"มัลลิกา"เย้ย ศรส. แค่ศูนย์ไร้อำนาจฯ
20 ก.พ. 2557 | wanchat

พรรคประชาธิปัตย์ / 20 ก.พ. 57 --- รองโฆษกฯปชป. เย้ย ศรส. แค่ ศูนย์ไร้อำนาจฯ หลัง ศาลแพ่งสั่งคุ้มครอง กปปส. ชุมนุมสงบตาม รธน.
ข่าว
20 ก.พ. 2557 | wanchat

พรรคประชาธิปัตย์ / 20 ก.พ. 57 --- รองโฆษกฯปชป. เย้ย ศรส. แค่ ศูนย์ไร้อำนาจฯ หลัง ศาลแพ่งสั่งคุ้มครอง กปปส. ชุมนุมสงบตาม รธน.
เตรียมฟ้องอาญา ยิ่งลักษณ์-เฉลิม-อดุลย์ สร้างบรรทัดฐานให้สังคม หลังใช้อำนาจเกินขอบเขต โชว์ภาพ ตร.พกสไนเปอร์ จาก ตชด.พลร่ม จี้ อดุลย์ ใช้อาวุธร้ายแรงในปฏิบัติการผ่านฟ้าทำไม ขู่ ไม่ตอบ ไปหาด้วยตัวเอง ตะเพิด ปู ลาออกก่อนไม่มีแผ่นดินอยู่ ที่พรรคประชาธิปัตย์ - 20 ก.พ. 57 น.ส.มัลลิกา บุญมีตระกูล รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงคำสั่งศาลแพ่งที่แม้จะไม่ยกเลิกการประกาศใช้ พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน (พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ) แต่ก็มีความชัดเจนว่ารัฐบาลไม่สามารถสลายการชุมนุม ให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์ ชีวิตหรืออายัดบัญชีแกนนำได้ จึงขอเรียกร้องให้มีการคืนความเป็นธรรมกับบุคคลที่ได้รับผลกระทบจากการกระทำของศูนย์อำนายการรักษาความสงบ (ศรส.) ทั้งหมดด้วย ขอให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ และร.ต.อ.เฉลิม ซึ่งในขณะนี้ศรส.กลายเป็นศูนย์ไร้อำนาจสลายการชุมนุม ที่เปรียบเสมือนยักษ์ไม่มีกระบอง อันเนื่องจากคำสั่งของศาลแพ่งที่วินิจฉัยตามข้อเท็จจริง โดยก่อนหน้านี้ทั้งศาลแพ่งและศาลรัฐธรรมนูญเคยมีการวินิจฉัยว่า การชุมนุมของ กปปส.เป็นการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ ดังนั้นจึงไม่เป็นความจริงตามที่มีการปลุกปั่นเพื่อทำลายความน่าเชื่อถือของฝ่ายตุลาการว่าอยู่ข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่เป็นเพราะพฤติกรรมของรัฐบาลมีการใช้อำนาจโดยมิชอบ ซึ่งตนเชื่อว่าคนเหล่านี้จะตกเป็นผู้ต้องหาในคดีอาญา โดยทีมทนายจะศึกษารายละเอียดเพื่อดำเนินคดีกับ นายกฯ , ร.ต.อ.เฉลิม , ผบ.ตร.และผู้บัญชาเหตุการณ์ในคดีอาญา มาตรา 288 ,289 ,295 ,297 และ 157 ฐานปฏิบัติหน้าที่โดยชอบ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับฐานความผิดของแต่ละบุคคลในการปฏิบัติหน้าที่ต่างกรรมต่างวาระ เพื่อให้เกิดเป็นบรรทัดฐานกับสังคม น.ส.มัลลิกา กล่าว รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขอเรียกร้องให้ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.