เพื่อไทยออกแถลงการณ์ ค้านอำนาจศาล รธน.
18 มี.ค. 2557 | wanchat

เพื่อไทย 18 มี.ค.57 - เพื่อไทยออกแถลงการณ์ คัดค้านการใช้อำนาจของศาล รธน. ชี้ขยายอำนาจตัวเองไม่สิ้นสุด แจงหากตัดสินให้เลือกตั้ง 2 ก.พ.เป็นโมฆะ เท่ากับสร้างบรรทัดฐานอันเลวร้าย
ข่าว
18 มี.ค. 2557 | wanchat

เพื่อไทย 18 มี.ค.57 - เพื่อไทยออกแถลงการณ์ คัดค้านการใช้อำนาจของศาล รธน. ชี้ขยายอำนาจตัวเองไม่สิ้นสุด แจงหากตัดสินให้เลือกตั้ง 2 ก.พ.เป็นโมฆะ เท่ากับสร้างบรรทัดฐานอันเลวร้าย
เมื่อเวลา 13.30 น.ที่พรรคเพื่อไทย คณะกรรมการบริหารพรรคและแกนนำพรรคเพื่อไทย นำโดยนายโภคิน พลกุล นายชูศักดิ์ ศิรินิล นายภูมิธรรม เวชยชัย และพ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย ร่วมกันแถลงการณ์คัดค้านการใช้อำนาจของศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยเกี่ยวกับการเลือกตั้งส.ส.เมื่อวันที่ 2 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทยเป็นตัวแทนอ่านแถลงการณ์ว่า ตามที่ผู้ตรวจการแผ่นดินมีมติให้เสนอเรื่องพร้อมความเห็นกรณีที่นายกิตติพงศ์ กมลธรรมวงศ์ อ.ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ขอให้ส่งเรื่องไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า การเลือกตั้งส.ส.เมื่อวันที่ 2 ก.พ.ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญได้รับเรื่องดังกล่าวไว้พิจารณาวินิจฉัย และคาดว่าจะมีคำวินิจฉัยในอีกไม่กี่วันข้างหน้านั้น พรรคเพื่อไทยขอแถลงการณ์ว่า 1.ขอคัดค้านผู้ตรวจการแผ่นดินว่า ไม่มีอำนาจที่จะส่งเรื่องดังกล่าวไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้ เพราะอำนาจของผู้ตรวจการแผ่นดินที่จะส่งเรื่องไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยนั้น ต้องเห็นว่าบทบัญญัติใดของกฎหมายขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญเท่านั้น กรณีนี้จึงไม่อยู่ในอำนาจของผู้ตรวจการแผ่นดินที่จะเสนอเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญได้ 2.เมื่อพิจารณาพฤติกรรมขององค์กรตามรัฐธรรมนูญหลายองค์กรชี้ให้เห็นว่า มีการใช้ทฤษฎีสมคบคิดเพื่อมุ่งล้มการเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.ตั้งแต่แรก 3.การล้มการเลือกตั้งด้วยกระบวนการที่ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญจะส่งผลให้เกิดความขัดแย้งแตกแยกของคนในสังคมมากขึ้น เป็นการล้มล้างสิทธิของผู้ใช้สิทธิลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง 4.การที่ศาลรัฐธรรมนูญรับวินิจฉัยเรื่องการเลือกตั้งโดยไม่มีอำนาจนั้น นอกจากจะเป็นการไม่เคารพรัฐธรรมนูญและหลักนิติธรรมแล้ว ยังเป็นการขยายเขตอำนาจของตนอย่างไม่มีที่สิ้นสุด จะเกิดวิกฤตศรัทธาต่อระบบยุติธรรมของประเทศอย่างร้ายแรง 5.พรรคเพื่อไทยยอมรับต่อการกระทำขององค์กรตามรัฐธรรมนูญเฉพาะที่อยู่ภายใต้บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญและกฎหมายเท่านั้น แต่จะไม่ยินยอมต่อการกระทำใดอันเป็นการนอกเหนือรัฐธรรมนูญและกฎหมาย 6.พรรคจะยืนหยัดเคียงข้างประชาชนในการต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจอธิปไตยที่เป็นของประชาชน ไม่ใช่อำนาจอธิปไตยที่เป็นของศาลรัฐธรรมนูญหรือองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า 7.การเลือกตั้งที่มีปัญหาเกิดจากการขัดขวางของกลุ่มกปปส.และคนของพรรคประชาธิปัตย์ รวมถึงการละเลยต่อหน้าที่ของกกต. ดังนั้น หากศาลรัฐธรรมนูญตัดสินว่าการเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.เป็นโมฆะ จะถือเป็นบรรทัดฐานที่เลวร้ายของประเทศไทยและต่อระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตย เพราะหากพรรคการเมืองใดรู้ว่าตนจะพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งก็จะออกมาขัดขวางการเลือกตั้งเพื่อทำให้การเลือกตั้งมีปัญหา แล้วให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ และ 8.