เปิดใจนักข่าว-ช่างภาพ วิกฤติแยกหลักสี่
02 ก.พ. 2557 | wanchat

แต่ละจุด แต่ละครั้งได้ประสบการณ์ และภาวะที่ต้องเผชิญภาวะวิกฤติ ต่างอย่างไรเอามาเป็นบทเรียนอะไรบ้าง
ข่าว
02 ก.พ. 2557 | wanchat

แต่ละจุด แต่ละครั้งได้ประสบการณ์ และภาวะที่ต้องเผชิญภาวะวิกฤติ ต่างอย่างไรเอามาเป็นบทเรียนอะไรบ้าง
นายปรีชา เพาะพูล @Preecha_ntv เล่าว่า เราไปเกาะติดสถานการณ์ตั้งแต่ บ่ายสองโมง จนกระทั่ง บ่ายสามโมง ขณะเดียวกันบ่ายสามโมง ผมยังอยู่บริเวณหน้าศูนย์หลักสี่ตอนช่วงบ่ายสามโมงได้พูดคุยกับทหาร ที่ดูแลกลุ่มของหลวงปู่พุทธอิสระ ต่อมาได้รับแจ้งจากทหารขอให้ หลวงปู่ นำเด็ก และผู้หญิง เข้าไปอยู่ในศูนย์ที่หลักสี่ เพราะเกรงว่าจะมีปัญหา มีการแจ้งจากสายทหารว่า ฝั่งตรงข้ามได้เดินทางมาถึงอยู่บริเวณหน้าวัดหลักสี่ จากนั้น หลวงปู่ อนุญาติ ให้นำเด็ก และผู้หญิงเข้าไป จากนั้นประมาณครึ่งชั่วโมง ฝั่งตรงข้ามที่มาคัดค้านหลวงปู่ เดินทางมาถึงบริเวณแยกหลักสี่ ซึ่งจะเป็นสะพานข้ามไปทางคลองเปรม ก็จะจอดอยู่ตรงนั้น ยังไม่ไปไหน ส่วนของกลุ่มหลวงปู่ทางการ์ดยังเฝ้าติดตามระวังอยู่รอบข้าง ต่อมามีการเจรจาของเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารของฝั่งตรงข้าม มีการเจรจาอยู่สักพัก จากนั้น มีกลุ่มที่มีรถเก๋งเข้ามาในพื้นที่ และของเรามีสองทีม ช่างภาพเราคือคุณกิตติชัย และคุณจักรกฤษ , คุณจักรกฤษ ผมให้เฝ้าที่ศูนย์อยู่กลับหลวงปู่ ตรงที่เกิดเหตุ คุณกิตติชัย อยู่แยกหลักสี่ ซึ่งก่อนหน้านี้มีการทุบรถ ซึ่งนักข่าวช่างภาพเริ่มคุยกันแล้วว่า น่าจะมีเหตุการณ์เกิดขึ้น คงรั้งไว้ไม่อยู่ พอกลุ่มที่มาคัดค้านหลวงปู่อยู่ตรงบริเวณเชิงสะพานที่จะข้ามมาคลองเปรม กลับกันกลุ่ม กปปส.ลาดพร้าวกับสวนลุม มาสมทบกันพอดีแต่อยู่ฝั่งตรงข้ามถาม : ตอนนั้นผู้สื่อข่าวและช่างภาพไปรวมกันอยู่ตรงไหนของแยกหลักสี่ นายกิตติชัย นาคเกษม ช่างภาพเนชั่นทีวี เล่าว่า มันจะแยกเป็น 2 ส่วน คือส่วนของที่เป็นห้างสรรพสินค้าไอทีสแควร์ และอีกฝั่งหนึ่งที่เป็น จะเลี้ยวเข้าถนนแจ้งวัฒนะ ก็จะเป็นช่วงกลับรถยูเทิร์น ก็ จะเป็นช่วงกั้นกลางให้ระหว่างกลุ่มที่สนับสนุน และกลุ่มหลวงปู่ ตรงนั้น ก็จะมีนักข่าว ช่างภาพอยู่หลายสำนัก ไปอยู่ตรงกลางเกาะกลางถนน เพราะจะเลี่ยงการปะทะระหว่าง ถ้าเกิดกลุ่มผู้ชุมนุมคนไหนที่จะมีการปาอะไรเข้ามาก่อนจะปะทะอะไรก่อน ตรงนี้จะเป็นใต้สะพานลอย ซึ่งเป็นจุดที่เราคิดว่า ปลอดภัยที่สุด ซึ่งจะเป็นสามเหลี่ยม เป็นมุมพอดี เราอยู่ในโซนที่เหลือมานิด ก็ คิดว่าน่าจะปลอดภัย พอเราเริ่มดูว่า