กสร.นัดสอบข้อเท็จจริง ตึกรพ.รามาถล่ม
27 ก.พ. 2557 | wanchat

กระทรวงแรงงาน 27 ก.พ.57 - กสร.นัดสอบข้อเท็จจริงตึก รพ.รามาถล่ม 3 มี.ค. หากพบจ้างงานเด็ก 15 ปี เอาผิดตามกฎหมาย
ข่าว
27 ก.พ. 2557 | wanchat

กระทรวงแรงงาน 27 ก.พ.57 - กสร.นัดสอบข้อเท็จจริงตึก รพ.รามาถล่ม 3 มี.ค. หากพบจ้างงานเด็ก 15 ปี เอาผิดตามกฎหมาย
กระทรวงแรงงาน 27 ก.พ.57-อธิบดีกสร.เผยบ.อิตาเลียนไทยยืนยันที่เป็นผู้รับเหมาแรงงานทุกคนเป็นแรงงานที่ขึ้นทะเบียนตามกฎหมายและเป็นสมาชิกกองทุนประกันสังคม นัดนายจ้าง-ทุกฝ่ายที่เกี่ยวสอบข้อเท็จจริงกรณีตึกรพ.รามาถล่ม 3 มี.ค. หากพบจ้างเด็กอายุ 15 ปี ทำงาน เอาผิดตามกฎหมาย สั่งสำนักงานสวัสดิการฯในจังหวัดที่มีโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ตรวจสอบเข้ม เมื่อวันที่ 27 ก.พ.2557 นายพานิช จิตร์แจ้ง อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน(กสร.) กระทรวงแรงงาน กล่าวถึงกรณีเหตุการณ์อาคารโครงการก่อสร้างสถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล จ.สมุทรปราการถล่มว่า สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดสมุทรปราการและศูนย์ความปลอดภัยแรงงานพื้นที่ 8 ได้รายงานสถานการณ์ล่าสุดส่ามีแรงงานบาดเจ็บและเสียชีวิตรวม 27 คน ในจำนวนนี้เสียชีวิต 11 คน แยกเป็นคนไทย 3 คน กัมพูชา 8 คน และบาดเจ็บ 16 คน โดยในจำนวนนี้มี 4 คนที่แพทย์อนุญาตให้กลับบ้านและจากการสอบถามบริษัทอิตาเลียนไทย ดีเวลล็อปเม้นท์ จำกัด ผู้รับเหมาก่อสร้างโครงการได้ยืนยันว่าแรงงานทุกคนเป็นแรงงานที่ขึ้นทะเบียนตามกฎหมายและเป็นสมาชิกกองทุนประกันสังคม ส่วนกรณีที่มีข่าวว่า 1 ในผู้เสียชีวิตเป็นเด็กอายุ 15 ปี จะต้องมีการตรวจสอบอย่างชัดเจน ซึ่งในวันที่ 3 มีนาคมนี้ เวลา 9.00 น. ที่สำนักงานสวัสดิการฯสมุทรปราการได้เชิญทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องมาสอบข้อเท็จจริงและให้ปากคำเพื่อเป็นหลักฐานประกอบการพิจารณาในทางกฎหมาย หากพบว่ามีการจ้างงานเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ก็ต้องดำเนินคดีกับนายจ้าง รวมทั้งแยกแยะว่าแรงงานทั้งหมดมาจากบริษัท อิตาเลียนไทยจำนวนกี่รายและจากบริษัทอื่นกี่ราย เนื่องจากโครงการก่อสร้างเป็นโครงการขนาดใหญ่ มีบริษัทได้รับการว่าจ้างหลายราย อธิบดีกสร.กล่าว นายพานิช กล่าวอีกว่า ในส่วนของกสร.ได้กำหนดให้โครงการก่อสร้างที่ใช้งบประมาณเกิน 300 ล้านบาท จะต้องจัดทำแผนงานด้านความปลอดภัยแนบไว้กับสัญญาว่าจ้าง ซึ่งได้กำหนดไว้ในประกาศของกสร.ในเรื่องความปลอดในงานก่อสร้าง และจะต้องมีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับวิชาชีพ(จป.)ควบคุมเรื่องความปลอดภัยในพื้นที่ด้วย ทั้งนี้ จากการสอบถามนายจ้างยืนยันว่ามีเจ้าหน้าที่จป.อยู่ในพื้นที่ แต่จะต้องตรวจสอบเพิ่มเติมว่ามีการปฏิบัติตามประกาศของกสร.หรือไม่ ขณะเดียวกันจะสั่งการให้สำนักงานสวัสดิการฯในพื้นที่ที่มีการก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ลงพื้นที่ไปตรวจสอบความปลอดภัยให้เข้มงวดมากขึ้น โดยเฉพาะจังหวัดสมุทรปราการจะต้องเข้มงวดมากขึ้นเนื่องจากที่ผ่านมาเกิดอุบัติเหตุในด้านงานก่อสร้างเฉลี่ยถึงเดือนละ 3 ครั้ง นพ.สุรเดช วลีอิทธิกุล รองเลขาธิการสำนักงานประกันสังคม(สปส.) กล่าวว่า วันนี้ตนได้เดินทางไปเยี่ยมแรงงานที่ได้รับบาดเจ็บที่พักรักษาตัวโดยล่าสุดยังมีที่โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 3 จำนวน 4 คนเป็นแรงงานกัมพูชาทั้งหมด และโรงพยาบาลบางพลี 3 คน เป็นคนไทย 1 คน กัมพูชา 2 คน นอกจากนี้ ยังมีแรงงานที่พักรักษาตัวที่โรงพยาบาลสมุทรปราการและโรงพยาบาลรามาธิบดีด้วย ซึ่งสปส.ได้ให้การช่วยเหลือโดยจะช่วยค่ารักษาพยาบาล เงินช่วยเหลือและค่าทำศพตามสิทธิประโยชน์ของกองทุนเงินทดแทนให้แก่แรงงานไทยและต่างด้าวที่บาดเจ็บและเสียชีวิตทุกคน