เหตุผลที่ผู้ตรวจการแผ่นดินส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ไม่ว่าเรื่องการรับสมัคร 28 เขตเลือกตั้งที่ยังไม่สามารถทำได้ การเปิดรับสมัครส.ส.ไม่เที่ยงธรรม การเปลี่ยนสถานที่รับสมัครโดยไม่แจ้งให้ทราบ หรือข้ออ้างที่ว่าการนับคะแนนเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.ให้รอไปก่อนโดยที่ยังมีการเลือกตั้งไม่ครบถ้วนนั้น พรรคเห็นว่าปัญหาดังกล่าวมีกฎหมายรองรับในการแก้ปัญหาได้ ดังนั้นจึงไม่มีเหตุผลใดที่จะอ้างว่าการเลือกตั้งเป็นโมฆะได้ นายพร้อมพงศ์ กล่าวอีกว่า พรรคเพื่อไทยเห็นว่า ทั้งผู้ตรวจการแผ่นดินและศาลรัฐธรรมนูญไม่มีอำนาจพิจารณาเรื่องดังกล่าว และถือเป็นการกระทำโดยไม่มีอำนาจ พรรคจึงขอคัดค้านการกระทำดังกล่าว โดยขอให้กกต.จัดการเลือกตั้ง ส.ส.ให้เสร็จสิ้นสมบูรณ์โดยเร็วต่อไป ทั้งนี้ การดำเนินการของศาลรัฐธรรมนูญในกรณีนี้เป็นไปอย่างลุกลี้ลุกลน มีพิรุธ เช่น การสั่งให้รัฐบาลทำคำชี้แจงทั้ง ๆ ที่รัฐบาลไม่มีหน้าที่ และบังคับให้ต้องส่งคำชี้แจงมายังศาลภายในเวลา 16.30 น.ของวันจันทร์ที่ 17 มี.ค. 2557 ทั้ง ๆ ที่ส่งเอกสารให้รัฐบาลเมื่อวันที่ 14 มี.ค. 2557 และแม้ว่ารัฐบาลจะขอเลื่อนการชี้แจงออกไปถึง 17.00 น.ก็ไม่ยอม สรุปคือให้เวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงเพื่อทำคำชี้แจง พรรคเพื่อไทยเห็นว่าการเคลื่อนไหวของ 6 องค์กรอิสระเป็นเพียงฉากหนึ่งของขบวนการโค่นล้มประชาธิปไตยซึ่งมีมาอย่างยาวนานและต่อเนื่องจากการรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 ก.ย. 2549 เพียงแต่เปลี่ยนตัวเล่นให้ดูสมจริงสมจังมากขึ้นเท่านั้น ทั้งนี้ จากพฤติกรรมและท่าทีของ 6 องค์กรที่ผ่านมา โดยเฉพาะกกต.นั้น เป็นที่น่าเคลือบแคลงเป็นอย่างมาก ผู้ที่ทำผิดกฎหมายอย่างชัดแจ้ง ทั้งกปปส.และพรรคประชาธิปัตย์ที่บอยคอตและขัดขวางการเลือกตั้ง กกต.กลับไม่ดำเนินการใด ๆ เลย แต่กับรัฐบาลและพรรคเพื่อไทยซึ่งปฏิบัติตามกฎเกณฑ์กติกาของระบอบประชาธิปไตยและกฎหมายทุกประการกลับถูกจ้องเล่นงานและหาเรื่องโจมตีได้ทุกเรื่อง เหมือนจะเป็นการสร้างเงื่อนไขเพื่อทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโมฆะเพื่อหาทางลงให้กปปส.และเปิดทางให้พรรคประชาธิปัตย์ลงเลือกตั้งหรือทำให้เกิดสุญญากาศเพื่อนำไปสู่การใช้รัฐธรรมนูญมาตรา 7 หรือการรัฐประหารต่อไป ผู้สื่อข่าวถามว่า หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้การเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.เป็นโมฆะ พรรคเพื่อไทยจะดำเนินการอย่างไร นายโภคินกล่าวว่า คงต้องมีการหารือกันต่อไป แต่ขณะนี้ศาลรัฐธรรมนูญยังไม่มีคำวินิจฉัยออกมา เราก็เพียงแต่แสดงจุดยืนก่อนว่า สิ่งที่ศาลรัฐธรรมนูญกำลังทำอยู่นั้นมันไม่ถูกต้อง ทั้งนี้ ทุกศาลเวลามีคนไปฟ้อง ก็จะส่งคำร้องให้อีกฝ่ายเพื่อทำคำให้การส่งกลับไปให้ศาล ซึ่งในการแก้ไขรัฐธรรมนูญประเด็นที่มาส.ว.ก่อนหน้านี้นั้น ส.ส.และส.ว.ไม่ได้ทำคำให้การกลับไปก็เพราะเขาเห็นว่าสิ่งที่ศาลกำลังทำอยู่นั้นศาลไม่มีอำนาจ ดังนั้นอยากถามกลับด้วยว่า สมมติว่าถ้ามีคนเอาเรื่องที่ร้องต่อศาลไม่ได้ไปร้อง แล้วศาลรัฐธรรมนูญก็รับเรื่องนั้นไว้ หรือหากศาลทำผิดกฎหมายเสียเอง แล้วพวกท่านจะทำอย่างไร คำวินิจฉัยที่ผูกพันทุกองค์กรนั้น ต้องเป็นคำวินิจฉัยโดยชอบใช่หรือไม่ พ.อ.อภิวันท์ กล่าวว่า ยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยไม่เคยพูดว่าไม่ยอมรับอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ แต่ถ้าหากศาลรัฐธรรมนูญทำผิดรัฐธรรมนูญเสียเองย่อมไม่มีผลผูกพันตามรัฐธรรมนูญมาตรา 216 ซึ่งจะทำให้ไม่มีผลในทางปฏิบัติภาพ : @phanasGook