นายไพจิตร มานะศิลป์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท คลังคาซ่า จำกัด เปิดเผยว่า ผลการดำเนินธุรกิจในปี 2556 ที่ผ่านมา บริษัทฯ ประสบความสำเร็จสูงเกินกว่าแผนดำเนินงานที่ตั้งไว้ ในทุกประเภทที่อยู่อาศัยและครอบคลุมทุกเซกเมนต์ ทั้งแนวราบและแนวดิ่ง โดยบริษัทฯ สามารถสร้างยอดขายได้สูงถึง 1,665 ล้านบาท เพิ่มจากปี 2555 เกือบ 20 % ทั้งนี้เป็นผลมาจากความสำเร็จในการสร้างแบรนด์ที่แข็งแกร่ง และการบริหารงาน ทำให้ลูกค้าไว้วางใจในคุณภาพบ้านเดี่ยว อาคารพาณิชย์ และคอนโดมิเนียม ของ กลุ่ม คลังคาซ่า และให้การตอบรับที่ดี รวมถึงความสำเร็จ จากกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจที่วางไว้อย่างชัดเจน สำหรับปี 2557 คลังคาซ่า ได้วางแผนการดำเนินธุรกิจ โดยเน้นการรุกพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อตอบสนองทุกความต้องการที่อยู่อาศัย ครอบคลุมทุกกลุ่มลูกค้า รวมทั้งขยายการพัฒนาโครงการสำหรับรองรับความต้องการของกลุ่มลูกค้าในตลาด รวมถึงกลุ่มลูกค้าต่างชาติที่เพิ่มมากขึ้น จากการที่ประเทศไทยจะก้าวเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ปี 2558 โดยในปี 2557 บริษัทฯ จะเปิดตัวโครงการที่อยู่อาศัยใหม่ อีกประมาณ 2โครงการ ทั้งแนวราบและแนวดิ่ง มูลค่าโครงการร่วม 700 ล้านบาท พร้อมตั้งเป้าหมายยอดขายรวมในปี 2557 ไว้ 1,800 ล้านบาท หรือ เพิ่มอีกประมาณ 10% และในปีนี้ บริษัท คาดว่าจะมีการโอนกรรมสิทธิ์ทั้งอาคารแนวราบ และแนวดิ่ง ให้กับลูกค้าได้กว่า 1,000 ล้านบาท อย่างไรก็ตามในปีนี้มีปัจจัยที่น่าเป็นกังวลสำหรับธุรกิจภาคอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคในการดำเนินธุรกิจอย่างน้อย 3 ปัจจัยหลัก คือ สถานการณ์ทางการเมืองที่อาจมีความรุนแรง ปัญหาภาวะเงินเฟ้อซึ่งขณะนี้มีธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กำกับดูแลเพียงลำพังไม่มีรัฐบาลเข้ามาดูแลให้ชัดเจน และ สุดท้ายคือเรื่องเงินทุนที่จะไหลออกนอกประเทศ ทั้งนี้เป้าหมายดำเนินธุรกิจของคลังคาซ่าในปีนี้ได้คำนึงถึงปัจจัยลบดังกล่าว รวมถึงสถานการณ์การเมืองและภาวะเศรษฐกิจในภาวะไร้รัฐบาลในปัจจุบันแล้ว ซึ่งหากไม่มีปัญหาดังกล่าวจะทำให้เป้าหมายยอดขายของคลังคาซ่าโตมากกว่านี้แน่นอน ด้านนายสุดที่รัก พันธ์สายเชื้อ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท คลังคาซ่า จำกัด เปิดเผยว่า จากความสำเร็จแบบก้าวกระโดดในการเดินหน้าชิงส่วนแบ่งตลาดจากคู่แข่งในหลายๆ เซกเมนต์ จนทำให้ กลุ่มคลังคาซ่า เติบโตอย่างรวดเร็วในช่วง 9 ปีที่ผ่านมา สามารถก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ 1 ใน 3 (Top 3) ของภาคอีสาน ซึ่งยังตามหลังขอนแก่น และอุดรธานี และเพื่อสนับสนุนการเจริญเติบโตของธุรกิจอย่างต่อเนื่องในปีนี้ คลังคาซ่า จะดำเนินธุรกิจภายใต้แนวทางการปรับตัว เพื่อต่อยอดความสำเร็จ และสร้างความยั่งยืนให้กับธุรกิจในระยะยาว โดย คลังคาซ่า จะเน้นการบริหารจัดการความเสี่ยงเพื่อรักษาอัตราการเติบโตแบบยั่งยืน ซึ่งจะจับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่เป็นเรียลดีมานด์ ในกลุ่มลูกค้าระดับกลาง และขยายฐานลูกค้าไปยังระดับกลาง-บน รวมถึงเน้นเรื่องการปรับปรุงกระบวนการทำงานด้วยการนำนวัตกรรมใหม่ๆ มาใช้อย่างต่อเนื่อง เพื่อสามารถควบคุมคุณภาพ บริหารต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการสร้างนวัตกรรมด้านดีไซน์และรูปแบบของไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตแบบใหม่ๆ เพื่อนำเสนอแนวคิดด้านการอยู่อาศัย ตอบโจทย์ความต้องการด้านที่อยู่อาศัยแก่กลุ่มเป้าหมายที่มีไลฟ์สไตล์หลากหลายมากยิ่งขึ้น และสร้างความประทับใจให้กับลูกค้า เพื่อเป็นแบรนด์อันดับหนึ่งในใจลูกค้า คลังคาซ่า พร้อมที่จะตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์แห่งการใช้ชีวิต อีกทั้งในปี 2558 จะมีการเปิดการค้าเสรีในกลุ่มประเทศอาเซียน หรือ AEC คลังคาซ่าจึงต้องเร่งปรับแผนรองรับ AEC ด้วย ซึ่งจะมีชาวต่างชาติไหลเข้ามาอีกจำนวนมาก และเป็นกลุ่มเป้าหมายของคลังคาซ่าด้วย ซึ่งปัจจุบันลูกค้าส่วนใหญ่เป็นคนโคราชและจังหวัดใกล้เคียงประมาณ 80% และจากกรุงเทพฯ ประมาณ 20% ในปี 56 มียอดโอน 700 ล้านบาท และตั้งเป้าปี 57 มียอดโอนอีก 1,000 ล้านบาท เติบโด 30% เนื่องจากปี 57 คอนโดมิเนียมจะก่อสร้างเสร็จและสามารถส่งมอบให้ลูกค้าได้จำนวนมาก นายสุดที่รัก กล่าวภาพ : www.skyscrapercity.com