"ผบ.ทอ."รับเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เป็นผลดี
18 มี.ค. 2557 | wanchat

18 มี.ค. 2557 - "ผบ.ทอ." รับเกิดเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เป็นผลดี แนะสองฝั่งลดทิฐิ เจรจา
ข่าว
18 มี.ค. 2557 | wanchat

18 มี.ค. 2557 - "ผบ.ทอ." รับเกิดเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เป็นผลดี แนะสองฝั่งลดทิฐิ เจรจา
พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผู้บัญญชาการทหารอากาศ ให้สัมภาษณ์ ถึงกรณีการประกาศยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แล้วกลับมาใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงว่า เชื่อว่า การยกเลิก พรก.ฉุกเฉินจะเกิดผลดี ทุกภาคส่วน ทั้งในเรื่องความขัดแย้งทางการเมือง จะกลับไปสู่สันติ ได้มากกว่า ปัญหาทางเศรษฐกิจ เรื่องท่องเที่ยว ธุรกิจ ที่ส่งผลกระทบจะดีขึ้นตามลำดับ เพียงแต่มองว่า ช่วงเวลาที่ผ่ามาตั้งแต่เดือนตุลาคมปี 2556 ถึงจนปัจจุบัน ประมาณ 6 เดือน ความไม่มั่นคงทางการเมืองได้ส่งผลกระทบต่อทางด้านเศรษฐกิจ สังคม มากน้อยแค่ไหน และจะยอมให้ผลกระทบเกิดต่อไปหรือไม่ เราควร จะสร้างสภาพการเมืองเพื่อให้ประเทศได้บริหารราชการต่อไป โดยดูแล เรื่องการปฏิรูปประเทศควบคู่กันไป บริหารประเทศภายใต้ระบอบประชาธิปไตยให้มั่นคงต่อไป พล.อ.อ.ประจินกล่าวต่อว่า ถึงเวลาแล้วหรือไม่ที่เราควรจะยุติความขัดแย้ง หาทางไปสู่ความสันติ เรามองในเรื่องสงครามการต่อสู้ใน 2 แบบ คือ 1.ฝ่ายมีกำลังไปโจมตีฝ่ายอ่อนแอ บังคับให้ปฏิบัติตาม และ 2. มีกำลังทัดเทียมกัน ใช้กำลังเผชิญหน้ากัน ยึดครองเจรจาเพื่อการต่อรอง กับไปสู่สันติ ถ้าต่อรองไม่ได้ก็ต้องอาศัญคนกลาง มาช่วย แต่ในสงครามกลางเมืองใกล้เคียงกัน เพราะเรามีประเทศเป็นเป้าหลักที่ทำให้เกิดผลกระทบทางสังคม เศรษฐกิจเราจึงจำเป็นต้องเลือกหนทางที่ดีที่สุด เพื่อหลีกเลี่ยงการสูญเสีย ควรใช้เจรจาเพื่อหาทางออก เดินทาง พร้อมทำควบคู่ไปกับการบริหารประเทศ และการปฏิรูปประเทศ ภายใต้ระบอบประชาธิปไตย ซึ่งจะทำให้เกิดผลดีต่อสภาพรวม ยุติความขัดแย้ง ยุติการใช้วาทะกรรมที่เสียดสี หรือทำให้เกิดการแบ่งแยกเป็นกลุ่ม ช่วยกัน สร้างสรรคประเทศให้เดินหน้าต่อไป ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการเสนอให้กองทัพเป็นคนกลางในการเข้ามาแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง ผู้บัญชาการทหารอากาศ กล่าวว่า ถ้าทำได้ ก็ เกิดผลดีกลับประเทศชาติในทุกด้าน ไม่ใช่เฉพาะทหาร ใครก็ตาม ที่ได้รับการประสานให้มาเป็นคนกลาง ก็พร้อมที่จะปฏิบัติหน้าที่ ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า ทั้งสองฝ่ายยังมีคนอยู่เบื้องหลัง จะแก้ไขปัญหากันอย่างไร พล.