ส่วนคำร้องขอถอนหมายจับ เทพเทือก-18 กปปส. ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ชุดแรก ศาลนัดฟัง บ่ายสอง 27 ก.พ.นี้ ขณะที่เลขาธิการศาลยุติธรรม เตรียมแถลงข่าว สามโมงเย็น วันนี้ หลังเกิดเหตุยิง M 79 ใส่ ศาลอาญา-ศาลแพ่ง ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก -- 24 ก.พ.2557-- เวลา 11.00 น. ศาลนัดฟังคำสั่งคำร้องขออนุมัติหมายจับคดีฝ่าฝืน พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ที่. พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ยื่นคำร้องขออนุมัติหมายจับ นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ , นายสมศักดิ์ โกศัยสุข , น.ส.จิตภัสร์ กฤษดากร , นายสกลธี ภัททิยกุล ,นายสมบัติ ธำรงธัญญวงศ์ , ดร.เสรี วงษ์มณฑา ,นายถนอม อ่อนเกตุพล ,หลวงปู่พุทธอิสระ เจ้าอาวาส วัดอ้อน้อย จ.นครปฐม ,นายสาวิทย์ เเก้วหวาน, นายคมสันต์ ทองศิริ , นายสุชาติ ศรีสังข์, นพ.ระวี มาศฉมาดล เเละนายนพพร เมืองเเทน ฝ่าฝืนพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ มาตรา 11 (1) และมาตรา 12 โดยก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 21 ก.พ.ที่ผ่านมา นายสุเมธ แผลงประพันธ์ ทนายความ ก็ได้นำคำพิพากษาศาลแพ่งเมื่อวันที่ 19 ก.พ. ในคดีที่ นาถาวร เสนเนียม แกนนำ กปปส. ยื่นฟ้องเพิกถอนประกาศ พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ซึ่งสั่งห้าม น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี , ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ผอ.ศูนย์รักษาความสงบ ( ศรส.) และ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.ในฐานะ รอง ผอ.ศรส. นำประกาศและข้อกำหนด ที่ออกตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ฯ รวม 9 ข้อ เช่น การห้ามเข้าอาคาร - ใช้เส้นทางจราจร มาบังคับใช้กับผู้ชุมนุม กปปส. รวมถึงการ ห้ามใช้กำลังและอาวุธ สลายการชุมนุม มายื่นต่อศาลอาญา เพื่อคัดค้านการขอออกหมายจับด้วย ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพ.ร.ก.ฉุกเฉินและพ.ร.ก.ดังกล่าวให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจจับกุมและควบคุมตัวบุคคลที่ต้องสงสัยว่าจะเป็นผู้ร่วมกระทำการให้เกิดสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงได้เท่าที่มีเหตุจำเป็น เพื่อป้องกันมิให้บุคคลนั้นกระทำการหรือร่วมมือกระทำการใดๆ อันทำให้เกิดเหตุการณ์ร้ายแรง หรือเพื่อให้เกิดความร่วมมือในการระงับเหตุร้ายแรงเช่นนี้ แม้การประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงจะเป็นมาตรการของฝ่ายบริหารที่ใช้แก้ไขระงับยับยั้งสถานการณ์ที่เกิดขึ้น แต่การใช้อำนาจพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา 11 (1) นั้นต้องพิจารณาว่ามีเหตุผลและความจำเป็นเพียงพอที่ต้องควบคุมตัวบุคคลดังกล่าวไว้ แม้ข้อเท็จจริงจากการสอบสวนพยานบุคคลทั้ง 15 ปาก พยานเอกสาร ตอดจนวัตถุพยานแผ่นบันทึกภาพต่างๆของผู้ร้องจะฟังได้ว่า ผู้ต้องสงสัยทั้ง 13 อยู่ร่วมในการชุมนุมก็ตาม แต่เมื่อได้มีคำพิพากษาศาลแพ่งวินิจฉัยเกี่ยวกับสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงตามพ.ร.ก.