เกษตรกรชาวนากรุงเก่าท้อ เจอพิษนาแล้ง
19 ก.พ. 2557 | wanchat

อยุธยา - เกษตรกรจำนวนมาก ที่นอกจากประสบปัญหา ไม่ได้รับเงินจำนำข้าว และบางรายก็ยังได้ไม่ครบ กำลังประสบปัญหานาข้าวแห้งตาย
ข่าว
19 ก.พ. 2557 | wanchat

อยุธยา - เกษตรกรจำนวนมาก ที่นอกจากประสบปัญหา ไม่ได้รับเงินจำนำข้าว และบางรายก็ยังได้ไม่ครบ กำลังประสบปัญหานาข้าวแห้งตาย
อยุธยา - วันที่ 19 ก.พ. 2557 ผู้สื่อข่าวออกสำรวจสภาพความเดือดร้อนของเกษตรทำนาในพื้นที่ อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา หลังพบว่ายังมีเกษตรกรอีกจำนวนมากที่นอกจากประสบปัญหาไม่ได้รับเงินจำนำข้าวและบางรายก็ยังได้ไม่ครบ กำลังประสบปัญหานาข้าวแห้งตาย นายกู้เกียรติ์ คงเกษม อายุ 23 ปี เปิดเผยว่าช่วยพ่อทำนามาตั้งแต่เรียนอยู่ ป.6 และทำต่อเรื่อยมาจนจบ ม.3 แล้วไม่ได้เรียนต่อ หันมาเอาดีในการทำนา 80 ไร่ที่พ่อมีอยู่ที่ ม.11 ต.ข้าวเม่า อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา ปีนี้นับว่าเป็นกรรมของชาวนา เพราะมีปัญหาเรื่องการรับจำนำข้าวที่รัฐบาลมีปัญหาเรื่องการจ่ายเงินล่าช้า ในส่วนของตนได้รับเงินมาครบแล้ว แต่ก็จะได้ก็ใช้เวลานานหลายเดือน ต้องไปกู้เงินนอกระบบมาลงทุน เพราะจะไปกู้ธกส.ก็ยังเป็นหนี้อยู่ แต่ปรากฏว่าก็ประสบปัญหาภัยแล้งอีก ทางอบจ.พระนครศรีอยุธยา และท้องถิ่นมีเครื่องสูบน้ำมาช่วย 1 ตัวและน้ำมันอีก 160 ลิตรเท่านั้น ซึ่งก็ไม่เพียงพอ นอกนั้นก็ต้องพึ่งต้วเอง โดยลงทุนเติมน้ำมันพื่อสูบน้ำทั้งวันทั้งคืน เฉลี่ยวันละ 2 พันบาท ปรากฎว่าหลังจากสูบน้ำเข้านา น้ำในคลองส่งก็แห้ง และเมื่อหยุดสูบน้ำในนาข้าวก็แห้ง ทำให้ข้าวที่มีอายุ 2 เดือน และกำลังตั้งท้องต้องยืนตาย ทั้งที่กำหนดจะเก็บเกี่ยวได้ในเดือนมี.ค.นี้ จึงถอดใจหยุดสูบน้ำจากคลองส่งน้ำธรรมชาติที่ห่างจากที่นาประมาณ 2 ก.ม. เพื่อเข้านาข้าว ซึ่งมีข้าวยืนตายแล้ว 15 ไร่ และคงทยอยตายอย่างต่อเนื่อง ค่าเสียหายมากกว่า 4 แสนบาท นายศุภชัย สุขเกษม อายุ 30 ปี บ้านอยู่ในหมู่บ้านและตำบลเดียวกัน ยืนเฝ้าเครื่องสูบน้ำตลอดเวลา เปิดเผยว่ายังไม่ได้รับเงินจำนำข้าว จำนวน 3.5 แสนบาท แต่รอไม่ได้ต้องปลูกข้าวรอบใหม่ ทั้งที่รัฐบาลยังไม่มีความชัดเจนว่าจะรับจำนำข้าวรอบใหม่หรือไม่อย่างไร