อ.อ.ประจิน กล่าวว่า เชื่อว่าทุกคนมีเป้าหมายเพื่อประเทศชาติ และส่วนรวม ถ้าเรายอมลด ทิฐิ ยอมเสียสละบางคนส่วน คนที่มีอำนาจ หรือมีบทบาท ยอมลดอำนาจบทบาทลงบ้าง ใครมีอำนาจมากก็ลดมาก ใครมีอำนาจน้อยก็ลดน้อย เพื่อให้กลับมาอยู่จุดสมดุล การเสียสละอย่างนี้น่าจะเป็นประวัติศาสตร์จาลึกได้ว่า ผู้ที่เสียสละในลักษณะของวีรบุรุษ และวีระสตรี ก็ ได้ในอนาคต ที่จะเกิดขึ้น ฉะนั้น เชื่อว่า ทุกคนมีเจตนาดีกับประเทศไทย ถ้าทุกคน เห็นเป้าหมายร่วมกัน และปรับแนวทางมาสู่จุดสมดุลก็จะเริ่มต้นการเจรจา ไปสู่หนทางออกของประเทศชาติต่อไป " ในตัวบุคคล ทั้งสองท่าน ซึ่งมีบทบาทสูงน่าจะมีกลไกลในการเจรจาเพื่อหาทางออกอย่างสันติวิธี แต่ขึ้นอยู่กับการว่าจะใช้กลไกลหรือวิธีการ หรือเครื่องมือ หรือกลุ่มบุคคลใด แต่สุดท้ายการเจรจาจะดีที่สุด ทั้งนี้เราต้องมองภาพว่า หากเราไม่เจรจา แล้วเกิดความสูญเสีย จะเป็นแบบอย่างที่ยกตัวอย่าง คือสงครามผู้มีอำนาจ ใช้กำลังกับผูู้ไม่มีอำนาจ เมื่อชนะ แล้วก็บังคับ ซึ่งปัจจุบันไม่มีใครต้องการ กับกรณีที่มีอำนาจทั้งสองฝ่าย เมื่อมาเจอกันแล้วหยุดเพื่อเจรจาให้ เกิดความสันติ เป็นหนทางที่ดีที่สุด ถึงเวลาแล้วที่ทุกฝ่ายจะต้องเสียสละลดทิฐิ และแสดงออกถึงการเป็นวีรสตรี เมื่อถามย้ำว่า นายกฯ ควรลาออกเพื่อที่จะได้เป็นวีรสตรี และสุเทพ ยุติการชุมนุม จะได้เป็นวีรบุรุษ ผู้บัญชาการทหารอากาศ กล่าวว่า ขึ้นอยู่กลับดุลพินิจของแต่ละท่านว่าส่วนใดที่จะสามารถลดทิฐิลงได้ หรือส่วนใดที่จะเสียสละได้ ซึ่งขึ้นอยุ่แต่ละดุลพินิจของแต่ละท่านเรื่องนี้ตนไม่สามารถชี้ชัดได้ว่าจะแค่ไหนอย่างไร เพราะตนไม่มีข้อมูล หรือบทบาทสำคัญ เหมือนแต่ละท่าน ตนให้ ข้อมูลในฐานะประชาชนคนหนึ่ง ผู้สื่อข่าวถามว่า มีคนเสนอให้ ผู้บัญชาการทหารอากาศ เป็นนายกฯคนกลาง พล.อ.อ.ประจิน กล่าวว่า เป็นไปไม่ได้ เอาข่าวมาจากไหน นักข่าวจึงได้กล่าว เป็นการโยนหินถามทาง ผู้บัญชาการทหารอากาศ ตอบกลับว่า คงเป็นไปไม่ได้ เพราะยังมีบุคคลอื่นที่มีบทบาทสำคัญกว่าตน เช่น ผบ.สูงสุด และ ผบ.ทบ.