ดังกล่าว ซึ่งพฤติการณ์ที่เกิดขึ้นหลังจากผู้ร้องยื่นคำร้องขอออกหมายจับผู้ต้องสงสัยทั้ง 13 เปลี่ยนแปลงไป กรณียังถือไม่ได้ว่ามีความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องจับกุมบุคคลต้องสงสัยทั้ง 13 มาควบคุมตัวเพื่อป้องกันหรือระงับเหตุสถานการณ์ร้ายแรง ในชั้นนี้จึงเห็นสมควรยังไม่ออกหมายจับบุคคลต้องสงสัยทั้ง 13 ทั้งนี้หากการกระทำของผู้ต้องสงสัยทั้ง 13 มีมูลความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาหรือกฎหมายอื่นใด ก็ชอบที่เจ้าพนักงานหน้าที่จะรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ยกคำร้อง ขณะที่ศาลพิจารณาคำร้อง ประกอบคำคัดค้านดังกล่าวแล้ว จึงมีคำสั่งให้ยกคำร้องของพนักงานสอบสวนดีเอสไอ ดังกล่าว ภายหลังนายวิโรจน์ ภูมิศิริสวัสดิ์ ทีมทนายความ ได้เปิดเผยว่า ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า ศาลแพ่งได้มีคำพิพากษาห้าม ศรส.ใช้ประกาศและข้อกำหนดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ฯ แล้ว กรณีจึงไม่มีความจำเป็นเร่งด่วนอีก ประกอบกับหากผู้ต้องหากระทำผิดและจะมีการกล่าวหาสอบสวนคดี ก็สามารถใช้กฎหมายอาญาดำเนินการได้ นายวิโรจน์ ทนายความ กล่าวด้วยว่า ส่วนที่ได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลอาญา พิจารณาเพิกถอนหมายจับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. กับพวกแกนนำ กปปส. รวม 18 คนข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ฯ นั้น ศาลอาญา นัดฟังคำสั่งในวันที่ 27 ก.พ.นี้ เวลา 14.00 น. ส่วนจะมีการยื่นอุทธรณ์หรือไม่ พ.ต.ท.เทพพิทักษ์ แสงกล้า พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญพิเศษ สน.พญาไท หนึ่งในทีมพนักงานสอบสวน กล่าวว่า จะต้องรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบเพื่อพิจารณาต่อไป ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ภายหลังเกิดเหตุคนร้ายยิงระเบิด M 79 ใส่อาคารศาลอาญา เมื่อคืนวันที่ 14 ก.พ. จนทำให้กระจกบริเวณชั้น 7 ได้รับความเสียหายเหตุ และต่อมาวันที่ 23 ก.พ. พบหัวระเบิดเอ็ม 79 ตกอยู่บริเวณศาลแพ่ง แต่ระเบิดไม่ทำงานซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจอีโอดี ได้ทำลายทิ้งไปแล้วนั้น บรรยากาศบริเวณศาลอาญา และศาลแพ่ง ถ.รัชดาภิเษกล่าสุด มีการจัดชุดกำลังเจ้าหน้าที่ทหารประจำการดูแลรักษาความปลอดภัยบริเวณศาล หลังจากสำนักงานศาลยุติธรรม ได้ประสานไปยังกองทัพบก ขอกำลังเจ้าหน้าที่มาประจำการดูแล โดยมีการตั้งเต็นท์เจ้าหน้าที่ทหาร รักษาการณ์บริเวณทางเท้าด้านหน้าประตูทางเข้าศาลอาญา และกำลังเจ้าหน้าที่ทหารอีก 1 ชุด ที่ตั้งบังเกอร์รักษาการณ์อยู่ที่ปาก ซ.รัชดาภิเษก 32 ถนนฝั่งตรงข้ามศาลอาญา ด้านศาลเอง ก็จัดกำลังเจ้าหน้าที่ รปภ.รักษาความปลอดภัยภายในศาลอย่างเข้มงวด โดยมีตรวจค้นรถยนต์ที่เข้ามาภายในศาลทุกคัน โดยใช้กระจกส่งใต้รถเพื่อตรวจวัตถุระเบิด รวมทั้งห้ามรถจักรยานยนต์เข้ามาจอดภายในศาล แต่ให้จอดบริเวณทางเท้านอกเขตรั้วศาลได้ ส่วนประชาชน ที่เข้ามาติดต่อราชการศาล จะต้องถูกตรวจค้นตัวและกระเป๋าอย่างละเอียดเช่นกัน ขณะที่เวลา 11.00 น. พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร. ได้เดินทางเข้าพบ นายภัทรศักดิ์ วรรณแสง เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมที่สำนักงานศาลยุติธรรม ชั้น 12 อาคารศาลอาญาด้วย เพื่อหารือเรื่องคดียิงระเบิดและมาตรการรักษาความปลอดภัย โดยวันนี้ ในเวลา 15.00 น. นายภัทรศักดิ์ เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม เตรียมแถลงข่าวกับสื่อมวลชนด้วย