เนชั่นทีวี

ข่าว

“สุรนันทน์"เผย เล็งเชิญถวิล-ภราดร คุยคืนตำแหน่ง

10 มี.ค. 2557 | wanchat

“สุรนันทน์"เผย เล็งเชิญถวิล-ภราดร คุยคืนตำแหน่ง

รร.นายร้อยตำรวจ 10 มี.ค. - “สุรนันทน์"เผยเล็งเชิญถวิล-ภราดรคุยกรณีคืนตำแหน่ง ชี้เรื่องซับซ้อนต้องส่งให้กกต.เคาะ ถามถวิลมืออาชีพหรือไม่ ย้ำเคยอยู่ในศอฉ.และขึ้นเวทีกปปส

เมื่อเวลา 13.00 น. ที่โรงเรียนนายร้อยตำรวจ อ.สามพราน จ.นครปฐม นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งให้คือตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.)ภายใน 45 วัน ให้กับนายถวิล เปลี่ยนศรี ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ฝ่ายข้าราชการประจำ ว่า ในทุกกรณีศาลปกครองจะให้เวลา 45 วัน หรือ 60 วัน ซึ่งในกรณีนี้ 45 วัน ศาลเข้าใจว่าการบริหารราชการแผ่นดินว่าการโยกย้ายตำแหน่งหรือคืนตำแหน่งจะต้องมีขั้นตอนที่จะต้องทำให้ถูกต้องไม่ว่าเรื่องเอกสารของราชการหรือข้อกฎหมาย ซึ่งจะต้องไปดูผลกระทบทั้งหมด ทั้งเรื่องตำแหน่ง สวัสดิการ ซึ่งในกรณีที่ผ่านมาก็ใช้เวลาพอสมควร แต่ทันใน 45 วันแน่นอน ซึ่งตนได้มีการหารือกับเลขาฯ คณะกรรมการข้าราชการพลเรือน(ก.พ.) และจะประชุมร่วมกับสำนักเลขาฯ นายกรัฐมนตรี เพื่อดูขั้นตอนให้ครบถ้วน ซึ่งเลขาฯ ก.พ. ระบุว่ามีความสลับซับซ้อนกันพอสมควรเพราะหลังจากที่นายถวิล ถูกย้ายไปแล้วก็เป็นพล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี รับตำแหน่งต่อ และต่อมาได้ย้ายไปเป็นปลัดกระทรวงคมนาคม จากนั้นก็เป็นพล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาฯ สมช. ซึ่งย้ายมาเป็นรองเลขาฯ สมช. ก่อนแล้วจึงขึ้นเป็นเลขาฯ สมช. จึงมีเรื่องขั้นตอนเอกสารและกฎหมายต่างๆ รวมทั้งจะต้องมีการหารือกับพล.ท.ภราดร เอง ว่าตำแหน่งใดจะเป็นตำแหน่งที่เหมาะสมสำหรับตัวท่านเอง ซึ่งเมื่อได้ข้อสรุปร่วมกับเลขาฯ ก.พ.แล้วจะต้องนำเรียนนายกรัฐมนตรี เพื่อให้ตัดสินใจกรณีพล.ท.ภราดร ก่อนที่จะคืนตำแหน่งให้นายถวิล ซึ่งจะต้องเข้าครม.และสถานการณ์ขณะนี้จะต้องส่ง กกต.ด้วยถึงแม้จะเป็นคำสั่งศาลก็ตามเพราะเป็นการโยกย้ายโดยตำแหน่ง เมื่อถามว่ามีการมองว่าเป็นการกลั่นแกล้งข้าราชการหรือไม่ นายสุรนันทน์ กล่าวว่า นายถวิลก็รู้ดีว่าที่ผ่านมาทุกรัฐบาลตำแหน่งเลขาฯ สมช.ถือเป็นหน่วยงานหลักที่ต้องมีความไว้วางใจกัน ซึ่งกรณีนี้นายถวิลก็เคยมีตำแหน่งอยู่ในศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอฉ.) ของรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ซึ่งถือว่าเป็นมือไม้ที่สำคัญ ดังนั้นก็น่าจะเข้าใจว่ารัฐบาลก็ต้องการมีมือมีไม้เป็นของตัวเอง ซึ่งเรื่องนี้ที่ผ่านมาในอดีตก่อนที่นายถวิลจะมารับตำแหน่งเลขาฯสมช.ก็มีหลายกรณีที่เลขาฯสมช.ถูกย้ายไป เช่น พล.ท.