ตนก็ทำการปลูก โดยกู้เงินนอกระบบลงทุนไปแล้วไม่น้อยกว่า 4 แสนบาท เนื้อที่ 70 ไร่คาดเดือนมีนาคมนี้ได้เก็บ แต่มีแนวโน้มว่าจะขายตรงให้กับโรงสี ซึ่งราคาอาจจะต่ำกว่าการเข้าโครงการรับจำนำข้าวครึ่งต่อครึ่ง แต่ก็ไม่มีทางเลือก ทุกวันนี้ยอมที่จะต่อสู้ด้วยการสูบน้ำเข้านาทัง้วันทั้งคืนอย่างต่อเนื่อง ข้าวที่ปลูกเป็นข่าวพันธุ์ กข.31 อายุ 110 วันก็สามารถเก็บเกี่ยวได้ เฉลี่ย 1 ไร่ 1 เกวียน ถ้าน้ำดินดีไม่มีอุปสรรค แต่ตอนนี้อาจจะเหลืออยู่ 50-60 ถังต่อไร่ แล้วแต่ว่าชาวนาจะสู้แค่ไหน นายไมตรี ปิติตานนท์ ชลประทานจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเตือนให้เกษตรกรที่อยู่พื้นที่เสี่ยง และเคยประกาศเรื่องของภัยแล้งไปแล้ว ให้หยุดการทำนาในรอบต่อไปในช่วงแล้ง และยืนยันว่าขณะนี้ภัยแล้งมีแนวโน้มที่จะทวีความรุนแรง ทางชลประทานไม่สามารถที่จะส่งน้ำไปช่วยเหลือได้ทุกพื้นที่ นายวิทยา ผิวผ่อง ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่สำรวจภัยแล้งว่า ขณะนี้มี 8 อำเภอจาก 16 อำเภอกำลังประสบปัญหาภัยแล้ง โดยเฉพาะที่อำเภอบ้านแพรก พบปัญหาขาดแคลนน้ำทำนาถึงพันไร่ ชลประทานได้ประสานจัดระบบส่งน้ำจากลพบุรี ทำให้มีปริมาณน้ำในแม่น้ำลพบุรี ปล่อยน้ำมาเก็บไว้ที่ประตูน้ำคลองตาเมฆ พร้อมติดตั้งเครื่องสูบน้ำ ขณะเดียวกัน เกษตรกรได้รวมตัวกันสร้างบ่อพักน้ำซีเมนต์ ลอดท่อถนนจากริมคลองตาเมฆ แล้วสูบน้ำเข้านา เป็นการบรรเทาความเดือดร้อนได้ในระดับหนึ่ง เป็นการบริหารจัดการของกลุ่มเกษตรกร ที่สามารถแก้ไขปัญหาได้ทันเหตุการณ์มากกว่าที่จะรอพึ่งทางราชการเพียงอย่างเดียว ซึ่งต้องยกให้เป็นตัวอย่างให้กับเกษตรกรในพื้นที่อื่นด้วย ช่วยกันคิด ช่วยกันแก้ปัญหาด้วยตนเองก่อนที่จะร้องขอ เพราะอาจช่วยไม่ทัน หรือไม่ทราบปัญหาของแต่ละพื้นที่ได้เท่ากับตัวของท่านเอง นายวิทยา ผิวผ่อง กล่าวด้วยว่า เรื่องของภัยแล้ง ทางจังหวัดฯ จะติดตามเฝ้าระวังและแจ้งเตือนเกษตรกรเป็นประจำทุกปี พร้อมกันนี้ สำนักชลประทานที่ 12 ได้ประกาศหยุดการส่งน้ำเพื่อการเพาะปลูกพืชฤดูแล้ง ปี 2556/2557 เดือนมีนาคม และเริ่มฤดูการส่งน้ำเพื่อการเพาะปลูกพืชนาภายในเดือนพฤษภาคม เพื่อให้เกษตรกรรู้ถึงสถานการณ์น้ำต้นทุนและไม่เสี่ยงปลูกข้าวนาปรัง