ยังไม่มีการปะทะ เรา ก็ยังคอยดูอยู่สถานการณ์อยู่ แต่มีอีกกลุ่มหนึ่งที่อยู่ทางด้านห้างไอทีสแควร์ อาจจะมีการยั่วยุกันบ้าง อาจจะมีการขว้างปา อาจจะเป็นมือที่สามก็ได้ ปาก้อนหินเข้ามาก่อน ปาประทัด จนทั้งสองฝ่ายเริ่มระแวงกันแล้ว ถาม : ระเบิดปิงปองลงตูมแรก แล้วตามมาด้วยเสียงปืนนัดแรก ทำอย่างไร นายกิตติชัย นาคเกษม ช่างภาพเนชั่นทีวี เล่าว่า พอมวลชนเพิ่มขยับตัว ด้วยนิสัยของเรา เราก็อยากได้ภาพ ได้ยินเสียง ปัง ๆๆๆ เราก็ไม่รู้ว่าใครยิง ก็ เก็บภาพในช่วงนั้นนิดหนึ่งแล้ว ก็ รีบหมอบลง มันยิงเหมือนยิงข้ามหัวเราไปมา นักข่าวช่างภาพก็หมอบลง ซึ่งด้านซ้ายด้านขวา เราจะเป็นแท่งแบริเอ่อร์ ล้อมกรอบกั้นเราอยู่ แล้วมีเสียงยิงปืน เป็นระยะ แล้วมีเสียงดังคล้ายระเบิด เริ่มถี่มาเรื่อยๆๆ เราก็เริ่มคุยกับพี่ๆนักข่าวที่มาด้วยกัน ว่า "พี่เราจะเอาอย่างไรดี" ถาม : มีภาพชายชุดดำ แล้วมีกระสอบปุ๋ยคลุมปืนอยู่ นายปรีชา เพาะพูล @Preecha_ntv เล่าว่า เราเห็นเขามาตั้งแต่ที่แรกแล้ว แต่เราไม่ทราบว่า เขาเป็นใคร แล้วในถุงปุ๋ยนั้นมีอะไร ช่วงที่ชุลละมุน หลังจากที่มีการปาประทัดยักษ์ และมีเสียงปืนดังต่อเนื่อง กลุ่มผู้สื่อข่าวก็จะมีอยู่ 2 กลุ่ม ซึ่งจะอยู่ตรงเกาะกลาง และอีกกลุ่มจะอยู่ตรงป้อมตำรวจตรงแยกหลักสี่พอดี และจะมีทหารที่อยู่ตรงนั้น แต่ทุกคนไม่สามารถออกไปไหนได้ เพราะมีการยิงอย่างต่อเนื่อง ระยะเวลาห่างในการยิงประมาณ 10 นาทีได้ แต่ยิงกันประมาณ 1 ชั่วโมง คือยิงตัวกันเลย เหมือนอยู่ในสงคราม แล้วเราอยู่ตรงกลาง เราจะโผล่หัวขึ้นไปก็ไม่ได้และช่วงนั้น เราก็รายงานอยู่ด้วย ระหว่างรายงาน ก็ยังมีเสียงปืนอยู่ ซึ่งเสี่ยงมาก นักข่าวทุกคนนอนหมอบหมดเลย และมีอีกส่วนหนึ่งที่อยู่บริเวณปากทางเข้าตรงสะพานที่หลวงปู่อยู่ ซึ่งตรงนั้นรอรายงานอยู่ แต่ทีมที่หนักสุดคือ ทีมที่อยู่หน้าด่านพอดี ส่วนนักข่าวอีกคนที่อยู่ในป้อมไม่สามารถไปไหนได้เลย แต่จังหวะที่ผมออกมาจากป้อมมันไม่ปลอดภัยแล้ว เพราะมันเป็นช่องแคบนิดเดียวถ้าเกิดมีอะไรตูมขึ้นมา ผมเลยหาทางวิ่งออกมากับสื่อมวลชนอีกสำนักหนึ่ง ช่วงเวลานั้น ไม่มีใครมาช่วยเราเลย เราคลานกันออกมา แค่ประมาณ 3 - 4 เมตร ผมใช้เวลาเกือบ 15 - 20 นาที กว่าจะไปถึงอีกจุดหนึ่งได้ พอจะผ่านตรงช่องว่างระหว่างแท่งแบริเออร์ ก็ ยิงกันอีก เราก็ต้องรีบหมอบนายกิตติชัย นาคเกษม ช่างภาพเนชั่นทีวี เล่าว่า มันไม่รู้ว่าทิศทางของ เสียงปืนมันมาจากทางไหนบ้างเรารู้ว่า มีอีกกลุ่มที่อยู่ด้านหลังเรา ยิงอยู่ เรารู้แล้ว เราเห็นแล้ว อีกกลุ่มตรงฝั่งทีมาจากตรงหัวเราก็มี