ภราดรก็มีการถูกย้ายไป ดังนั้นจึงเป็นเรื่องปกติของการเข้ามาบริหารราชการแผ่นดิน เพียงแต่ว่าการที่ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งเช่นนี้ก็คือว่าต่อไปนี้รัฐบาลจะโยกย้ายก็ต้องให้เหตุผลที่ชัดเจน เพื่อที่จะเห็นชัดว่าเราไม่ได้ใช้ความลำเอียงแต่มีการพินิจพิเคราะห์ ขณะเดียวกันการบริหารงานบุคคลเราก็ต้องให้โอกาสในการทำงาน ผู้สื่อข่าวถามว่านายถวิลเตรียมที่จะไปร้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายสุรนันทน์กล่าวว่า ตนคิดว่านายถวิลน่าจะเข้าใจว่าในการบริหารราชการแผ่นดินนั้นเป็นเรื่องปกติ เพราะฉะนั้นหากสามารถทำความเข้าใจกันได้และรัฐบาลก็ปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของศาลปกครองก็น่าจะไม่มีปัญหาอะไร เมื่อถามว่าการที่นายพงษ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรีออกมาระบุว่าไม่สามารถคืนตำแหน่งให้นายถวิลได้ทันภายใน 45 วันเป็นการทำให้บรรยากาศเสียไปหรือไม่ นายสุรนันทน์กล่าวว่า คงไม่ใช่ แต่เนื่องจากนายพงษ์เทพเป็นผู้พิพากษาเก่า จึงไปพิจารณาในข้อกฎหมายว่าถึงแม้ว่าศาลปกครองจะมีคำสั่งให้คืนตำแหน่งให้นายถวิลภายใน 45 วัน แต่หากไปไม่ปฏิบัติตามก็ไม่มีบทลงโทษอะไร จึงมองว่าไม่จำเป็น ซึ่งเป็นมุมมองในแง่กฎหมาย อย่างไรก็ตามความเป็นจริงแล้วหากศาลปกครองวินิจฉัยออกมาเช่นนี้แล้วในระบบราชการต้องปฏิบัติตามคำสั่งศาลปกครอง ผู้สื่อข่าวถามว่า หลังจาก 45 วันแล้วที่การคืนตำแหน่งให้แล้วนายถวิลยังจะสามารถทำงานร่วมกับรัฐบาลได้หรือไม่ นายสุรนันทน์กล่าวว่า “เป็นเรื่องที่นายกรัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคงต้องพูดคุยเพื่อทำความเข้าใจกับคุณถวิลว่าจะสามารถทำงานร่วมกันได้หรือไม่ เพราะว่าคุณถวิลเองก็มีบทบาทสำคัญจากการขึ้นเวทีปราศรัยของกลุ่มกปปส. เพราะฉะนั้นการทำความเข้าใจกันว่ามีแนวคิดตรงกันหรือไม่และจะสามารถทำงานร่วมกันได้หรือไม่คงต้องมีการพูดคุยกัน” เมื่อถามว่าจะถึงขั้นไม่ให้นายถวิลเข้ามารับผิดชอบเกี่ยวกับงานด้านการความมั่นคงหรือไม่ นายสุรนันทน์กล่าวว่า “ให้ไปถึงตรงนั้นก่อน เพราะต้องพูดคุยกับทั้งคุณถวิลและพล.ท.ภราดรก่อน” ส่วนเกรงว่าความลับของรัฐบาลจะไปถึงกลุ่มกปปส.หรือไม่ นายสุรนันทน์กล่าวว่า “อย่าเพิ่งไปกลัว เพราะวันนี้เรายังไม่สามารถพูดอะไรได้ เพราะว่าเราก็คงต้องดูในเรื่องขั้นตอนของการคืนตำแหน่งให้คุณถวิลก่อน และถ้าเกิดคุณถวิลเองบอกว่าเป็นมืออาชีพอย่างที่คุณถวิลพูดมาเสมอว่าเป็นข้าราชการและพร้อมที่จะทำงานให้ประเทศชาติผมคิดว่าก็คุยกันได้” เมื่อถามว่าดูตำแหน่งให้พล.ท.ภราดรหรือยัง นายสุรนันทน์กล่าวว่า ยังไม่ได้ดูเพราะต้องพิจารณาขั้นตอนการคืนตำแหน่งให้นายถวิลก่อนจากนั้นถึงจะทราบว่ารัฐบาลจะต้องทำอย่างไรและจะพยายามดำเนินการให้เสร็จตามกำหนดและทำความเข้าใจกับพล.ท.