อู๊ดด้าลั่นแบ่งแยกดินแดน คนไทยต้องร่วมต้าน
04 มี.ค. 2557 | wanchat

พรรคประชาธิปัตย์ 4 มี.ค. 57 - อู๊ดด้าลั่นแบ่งแยกดินแดนเรื่องใหญ่ คนไทยรักชาติทุกคนต้องร่วมต้าน อัด ยิ่งลักษณ์ พูดอย่างทำอย่าง ทำ คนไทย รู้สึกไม่เท่าเทียม
ข่าว
04 มี.ค. 2557 | wanchat

พรรคประชาธิปัตย์ 4 มี.ค. 57 - อู๊ดด้าลั่นแบ่งแยกดินแดนเรื่องใหญ่ คนไทยรักชาติทุกคนต้องร่วมต้าน อัด ยิ่งลักษณ์ พูดอย่างทำอย่าง ทำ คนไทย รู้สึกไม่เท่าเทียม
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์Facebookส่วนตัว จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ อู๊ดด้า (Aoodda) ว่ากรณี นส.ยิ่งลักษณ์ ออกมาพูดเชิงตำหนิกองทัพ ที่ไปแจ้งความดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องกับแนวคิด "สปป.ล้านนา ว่า ขอให้มีการตรวจสอบทุกกลุ่มทุกฝ่ายเท่าเทียมกัน ถ้าเน้นกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งก็จะเกิดความน้อยเนื้อต่ำใจ สิ่งที่จะแก้ได้ดีที่สุดคือการให้ความยุติธรรม เสมอภาค และเท่าเทียมเพื่อไม่ให้คนรู้สึกว่ามีความแตกต่างนั้น ขอให้ความเห็นว่าเรื่องการแบ่งแยกดินแดนเป็นเรื่องใหญ่ นอกจากเป็นหน้าที่คนไทยที่รักชาติทุกคน ต้องขัดขวางต่อต้านแล้วก็ยังเป็นหน้าที่ของคนเป็นรัฐบาลรวมทั้งฝ่ายความมั่นคงคือกองทัพด้วย Facebook ดังกล่าวระบุต่อว่า เพียงแต่เรื่องนี้เมื่อรัฐบาลมิได้ออกมาดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งที่เป็นรูปธรรม จึงเป็นหน้าที่กองทัพในฐานะหน่วยงานรักษาความมั่นคง ที่จะออกมาดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งภายใต้กรอบกฎหมายได้ หากถามว่าแล้วกรณีแนวคิดแบ่งแยกดินแดน ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ กองทัพได้ทำอะไรหรือไม่ เพื่อจะได้เปรียบเทียบกัน ในฐานะอดีตส.ส.ซึ่งได้ติดตามสถานการณ์มาโดยใกล้ชิด ก็จะเห็นได้ว่ากองทัพมิใช่ดำเนินการ แค่แจ้งความแต่ได้ดำเนินการถึงขั้น ปราบปรามมาโดยลำดับ เพียงแต่ความไม่สงบที่ยังดำรงอยู่ จะเกิดจากเหตุใด ฝ่ายความมั่นคงหรือนโยบายของรัฐบาลจะไม่ขอพูดในที่นี้ Facebook ดังกล่าวระบุด้วยว่า แต่ที่ต้องพูดคือ..กรณีคำสัมภาษณ์ของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ซึ่งถือว่าพูดได้ถูกต้องทุกอย่าง แต่คนแรกที่ต้องทำอย่างที่พูดให้ทุกฝ่ายได้เห็น เป็นตัวอย่างคือ ตัวน.ส.ยิ่งลักษณ์เอง เพราะที่เป็นปัญหาคือการที่น.ส.ยิ่งลักษณ์พูดอย่างทำอย่าง น.ส.ยิ่งลักษณ์เป็นผู้มีพฤติกรรมที่ทำให้คนไทยรู้สึกไม่เท่าเทียม ไม่เสมอภาค ไม่ได้รับความยุติธรรม จนมีคนไทยจำนวนมากรู้สึกว่ามีความแตกต่าง ที่เห็นชัดเจนคือหลายปีที่ผ่านมา จังหวัดใดไม่เลือกพรรคของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ก็จะไม่ให้งบประมาณ เช่น กรณีศูนย์การประชุมแห่งชาติภูเก็ต เป็นต้น ไม่ว่าศาลหรือองค์กรอิสระใดหากไม่ตัดสินพิพากษาตามใจรัฐบาลหรือฝ่ายสนับสนุนรัฐบาล ก็จะถูกข่มขู่ คุกคาม ตอบโต้ด้วยความรุนแรงในหลายรูปแบบหลายกรณี โดยที่น.ส.ยิ่งลักษณ์มิได้แสดงท่าทีห้ามปราม ที่สำคัญการหาตัวคนร้ายที่ก่อเหตุรุนแรงกับฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลล้วนแต่ดำเนินการไปด้วยความล่าช้า จนถึงวันนี้รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ยังไม่สามารถจับตัวคนร้าย มาดำเนินคดีให้เห็นได้อย่างเป็นรูปธรรม ขณะที่หากฝ่ายสนับสนุนน.ส.ยิ่งลักษณ์เป็นผู้ถูกกระทำ กลับสามารถจับกุมตัวผู้เกี่ยวข้องมาดำเนินคดีได้อย่างรวดเร็วทันควัน ดังนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์จึงต้องหันมาทบทวนตัวเอง เลิกพฤติกรรม"มือถือสาก ปากถือศีล"หากประสงค์ให้สิ่งที่พูดเกิดขึ้นได้จริงภายใต้การบริหารของน.ส.ยิ่งลักษณ์ เพื่อพิสูจน์ว่าที่พูดนั้น ไม่ใช่แค่วาทกรรมตำหนิกองทัพ