ศรส.แจงเหตุ เนรเทศสาธิต เซกัล
06 มี.ค. 2557 | wanchat

ศรส. 6 มี.ค. 2557 - ศรส. แจงเหตุ เนรเทศ สาธิต เซกัล จี้ กปปส. สั่งการ์ดยุติความรุนแรง
ข่าว
06 มี.ค. 2557 | wanchat

ศรส. 6 มี.ค. 2557 - ศรส. แจงเหตุ เนรเทศ สาธิต เซกัล จี้ กปปส. สั่งการ์ดยุติความรุนแรง
เมื่อเวลา 13.00 น. นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในฐานะกรรมการศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) แถลงผลการประชุมว่า ศรส.ขอชี้แจงกรณีนายสาธิต เซกัล แกนนำกปปส. ซึ่งเป็นบุคคลต่างด้าว สัญชาติอินเดียที่ได้รับอนุญาตให้มีถิ่นพำนักในประเทศไทย ซึ่งตามกฎหมายนายสาธิต ต้องงดเว้นไม่กระทำความผิดใดๆที่กระทบต่อความมั่นคง แต่กลับเข้าร่วมเป็นแกนนำหลักของ กปปส.ขึ้นเวทีอภิปราย ปลุกระดมให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายบ้านเมือง นำมวลชนไปปิดล้อมบุกรุกสถานที่ราชการหลายแห่ง แม้ประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แล้ว ก็ยังนำมวลชนไปปิดล้อมกรมการบินพลเรือน นายสาธิต จึงเป็นบุคคลที่มีพฤติการณ์น่าเชื่อว่าเป็นบุคคลที่เป็นภัยต่อสังคม หรือจะก่อเหตุร้ายให้เกิดอันตรายต่อความสงบสุขหรือความปลอดภัยของประชาชน หรือความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร เหตุนี้คณะกรรมการพิจารณาคนเข้าเมือง จึงมีมติเห็นควรเพิกถอนการอนุญาตให้มีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรของนายสาธิต ซึ่งขณะนี้ผอ.ศรส. ได้ลงนามเห็นชอบตามมติคณะกรรมการดังกล่าวแล้ว โดยอาศัยอำนาจในการอนุญาต อนุมัติของรมว.มหาดไทย ตามพ.ร.บคนเข้าเมืองฯ สำหรับการดำเนินการให้นายสาธิต ออกไปนอกราชอาณาจักรเป็นเรื่องที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) จะได้ดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป นายธาริต กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีนายยืม นิลหล้า ประชาชนที่ไปนั่งพักผ่อนบริเวณสวนลุมพินี ที่ได้ถูกการ์ด กปปส. ควบคุมตัวและทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บสาหัส แล้วมัดมือมัดเท้า และปิดตานำไปโยนในแม่น้ำบางปะกง แต่นายยืม สามารถเอาตัวรอดจนได้รับการช่วยเหลือนำตัวส่งโรงพยาบาลนั้น ศรส.รู้สึกเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และขอประณามการกระทำของกลุ่มการ์ด กปปส. ที่โหดร้ายทารุณ และไร้มนุษยธรรมต่อประชาชนผู้บริสุทธิ์ เพียงเพราะเหตุพบว่านายยืม มีบัตรสมาชิก นปช. ติดตัวเท่านั้น ซึ่งเป็นการกระทำโดยไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายบ้านเมือง สร้างความรู้สึกไม่ปลอดภัย ความหวาดระแวงและเกลียดชังระหว่างคนในสังคม ศรส.จึงกำชับให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการจับกุมผู้กระทำผิดมาดำเนินการตามกฎหมายโดยเร็วที่สุด และขอให้แกนนำ กปปส. ยุติการสั่งให้การ์ดใช้ความรุนแรงต่างๆ นายธาริต กล่าวว่า ศรส.รู้สึกคลายความกังวลต่อคำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญที่เดิมเคยวินิจฉัยว่าการชุมนุมของแกนนำ กปปส. เป็นไปโดยชอบ แต่คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญวานนี้ (6 มี.ค.) ศาลรัฐธรรมนูญเขียนแยกเป็น 2 ส่วน คือการชุมนุมของประชาชนยังดำเนินการได้โดยชอบ แต่บรรดาแกนนำไปกระทำความผิดอาญา หรือความผิดใดๆเป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ที่สามารถไปดำเนินการได้ ซึ่งส่งผลดีต่อการทำงานของทุกหน่วย รวมถึงศรส. เพราะสอดคล้องกับที่ศาลอาญาออกหมายจับ ศาลอาญาไม่เพิกถอนหมายจับ และจะเป็นประเด็นที่ช่วยเพิ่มน้ำหนักให้ศรส.ในการยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาศาลแพ่ง เพราะเดิมศาลแพ่งไปยึดว่าการชุมนุมเป็นเป็นไปโดยชอบ แต่ตอนนี้ไม่ใช่แล้ว ดำเนินการโดยชอบเฉพาะในส่วนประชาชน แต่แกนนำที่ทำผิดต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายนั้นๆ ซึ่งถือว่ามิติได้เปลี่ยนไป ดังนั้น คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญวานนี้จึงเป็นที่ชัดเจนว่า แกนนำ กปปส. ที่กระทำความผิดจะต้องถูกดำเนินคดีอย่างแน่นอน จะอ้างคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญดังในอดีตอีกไม่ได้แล้วภาพ : @kowit_js