"พงศ์เทพ"จี้ กกต.จัดเลือกตั้งให้เสร็จ
04 ก.พ. 2557 | wanchat

สำนักงานปลัด กห. 4 ก.พ. 2557 - "พงศ์เทพ"จี้ กกต. จัดเลือกตั้งให้เสร็จ ชี้ไม่ต้องออก พ.ร.ฎ. เว้นกรณีศาลสั่งให้โมฆะ ระบุคนไปศาลต้องมือสะอาด
ข่าว
04 ก.พ. 2557 | wanchat

สำนักงานปลัด กห. 4 ก.พ. 2557 - "พงศ์เทพ"จี้ กกต. จัดเลือกตั้งให้เสร็จ ชี้ไม่ต้องออก พ.ร.ฎ. เว้นกรณีศาลสั่งให้โมฆะ ระบุคนไปศาลต้องมือสะอาด
เมื่อเวลา 16.00 น.ที่สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี แถลงถึงการจัดการเลือกตั้งที่เป็นปัญหาว่า ในประเด็นที่บางหน่วยไม่มีผู้สมัคร หรือบางหน่วยไม่สามารถเปิดลงคะแนนได้ และประเด็นหน่วยเลือกตั้งที่ไม่ได้เปิดให้ลงคะแนนหรือลงคะแนนได้ไม่ครบทั้ง 2 แบบ กกต.ต้องกำหนดวันลงคะแนนเลือกตั้งใหม่ในหน่วยเลือกตั้งเหล่านี้โดยเร็ว ตามมาตรา 78 ของพ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง และตามระเบียบ กกต. ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2554 ข้อ 203 ให้กำหนดภายใน 7 วัน นับแต่วันที่เหตุที่ทำให้ลงคะแนนไม่ได้สิ้นสุดลง นายพงศ์เทพ กล่าวต่อว่า ส่วนประเด็นเขตเลือกตั้งที่ผู้สมัครรับเลือกตั้งเข้าไปสมัครไม่ได้ เป็นหน้าที่ของกกต ที่ต้องจัดการให้เปิดรับสมัครใหม่และจัดให้มีการลงคะแนนเลือกตั้ง โดยดำเนิการได้หลายวิธีรวมทั้งใช้บทกฎหมายที่ใกล้เคียงอย่างยิ่ง ตามมาตรา 88 ของพ.ร.บ.เลือกตั้งฯมาใช้บังคับ สำหรับประเด็นเขตเลือกตั้งที่มีผู้สมัครคนเดียวและได้คะแนนน้อยกว่าร้อยละ 20 ของจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตนั้น หรือน้อยกว่าจำนวนบัตรเลือกตั้งที่ไม่ประสงค์จะลงคะแนน กกต. ต้องประกาศให้มีการเลือกตั้งใหม่โดยให้รับสมัครเลือกตั้ง ส.ส. แบบแบ่งเขตในเขตเลือกตั้งนั้นใหม่ นอกจากนั้นประเด็นข้อสงสัยว่าต้องตราพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งใหม่หรือไม่นั้น ตนเห็นว่า หากกกต ยังไม่สามารถประกาศผลการเลือกตั้งว่าผู้สมัครผู้ใดเป็นผู้ได้รับเลือกตั้งทั้งแบบแบ่งเขตและแบบบัญชีรายชื่อไม่ครบ กกต ต้องจัดการเลือกตั้งให้สำเร็จจนได้ ส.ส. ครบ ไม่มีการตราพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งใหม่ ในอดีตตั้งแต่มี กกต และ กกต.ให้ใบเหลือง ใบแดงก่อนการประกาศผลว่าผู้สมัครคนใดได้รับเลือกตั้ง ก็ไม่เคยมีการตราพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งใหม่ กรณีการเลือกตั้งปี 2549 กกต ประกาศว่าผู้สมัครคนใดได้รับเลือกตั้งแล้ว หลังจากนั้นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการเลือกตั้งไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญเพราะการลงคะแนนไม่เป็นความลับ จึงต้องมีการตราพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งใหม่ เมื่อกกต.