เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 17 ก.พ. 2557 กลุ่มชาวนา 4 ตำบล คือ ต.บ้านต๊ำ สันป่าม่วง บ้านใหม่และต.ท่าจำปี อ.เมือง จ.พะเยา ประมาณ 50 คน ได้นำเอกสารใบรับรองการชั่งข้าวจากลานข้าวชนกภัทร เข้าพบ พ.ต.ท.อเนก บางวัน พนักงานสอบสวน สภ.เมืองพะเยา เพื่อให้ติดตามการเบิกจ่ายเงินหรือออกใบประทวน หลังจากมีชาวนากลุ่มหนึ่งออกมาร้องทุกข์เมื่อสัปดาห์ที่ผ่าน แต่ไม่ได้รับคำตอบใดๆจากลานข้าวชนกภัทรแต่อย่างใด นายเลข ศรีบุญชู อายุ 57 ปี อยู่บ้านเลขที่ 30 ม.5 ต.บ้านต๊ำ อ.เมือง จ.พะเยา ตัวแทนชาวนาต.บ้านต๊ำ กล่าวว่า ตอนนี้ชาวนาเดือดร้อนอย่างหนักเงินก็ไม่ได้ ใบประทวนก็ไม่มี ไปทวงถามเงินจากลานข้าวชนกภัทร ก็ผัดผ่อน บ่ายเบี่ยงเรื่อยมา ก็พยายามอดทน จนทนไม่ไหวจริงๆจึงต้องออกมาแจ้งความ เพื่อให้ตำรวจช่วยติดตามเงินจากการขายข้าวหรือใบประทวน เพราะลานข้าวชนกภัทร อ้างว่าเป็นลานข้าวของรัฐบาล ด้าน พ.ต.อ.สว่างวิทย์ สุทธหลวง ผกก.สภ.เมืองพะเยา กล่าว่า ในเบื้องต้นทางตำรวจได้เรียกลานข้าวชนกภัทรและโรงสีกิตติพืชผล เพื่อเจรจากับชาวบ้านเรื่องการจ่ายเงินแล้ว ซึ่งอยู่ระหว่างตัวแทนทั้งคู่ แต่ถ้าไม่มาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็เตรียมดำเนินการตามกฎหมาย ซึ่งต้องดูในรายละเอียดอีกที ต่อมานายเตชิต ปิติฐาโชติ เจ้าของลานข้าวชนกภัทร ได้เข้ามาพบ พ.ต.อ.สว่างวิทย์ เพื่อตกลงเรื่องเงินที่ขายข้าวพร้อมตัวแทนชาวบ้าน 4 ตำบล ผลการเจรจานายเตชิต แจ้งว่า โรงสีกิตติพืชผลจะยอมจ่ายให้ชาวบ้านงวดแรกในวันที่ 5 มีนาคม นี้ เป็นเงิน 1 ล้านบาท จากนั้นทุก 10 วันจะจ่ายให้ครั้งละ 1 ล้านบาท จนกว่าจะครบทุกคน ชาวบ้านส่วนใหญ่พอใจและแยกย้านกันกลับ นายเตชิต กล่าวว่า ตนไม่ใช่พ่อค้าคนกลาง ตนเป็นเจ้าของลานรับซื้อยางพารา ไม่ใช่ลานรับซื้อข้าว แต่โรงสีกิตติพืชผลมาเช่าพื้นที่ เพื่อรับซื้อข้าวและขอใช้ตาชั่งเพื่อชั่งข้าวที่ชาวนาเอามาขายเท่านั้น ตนก็ขายข้าวให้กับโรงสีกิตติพืชผล เป็นเงินเกือบ 200,000บาท ก็ไม่ได้เงินเช่นกัน "ผมขอความเป็นธรรมด้วย ผมไม่ได้โกงหรือบิดพลิ้ว เพราะผมเองก็ขายข้าวให้กับโรงสีกิตติพืชผล เช่นกัน"นายเตชิต กล่าว