เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 10 กุมภาพันธ์ ม็อบเกษตรกรและผู้ค้าข้าวโพดจากหลายอำเภอของ จ.เพชรบูรณ์ จำนวนกว่า 500 คน ได้มาร่วมชุมนุมเรียกร้องเงินชดเชยจากโครงการแทรกแซงตลาดข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ หลังจากรัฐบาลได้โอนเงินให้จังหวัดอีก 108 ล้านบาท เพื่อจัดสรรจ่ายให้แก่เกษตรกรผ่านทางผู้ค้าหรือไซโลข้าวโพด นอกจากนี้เกษตรกรและกลุ่มผู้ค้าต่างแสดงความไม่สบายใจและมีความกังวลเรื่องความไม่โปร่งใส หลังตรวจสอบพบชื่อผู้ค้าหลายรายที่ยื่นเอกสารในภายหลัง แต่กลับมีชื่อโผล่ลัดคิวได้รับการโอนเงินก่อน ประกอบกับมีกระแสข่าวเรื่องการตั้งกองกฐินเกิดขึ้น จึงจี้ให้มีการจ่ายเงินก้อนนี้ให้โดยเร็วและเปิดเผยชื่อผู้ค้าและเกษตรกรทั้งหมด เพื่อให้ตรวจสอบว่ามีรายไหนได้รับเงินและไม่อยู่ในข่ายได้รับการพิจารณา อย่างไรก็ตามนายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดและนายชัยยันต์ ยอดคำ พาณิชย์จังหวัด มาชี้แจงกับผู้ชุมนุมโดยนายชัยยันต์รับปากจะเร่งตรวจจ่ายเงินที่เหลืออีกราว 60 ล้านบาทให้แก่ผู้ค้าอีก 27 รายให้ครบในราวสัปดาห์หน้า ซึ่งเป็นไปตามกรอบการเกลี่ยเงินรอบแรกร้อยละ 55 ให้แก่เกษตรกรผ่านผู้ค้าทั้งหมด จากนั้นนำบัญชีการโอนเงินให้ผู้ค้ามาแสดงแต่ได้รับคำทักท้วงว่ายอดเงินยังคลาดเคลื่อนเงินไม่ตรงกับข้อมูลในบัญชี ส่วนรายชื่อเกษตรกรมีการนัดแนะจะจัดส่งให้ผู้ค้าภายในวันที่ 24 กุมภาพันธ์นี้ เพื่อให้ตรวจสอบว่ารายใดที่ได้อนุมัติและรายใดไม่อยู่ในข่ายพิจารณา ด้านนายวิเชียร กล่าวยอมรับว่า โควต้าได้รับเงินชดเชยจำนวน 2.15 แสนตัน แต่ปริมาณข้าวโพดมีมากกว่า 4 แสนตัน ทำให้เงินไม่พอแต่จังหวัดไม่ได้นิ่งดูดายพยายามขอเพิ่มโควต้าไป นอกจากนี้นายวิเชียรยังแสดงความเห็นด้วยว่า การหยุดรับเอกสารก่อนสิ้นสุดโครงการนั้นเพราะพาณิชย์จังหวัดรับนโยบายจากส่วนกลางมาเพราะเกรงจัดสรรเงินให้ไม่พอ แต่ในประเด็นนี้เห็นว่าเกษตรกรมีความเดือดร้อนและคงต้องหาเงินมาช่วยเกษตรกร จึงรับปากจะนำไปหารือกับทางส่วนกลางอีกครั้ง ทำให้เกษตรกรและผู้ค้าต่างพอใจหลังจากนั้นจึงแยกย้ายเดินทางกลับ