ประกาศว่าผู้ใดได้รับเลือกตั้งแล้ว ไม่มีการเลือกตั้ง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่ออีกในสมัยของสภาชุดนั้น ส่วนส.ส. แบบแบ่งเขต หากมีตำแหน่งว่าง เช่น ลาออกไป ถึงจะมีพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้ง ส.ส. แบบแบ่งเขตของเขตนั้นแทนตำแหน่งที่ว่าง ประเด็นกรอบเวลาในการจัดการเลือกตั้งของกกต. ต้องจัดการเลือกตั้งเพื่อให้มี ส.ส.อย่างน้อย 475 คน หรือร้อยละ 95 ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ 2 ก.พ.2557 ซึ่งก็คือวันที่ 4 มี.ค. 2557เนื่องจากรัฐธรรมนูญ มาตรา 127 กำหนดให้มีการเรียกประชุมรัฐสภาเพื่อให้สมาชิกได้มาประชุมเป็นครั้งแรก และมาตรา 93 วรรค6 กำหนดให้ ส.ส.ไม่น้อยกว่าร้อยละ 95 ประกอบเป็นสภาผู้แทนราษฎรได้ (ในอดีตต้องได้ ส.ส. ครบจำนวนถึงจะเป็นสภาผู้แทนราษฎร กกต.ชุดก่อนๆก็สามารถจัดการเลือกตั้งให้ได้ ส.ส. ครบจำนวนมาตลอด) สำหรับตำแหน่ง ส.ส.ที่ยังขาดอยู่ไม่ถึงร้อยละ 5 กกต ต้องจัดการเลือกตั้งให้ได้ครบทั้งหมดภายใน 180 วัน (รัฐธรรมนูญ มาตรา 93 วรรคหก) เมื่อถามว่ากกต.ยืนยันว่าต้องออกพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งใหม่ นายพงศ์เทพ กล่าวว่า ที่ผ่านมาในอดีต กกต.ไม่เคยตราพระรากฎฤษฎีกาใหม่ เว้นแต่ว่าเลือกตั้งไปแล้วและได้ส.ส.แล้ว แต่ภายหลังผู้สมัครที่ได้ประกาศรับรองลาออกก็ต้องเลือกตั้งใหม่ ซึ่งไม่ใช่เ็นการกดดันกกต.แต่อย่างใด เป็นเพียงชี้แจงให้ทราบว่ากฎหมายเป็นอย่างไร และกกต.ทุกชุดก็ทราบกรอบการทำงาานของตัวเองอยู่แล้ว ผู้สื่อข่าวถามว่าเป็นห่วงหรือไม่ที่มีผู้ไปยื่นให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโมฆะ นายพงศ์เทพ กล่าวว่า ไม่ห่วงอะไร เพราะเท่าที่ดูจากสื่อตนก็ไม่เห็นว่ามีประเด็นอะไร ทั้งนี้ผู้ที่จะไปศาลมีหลักว่าต้องไปศาลด้วยมือสะอาด และไม่เห็นมีใครที่ไปทำอะไรที่ขัดขวางการปกครองประบอบประชาธิปไตย เว้นแต่พรรคการเมืองบางพรรคเท่านั้นที่ขัดขวางการเลือกตั้ง ต่อข้อถามกรณีที่สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ที่ไม่ใช่สิทธิ์เลือกตั้ง จะมีสิทธิ์ลงชื่อในการยื่นถอดถอนหรือไม่ นายพงศ์เทพ กล่าวว่า ผู้ที่ไม่ได้ไปใช้สิทธิ์ก็จะเสียสิทธิ์ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ ซึ่งมีกรอบเวลาที่กำหนดไว้อยู่แล้ว ส่วนที่มีการเตรียมล่ารายชื่อเพื่อถอดถอนนายกฯ นั้น เป็นเรื่องที่ต้องไปดูในรายละเเอียด แต่คนที่จะเข้าชื่อได้นั้นต้องมีสิทธิ์เข้าชื่อในการถอดถอนได้