ภราดรต่อไปว่าจะไปอยู่ตำแหน่งใด ส่วนเป็นไปได้หรือไม่ว่าจะโยกพล.ท.ภราดรไปอยู่ในตำแหน่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ดูแลความมันคง นายสุนันทน์กล่าวว่า ต้องพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง เมื่อถามว่า ขณะนี้มีการวิเคราะห์สถานการณ์การเมืองอย่างไรบ้าง นายสุรนันทน์ กล่าวว่า อยู่ในจุดที่ยังพอพูดจาหารือกันได้และเราไม่อยากเห็นการปะทะกัน และเราเห็นว่าบทเรียนต่างๆ ของความรุนแรงนั้นทั้งคนในประเทศและต่างประเทศ มองว่าการนำไปสู่ความรุนแรงไม่เป็นประโยชน์ของประเทศ วันนี้บรรยากาศทางเศรษฐกิจและธุรกิจก็ลดลงและตกต่ำพอสมควร วันนี้มีการประชุมครม.เศรษฐกิจ ก็เห็นภาพอยู่พอสมควร ถ้าให้สถานการณ์เป็นเช่นนี้ต่อไปก็จะมีปัญหามากต่อระบบเศรษฐกิจ และกระทบต่อปากท้องของประชาชน และการตัดสินใจทางการเมืองที่ทำให้เกิดการเจรจาหารือกันและนำไปสู่การเลือกตั้งเข้าสู่กระบวนการประชาธิปไตยให้เร็วที่สุด ตนจึงคิดว่าจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติมากที่สุด เมื่อถามว่า ขณะนี้เข้าสู่กระบวนการเจรจาบ้างหรือยัง นายสุรนันทน์ กล่าวว่า ก็ยังเปิดอยู่ ทางกปปส.เองก็น่าจะหันเข้ามาคุยกันในเวทีปฏิรูปต่างๆ และเวทีที่กปปส.จัดอยู่ ก็ไม่ได้แตกต่างจากที่รัฐบาลหรือหน่วยกลางต่าง ๆ ที่พยายามจัด ซึ่งตนคิดว่าน่าจะมารวมเวทีกันได้ ถ้าไม่ไว้ใจรัฐบาลก็เป็นเวทีกลางก็ได้ เพื่อจะได้มีพื้นที่หารือกัน เพราะต่างคนต่างทำเวทีกันอีกฝ่ายก็ไม่ยอมรับเพราะต่างคนต่างเอาความคิดตัวเองใส่เข้าไป อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มีเวทีกลาง อย่างที่นายกิตติพงษ์ กิตติยารักษ์ ปลัด.ยุติธรรม พยายามจัดร่วมกับองค์กรต่างๆ อยู่ก็น่าจะเป็นเวทีที่ดี ที่จะเปิดโอกาสเอาความคิดต่างๆ มาเทรวมกัน แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไปหยุดยั้งกระบวนการเลือกตั้ง ส่วนที่ยังคงค้างอยู่ก็น่าจะรีบสะสางทั้งกระบวนการทางกฎหมายหรือข้อห่วงใยต่างๆ เพื่อให้การเลือกตั้งเสร็จสิ้น ทำให้มีสภาและรัฐบาลที่มีอำนาจเต็มเพื่อให้การปฏิรูปเกิดขึ้นได้ เมื่อถามต่อว่า ห่วงหรือไม่ว่าศาลจะตัดสินให้การเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ.โมฆะ นายสุรนันทน์ กล่าวว่า ถ้าศาลมีคำสั่งใดออกมา ขอให้อยู่ในวิถีประชาธิปไตย ในฐานะนักการเมืองคนหนึ่งและนักการเมืองทุกคนในรัฐบาลก็พร้อมจะปฏิบัติตาม แต่ขอให้อยู่ในกระบวนการประชาธิปไตย เรารับได้ ผู้สื่อข่าวถามว่า ถ้าศาลตัดสินให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ เท่ากับว่าต้องเลือกตั้งใหม่ นับหนึ่งใหม่ หรือไม่ นายสุรนันทน์ กล่าวว่า ต้องขึ้นอยู่กับศาลว่าวินิจฉัยอย่างไร ถ้าบอกว่าต้องเริ่มใหม่หมด เป็นโมฆะ ก็ต้องออกพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งใหม่

ข่าวล่าสุด