ออกมาชี้แจงภาพที่ตำรวจติดอาวุธเข้าสลายการชุมนุมที่สะพานผ่านฟ้า ซึ่งขัดแย้งกับสิ่งที่ศรส.อ้างว่าไม่มีการใช้อาวุธกับผู้ชุมนุม โดยนำภาพตำรวจที่สะพายปืนสไนเปอร์ สวมรองเท้าโอ๊คเล่ย์ จาก ตชด.นเรศวร หรือ ตชด.พลร่มที่พกอาวุธปืน AL1.5 ใช้กับภารกิจสำคัญ เช่น การก่อการร้าย ไม่ใช่ภารกิจที่จะใช้กับมวลชน แต่ศรส.กลับนำมาใช้กับการสลายการชุมนุมที่ผ่านฟ้า ทั้งนี้ปกติ ตชด.พลร่มจะใช้ปืน HK แต่คราวนี้กลับใช้ในภารกิจครั้งนี้ น.ส.มัลลิกา กล่าวว่า ขอให้ตรวจสอบว่าประชาชนที่ใส่เสื้อธงชาติถูกยิงจากสไนเปอร์ใช่หรือไม่ โดยเชื่อว่าสามารถหาตัวตำรวจคนดังกล่าวได้ไม่ยากนัก โดยคนที่ต้องตอบคำถามมากที่สุดคือ อดีต ตชด.อย่าง ผบ.ตร. หากไม่มีคำตอบตนจะนำภาพนี้ไปขอเข้าพบ พล.ต.อ.อดุลย์ ต่อไป ทั้งนี้ขอตั้งข้อสังเกตว่าอาวุธเหล่านี้ทำให้เกิดความสูญเสียที่ผ่านฟ้าใช่หรือไม่ โดยจะขอให้กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเข้ามาตรวจสอบในเรื่องนี้ ว่ามีการกระทำเกินกว่าเหตุหรือไม่ เพราะพบว่าตำรวจพกอาวุธถึงสองชนิดคือปืนยาวและปืนสั้น โดยผู้ที่เข้าไปควบคุมบริเวณดังกล่าวคือตำรวจภูธรภาค 2 เป็นหลัก ขอเรียกร้องไปถึงนายก คือ 1.หมดเวลาที่นายกฯจะซ่อนตัวหนีชาวนา ประชาชน และสื่อมวลชนแล้วขอให้เผชิญความจริงตอบคำถามประชาชน 2.ขอให้แสดงความเสียใจต่อญาติประชาชนที่เสียชีวิต 16 ศพ บาดเจ็บ 689 ราย รักษาตัวอยู่ 39 ราย ซึ่งยังไม่ทราบว่าจะรอดชีวิตหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ต้องออกมาขอโทษที่ไร้ภาวะผู้นำแก้วิกฤตไม่ได้ และต้องขอโทษประชาชนที่ทำให้เหตุการณ์ ลุกลามบานปลาย รวมถึงการที่ไม่สามารถจ่ายเงินชาวนาได้เพราะมีการโกงจำนำข้าว และ 3.ลดความขัดแย้งด้วยการลาออก ไม่เช่นนั้นทั้งน.ส.ยิ่งลักษณ์และคนในตระกูลจะไม่มีแผ่นดินอยู่ น.ส.มัลลิกา กล่าว พร้อมนำภาพตำรวจพร้อมอาวุธสงครามจำนวนมากมาเปิดเผยต่อสื่อมวลชนอีกด้วยจุฤทธิ์ ชี้ ไทย ย้อนยุคสู่ 2499 อันธพาลครองเมือง ชี้ ปี 53 ผู้ชุมนุมก่อเหตุต่างจากปัจจุบัน ด้านนายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงเปรียบเทียบกรณีที่ศาลแพ่งไม่คุ้มครองการชุมนุมปี 53ว่า เป็นเพราะปี 53ผู้ชุมนุมเป็นผู้กระทำ แต่การชุมนุมในปัจจุบันผู้ชุมนุมถูกกระทำมีอันธพาลจัดการกับประชาชนทำให้ไทยย้อนยุคไปสู่ปี 2499 จึงทำให้ศาลแพ่งออกคำสั่ง 9 ข้อ ห้ามรัฐบาลดำเนินการกับผู้ชุมนุม โดยขอเสนอให้เปลี่ยนชุดทำงาน ศรส.ทั้งหมด หากทำไม่ได้ก็ต้องลาออก จะได้ไม่ต้องหนีชาวนา สามารถเดินในสังคมได้ มิเช่นนั้นจะต้องหนีทุกอย่างแต่ไม่มีทางหนีกรรมพ้น