จาตุรนต์ สั่งสช.ศึกษาปรับเพิ่มค่าเล่าเรียน
06 ก.พ. 2557 | wanchat

6 ก.พ.57 - จาตุรนต์ สั่งสช.ศึกษาปรับเพิ่มค่าเล่าเรียน หลังร.ร.เอกชน ไม่ได้ปรับมา 10 ปี
ข่าว
06 ก.พ. 2557 | wanchat

6 ก.พ.57 - จาตุรนต์ สั่งสช.ศึกษาปรับเพิ่มค่าเล่าเรียน หลังร.ร.เอกชน ไม่ได้ปรับมา 10 ปี
เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ นายบัณฑิตย์ ศรีพุทธางกูร เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (เลขาธิการ กช.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการการศึกษาเอกชน โดยมีนายจาตุรนต์ ฉายแสง รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(รักษาการ รมว.ศธ.)เป็นประธาน ว่า สช.ได้แจ้งให้ที่ประชุมฯรับทราบถึงผลการหารือไปยังคณะกรรมการกฤษฎีกา เรื่องที่แจ้งกลับมาว่าโรงเรียนเอกชนในสังกัดสช.จะต้องใช้ผู้ตรวจสอบบัญชี ซึ่งจะกระทบกับโรงเรียนเอกชนขนาดเล็กจำนวนมากที่จะมีค่าใช้จ่ายเพื่อจ้างผู้ตรวจสอบบัญชี เช่น ค่าประเมินทรัพย์สิน เป็นต้น ดังนั้นที่ประชุมได้มอบหมายให้เชิญโรงเรียนเอกชนขนาดเล็กและผู้ที่เกี่ยวข้องมาหารือกันว่าจะหาทางออกอย่างไรเพื่อให้มีผลกระทบกับโรงเรียนน้อยที่สุด และมีประสิทธิภาพในการดูแลระบบบัญชีที่ถูกต้องด้วย ทั้งนี้ ที่ผ่านมาโรงเรียนเอกชนไม่ได้มีการตรวจสอบบัญชีเพราะโรงเรียนเอกชนไม่ต้องเสียภาษี แต่พ.ร.บ.การศึกษาเอกชน ฉบับปัจจุบันกำหนดให้โรงเรียนเอกชนทุกแห่งต้องมีการตรวจสอบบัญชีเนื่องจากเกี่ยวโยงกับเงินอุดหนุนด้วย เลขาธิการกช. กล่าวต่อว่านอกจากนี้ที่ประชุมได้เห็นชอบการเพิ่มเงินอุดหนุนเงินรายหัวโรงเรียนเอกชน ใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จาก70% เป็น 85% ทั้งนี้ เพื่อให้สามารถพัฒนาคุณภาพการจัดการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่ทางโรงเรียนจะต้องส่งแผนการพัฒนามาให้ทางสช.ด้วย ให้เน้นพัฒนาครูจัดการเรียนการสอนตรงวุฒิวิชาเอก และจะดูผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาของเด็กด้วย โดยสช.จะสนับสนุนทั้งโรงเรียนอาชีวศึกษาเอกชน โรงเรียนเอกชนประเภทสามัญ และโรงเรียนเอกชนสายสามัญที่สอนควบศาสนาอิสลาม ซึ่งจะมีนักเรียนทั้งหมดประมาณ 69,365 คน ซึ่งจะต้องใช้งบฯเพิ่มในส่วนนี้ประมาณ111 ล้านบาท โดยจะมีผลย้อนหลังให้ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2556 ขณะนี้สช.ได้ตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2557 ไว้แล้วและจะมีการจัดสรรงบให้โรงเรียนได้เลย ทั้งนี้ มีความคาดหวังว่าเงินอุดหนุนที่เพิ่มขึ้นดังกล่าวจะช่วยพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนของโรงเรียนเอกชนให้ดีขึ้นซึ่ง นายบัณฑิต กล่าวด้วยว่านอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบให้มีการคัดเลือกโรงเรียนเอกชนเข้าเป็นโรงเรียนมาตรฐานสากล เพื่อให้นักเรียนมีความสามารถทางการเรียนรู้ การสื่อสารได้อย่างน้อยสองภาษาเป็นอย่างน้อยและมีทักษะการเรียนรู้และคิดสร้างสรรค์นวัตกรรมสิ่งใหม่ ๆ โดยจะมีเกณฑ์การคัดเลือกโรงเรียนที่จะเข้ามาตรฐานสากล เช่น จะดูที่ผลประเมินภายนอกจากสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา ระบบบริหารหลักสูตร และสื่อนวตกรรมทันสมัย คุณภาพผู้บริหารโรงเรียน เป็นต้น โดยโรงเรียนที่จะได้รับการพิจารณาให้เป็นโรงเรียนมาตรฐานสากล จะต้องผ่านการประเมินในระดับดี หรือมีคะแนนประเมิน70%ขึ้นไป "โรงเรียนที่ได้มาตรฐานสากลจะมีการผ่อนคลายกฎระเบียบต่าง ๆลง เช่น กฎกติกาที่เป็นอุปสรรคในการแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้าน การลดกฎระเบียบการรับนักเรียน และการบรรจุครูต่างชาติ อย่างไรก็ตาม นายจาตุรนต์ ได้มอบให้สช.ศึกษาความเป็นไปได้ว่าจะสามารถปรับเพดานค่าเล่าเรียนเพิ่มขึ้นได้หรือไม่ หากสามารถปรับเพิ่มได้ จะเพิ่มเท่าไร เนื่องจากโรงเรียนเอกชนไม่ได้มีการปรับเพดานค่าเล่าเรียนมาประมาณ10ปีแล้ว ทั้งนี้ ก็จะต้องดูผลกระทบกับผู้ปกครองด้วย และหากจะมีการปรับเพดานค่าเล่าเรียนเพิ่ม ทางโรงเรียนจะต้องประกาศให้ผู้ปกครองรับทราบและยอมรับในเงื่อนไขก่อน" นายบัณฑิตย์ กล่าว