ขณะที่ชาดา ไทยเศรษฐ ยืนยันไม่ปิดสนามบิน เมื่อเวลาประมาณ 12.00 น.วันที่ 20 ก.พ. กลุ่มเกษตรกรชาวนาจาก จ.อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี นครสวรรค์ ลพบุรี และจังหวัดข้างเคียงรวม 8 จังหวัด ซึ่งเดินทางด้วยรถไถและรถอีแต๋นตั้งแต่เมื่อวันที่ 19 กพ และแวะพักค้างแรมกันที่บนถนนสายเอเชีย อำเภออินทร์บุรี ได้เดินทางผ่าน ก.ม.ที่ 23 ถนนสายเอเซีย ต.หันตรา อ.พระนครศรีอยุธยา โดยมีประชาชน ข้าราชการ อาจารย์จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ ศูนย์หันตรา และนักศึกษา นำน้ำดื่มมาปักหลักคอยให้กำลังใจ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ปิดการจราจร และเปิดให้รถวิ่งช่องทางคุ๋ขนาน ทำให้การจราจรติดขัดยาวหลายกิโลเมตร โดยขบวนรถส่วนใหญ่เป็นรถอีแต๋น รถส่วนบุคคล และรถดับเพลิงในพื้นที่ จ.อุทัยธานี และนครสวรรค์ ซึ่งตลอดเส้นทางนอกจากมีการส่งน้ำและขนมตลอดทางแล้ว ยังมีประชาชนนำนกหวีดมาเป่าด้วย รวมรถยนต์ จำนวนกว่า 500 คัน มีตำรวจทางหลวงนำและปิดท้ายขบวน มีความยาวประมาณ 2 ก.ม.เศษ ขบวนรถซึ่งนำโดยนายชาดา ไทยเศรษฐ์ อดีต ส.ส.อุทัยธานี พรรคชาติไทยพัฒนา ได้แวะพักที่บริเวณจุดบริการประชาชน ตำรวจทางหลวงอยุธยา ตรงข้ามกับศูนย์ราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยบริเวณดังกล่าวมีการตั้งเต๊นท์และครัวเคลื่อนที่มีการจัดอาหารใส่กล่องเป็นข้าวผัดไข่ และข้าวหลาม รวมทั้งยังมีประชาชนนำอาหารและน้ำมาให้ต่อเนื่อง ซึ่งมี พล.ต.ต.กรเอก เพชรไชยเวส รองผบช.ภ.1 มาอำนวยการรักษาความสงบ นายชาดา กล่าวว่า การนำกลุ่มชาวนามาครั้งนี้เนื่องจากทางรัฐบาลเคยให้ตนเป็นคนเจรจากับกลุ่มเกษตรกรชาวนา ที่ชุมนุมประท้วงเมื่อเดือน พ.ย.56 ที่ผ่านมา ในเรื่องการจ่ายเงินรับจำนำข้าว และมาวันที่ 4 ก.พ. ที่ผ่านมา ตนได้ทวงถามไปทางรัฐบาล ถึงการแก่ปัญหาการจ่ายเงิน แต่ทางรัฐบาลยังนิ่งเฉย และ 14 ก.พ.ก็สอบถามไปอีก 1 ครั้ง แต่ก็ยังไม่มีการตอบสนองหรือการแก้ไข อีกทั้งรัฐบาลไม่มีความชัดเจนในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ชาวนาจึงมาขอร้องให้ตนเอง เป็นผู้นำกลุ่มชาวนาไปเรียกร้องทวงถามเงินรับจำนำข้าว หลังจากที่แวะพักที่ จ.พระนครศรีอยุธยา แล้วจะเดินทางมุ่งหน้าเข้ากทม. เพื่อไปที่สนามบินสุวรรณภูมิ โดยยืนยันจะไม่มีการปิดสนามบินโดยเด็ดขาด และยังพูดติดตลกด้วยว่า อยากพาชาวนาไปดูเครื่องบิน เนื่องจากชาวนาไม่เคยเห็นเครื่องบินใกล้ๆ และยืนยันว่าหากไม่ได้รับเงินจะไม่เดินทางกลับ ซึ่งระหว่างการเดินทางต่อไป ซึ่งในคืนนี้อาจจะแวะพักที่วัดธรรมกาย