อภิวันท์หยัน 7 องค์กรอิสระแก้ปัญหาประเทศ คว้าน้ำเหลว
17 มี.ค. 2557 | wanchat

พรรคเพื่อไทย 17 มี.ค.57 - อภิวันท์ หยัน 7 องค์กรอิสระแก้ปัญหาประเทศ คว้าน้ำเหลว เสนอ 4 ปัจจัยแก้ขัดแย้ง
ข่าว
17 มี.ค. 2557 | wanchat

พรรคเพื่อไทย 17 มี.ค.57 - อภิวันท์ หยัน 7 องค์กรอิสระแก้ปัญหาประเทศ คว้าน้ำเหลว เสนอ 4 ปัจจัยแก้ขัดแย้ง
พรรคเพื่อไทย--17มี.ค.2557--พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการเสนอโรดแม็พทางออกประเทศไทยขององค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญในวันที่ 17 มี.ค.ว่า สิ่งที่นายสมชัย ศรีสุทธิยากร คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง กำลังทำจะไม่ประสบความสำเร็จ เพราะที่ผ่านมาก็ยังไม่สามารถจัดการเลือกตั้งให้ประสบความสำเร็จได้ อีกทั้งคณะกรรมการที่จะมากำหนดโรดแม็พของประเทศต้องถามตัวเองก่อนว่า 1. มีอำนาจหน้าที่หรือไม่ 2.คณะเหล่านี้นำตัวเองเข้าไปเกี่ยวข้องกับปัญหาหรือไม่ เพราะขณะนี้สังคมไทยแบ่งแยกกันอย่างชัดเจน พ.อ.อภิวันท์กล่าวว่า ตนเชื่อว่าฐานันดรที่สี่จะเป็นองค์กรหนึ่งที่สามารถแก้ไขปัญหาบ้านเมืองได้ โดยจะต้องวางตัวเป็นกลาง พร้อมทั้งระดมความคิดของผู้คนในสังคม ส่วนการจะเสนอนายกรัฐมนตรีตามมาตรา 7 ของรัฐธรรมนูญนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงตรัสชัดเจนว่า เป็นไปไม่ได้ ฉะนั้นใครที่คิดแบบนี้ถือว่าเป็นคนที่ไม่จงรักภักดีต่อสถาบัน ดังนั้น แนวทางในการแก้ปัญหาที่ดีที่สุดองค์กรตามรัฐธรรมนูญคือ มีหน้าที่อย่างไรก็ควรทำหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนด กกต.ต้องเร่งดำเนินการจัดเลือกตั้งให้สำเร็จโดยเร็วที่สุด เมื่อเลือกตั้งประสบความสำเร็จปัญหาของบ้านเมืองก็จะหมดไป เมื่อถึงเวลานั้นจะจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติก็สามารถทำได้เพราะเป็นการทำตามกรอบกฎหมายรัฐธรรมนูญ โดยผู้ที่จะมาเป็นนายกรัฐมนตรีต้องมาจากการเลือกตั้ง ส่วนคณะรัฐมนตรีไม่จำเป็นต้องมาจากการเลือกตั้ง นายสมชัย หรือนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ก็สามารถเข้ามาเป็นรัฐมนตรีได้ ซึ่งตนเคยเสนอแนวทางดังกล่าวไว้แต่สังคมยังไม่ได้ให้การตอบรับ ส่วนการตั้งสภาประชาชนไม่สามารถตั้งขึ้นมาลอยๆ ได้ ต้องมีพระราชบัญญัติจัดตั้งสภาประชาชนที่ออกโดยสภาผู้แทนราษฎร พ.อ.อภิวันท์ กล่าวด้วยว่า ปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นจะต้องอาศัย 4 ปัจจัยในการแก้ปัญหาคือ1.แก้ปัญหาตามข้อเท็จจริง ต้องยอมรับว่าขณะนี้บ้านเมืองสู้กันอย่างดุเดือด เกิดจากการแย่งชิงอำนาจของพรรคการเมือง 2 พรรค อีกทั้ง 2พรรคการเมืองต่างมีมวลชนของตัวเอง พรรคหนึ่งมีมวลชนรากหญ้า อีกพรรคมีมวลชนระดับศักดินา ระดับอำมาตย์ 2.ความยุติธรรมต้องเป็นมาตรฐานเดียวกัน ถ้าตราบใดยังไม่มีมาตรฐานความยุติธรรม จะเกิดกลียุคแน่นอน อาทิ โครงการประกันราคาข้าวที่มีการตรวจสอบมาช้านาน แต่กลับมาเร่งพิจารณาโครงการรับจำนำข้าวภายใน 21 วัน 3.ความมีเมตตาธรรม ทุกฝ่ายต้องให้อภัยซึ่งกันและกัน ไม่ว่าจะเป็นเสื้อเหลือง เสื้อแดง อำมาตย์ หรือคนรากหญ้า ต้องให้อภัยซึ่งกัน เพราะแต่ละฝ่ายต่างเสพข่าวคนละด้าน 4.ต้องมองโลกอย่างสร้างสรรค์ ต้องเชื่อว่าปัญหาบ้านเมืองแก้ไขได้