดว่าจะตามมาตามโครงการเมกะโปรเจคนี้ รวมไปถึงประชากรจากอาเซียนที่จะเคลื่อนย้ายเข้ามาลงทุนในพื้นที่ทางภาคอีสาน ด้วยเห็นถึงการคมนาคมขนส่งที่มีประโยชน์ ดังนั้นเมื่อการลงทุนหยุดชะงักไป จึงทำให้ต้องเริ่มมาทบทวนแผนการลงทุนว่าจะดำเนินการต่อไปดีหรือไม่ เนื่องจากกลุ่มผู้บริโภคในพื้นที่ จ.นครราชสีมาและ จังหวัดใกล้เคียงยังไม่สามารถตอบโจทย์ผลกำไรได้อย่างที่คาดหวังไว้แต่แรก ดังนั้นต่อจากไปนักลงทุนที่ได้ลงมือซื้อที่ดินไปแล้วและยังไม่ได้มีแผนการพัฒนาพื้นที่ต่อไปนั้น อาจจะทำให้มีการปล่อยที่ดินออกไปด้วยราคาที่ต่ำกว่าราคาที่ได้ซื้อเก็บไว้ เนื่องจากต้องเสียดอกเบี้ยให้กับธนาคารที่ได้กู้ยืมเงินเอาไว้ ซึ่งจะส่งผลให้ราคาที่ดินของ จ.นครราชสีมาราคาอ่อนตัวลงในช่วงระยะเวลาต่อจากนี้ไป อย่างไรก็ตามผลกระทบยังไม่ได้กระทบเฉพาะนักลงทุนรายใหญ่เท่านั้นแต่ยังได้กระทบไปยังผู้ประกอบการเล็กๆตามไปด้วย เนื่องจากธนาคารจะมีความเข้มงวดมากยิ่งขึ้น ทางด้านนายกฤช หิรัญกิจ นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์จังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า เมื่อโครงการ 2 ล้านล้านได้หยุดชะงักไป ทำให้โครงการพัฒนาที่ดินต่าง ๆ จากส่วนกลางได้หยุดชะงักตามไปด้วย ซึ่งจะส่งผลให้ราคาที่ดินในพื้นที่ลดลงเพราะเจ้าของที่ดินบางรายอาจจะต้องการปล่อยออกไปมากกว่า หากขายในราคาเดิมอาจจะไม่น่าสนใจ รวมไปถึงกลุ่มทุนจาก กลุ่มเทพเองอาจจะปล่อยที่ดินออกตามไปด้วย จึงอาจจะขาดทุนบ้าง เพราะได้ซื้อที่ดินมาในราคาที่สูงเกินจริงเกือบ 300 เท่า แต่อย่างไรก็ตามเชื่อว่าโครงการ 2 ล้านล้านนี้ ในรัฐบาลต่อ ๆ ไปอาจจะหยิบยกเข้ามาดำเนินการต่อจนสำเร็จ เนื่องจากเป็นโครงการที่ทุกรัฐบาลให้ความสนใจ แต่อย่างจะยังไม่ใช้ระยะเวลานี้ ดังนั้นนักลงทุนที่เข้ามาในช่วงแรกนั้นหากยังไม่พัฒนาต่อไปก็คงจะรอดูสถานการณ์ไปสักระยะหนึ่งจนกว่าจะมีความมั่นใจ ถึงจะเข้ามาลงทุนเพิ่มเติม แต่อย่างไรก็ตามสำหรับกลุ่มทุนที่ได้ลงทุนไปแล้ว อย่างเซ็นทรัลหรือเทอร์มินอล น่าจะดำเนินการพัฒนาต่อไป และคาดว่าจะเปิดในปีนี้อย่างแน่นอน ส่วนการลงทุนในภาคอสังหาริมทรัพย์ ไม่ว่าจะเป็นของแสนสิริที่เข้ามาทำคอนโดมิเนียมบริเวณแถวบิ๊กซีจำนวน 6 ไร่ และได้มองพื้นที่อีกหลายแปลงบริเวณบาสพาสทางไปขอนแก่น หรือแม้แต่ศุภาลัยที่ได้ซื้อที่ดินไว้ประมาณ 40 กว่าไร่ เพื่อทำโครงการบ้านจัดสรรแนวราบ เซซิโอเข้ามาทำคอนโดมีเนียม เป็นต้น อาจจะต้องชะลอตัวไปก่อน อย่างไรก็ตามในจังหวัดนครราชสีมาในช่วงก่อนหน้านี้ได้มีนักลงทุนเข้ามาเปิดโครงการหลายโครงการ โดยเฉพาะบริเวณถนนเลี่ยงเมือง บายพาสไปทาง จ.ขอนแก่น ไม่ว่าจะเป็นโฮมโปร แลนด์แอนด์เฮ้าส์ บ้านพฤกษาที่ได้เข้ามาพัฒนาที่ดินเป็นบ้านจัดสรร เชื่อว่า จ.นครราชสีมาจะยังเป็นที่จับตามมองของนักลงทุนต่อไปโดยเฉพาะเมื่อมีการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ในปี 2558 ที่กำลังจะถึงนี้