เราเลยประเมินไม่ถูกว่าทิศทางมันจะมาจากทางไหน เราก็หมอบไว้ก่อน พอเสียงปืนเริ่มสงบสักพักหนึ่ง เราก็พยายาม ที่จะถอยร่นเพื่อนที่จะให้ออกกรอบสี่เหลี่ยมของแบริเออร์ เพราะว่ามันมีเสียงของประทัดยักษ์ ซึ่งทาง ช่างภาพ นักข่าว ตรงจุดที่ผมนอนหมอบกันอยู่ ถ้าเผื่อมันมีสิ่งแปลกปลอม มันโยนมาตรงนั้นพอดี มันอาจจะเป็นอันตรายต่อพวกเรา ที่จะหาจุดที่จะปลอดภัยที่สุดก็พยายามถอยออก ถาม : มีทหาร ตำรวจ พาสื่อมวลชน ออกจากพื้นที่ หรือไม่ นายปรีชา เพาะพูล @Preecha_ntv เล่าว่า ทหารที่อยู่ตรงป้อมตำรวจ ตรงสี่แยก มีกำลังทหารอยู่ ซึ่งตรงนั้นต้องหมอบกันหมด ไม่มีใครสามารถออกไปไหนได้ ทุกคนต้องอยู่ให้นิ่งเอาชีวิตให้รอด หมอบให้ต่ำที่สุด ซึ่งมีนักข่าวได้รับบาด น่าจะเป็นเดลินิวส์ หลังจากที่ได้รับบาดเจ็บทางทหาร ทางกรมทหารราบที่ 11 มีการสั่งการมาทางนี้ ให้ทหารพานักข่าวออกมาก่อน แต่ทุกคนออกมาไม่ได้ ก็เลยให้ นักข่าวนอนหมอบนิ่งไว้ก่อน รวมถึงคนที่เจ็บให้นอนหมอบนิ่ง พอสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย ทางผู้บัญชาการเอารถเข้ามารับนักข่าวได้รับบาดเจ็บ ส่วนที่เหลือก็ยังหมอบอยู่ นายปรีชา เพาะพูล @Preecha_ntv เล่าว่า ก่อนหน้านั้นเราเคยคุยกับทหาร , หลวงปู่ และเจ้าหน้าที่ที่อยู่ได้ใน ว่าจุดที่หลักสี่ มีสิทธิ์ปะทะกันอยู่แล้ว ซึ่งวันแรกที่หลวงปู่มาตั้งเวที ก็มีเหตุการณ์อยู่แล้ว แล้ววันนี้มาปิดที่สำนักงาน แล้วฝั่งที่อยู่ตรงข้ามกับหลวงปู่ ก็ มาพออยู่แล้วอยู่ที่วัดหลักสี่ ก็กำลังเคลื่อนพลเข้ามา ต้องมีเหตุอยู่แล้ว ระหว่างที่เคลื่อนพลเข้ามา กลุ่ม กปปส.จากลาดพร้าวเข้ามาสมทบ หลังจากที่มีเสียงคล้ายระเบิดลง ตูม !! ที่เหลือก็เป็นเสียงปืนตามมา รัวแล้ว นายกิตติชัย นาคเกษม ช่างภาพเนชั่นทีวี เล่าว่า ช่วงที่ชายชุดดำ สวมไอ้โม่งใช้ถุงปุ๋ยคลุมปืน พอเขายิงปืนออกมา ซึ่งตอนถ่ายอยู่เราไม่คาดคิดว่ากระสอบน้ันมันคืออะไร ระยะประมาณ 1 เมตร มันมีเสียงมาแล้ว อ้าว !! มีปืนด้วยหรือ จากนั้นก็รีบหมอบ แล้วชูกล้องแล้วรีบหมอบไปก่อน อย่างน้อยให้มันโดยอะไรที่ไม่ใช่ตัวเราก่อน ซึ่งสื่อมวลชนที่หมอบอยู่ตรงนั้น ก็สงสัย " มันคือใคร ต้องยิงกันขนาดนี้เลยหรือ อาวุธขนาดนี้เลยหรือ ... มันไม่น่ารุนแรงขนาดนี้ นะ ... โอ้โห มันเกินไปนะ " คือนอนคุยกัน มันเหมือนอยู่ในสงคราม ถาม แต่ละจุด แต่ละครั้งได้ประสบการณ์ และภาวะที่ต้องเผชิญภาวะวิกฤติ ต่างอย่างไรเอามาเป็นบทเรียนอะไรบ้างนายกิตติชัย นาคเกษม ช่างภาพเนชั่นทีวี เล่าว่า ครั้งแรกที่บรรทัดทอง แต่มันค่อนข้างจะห่าง ซึ่งเราก็วิ่งเข้าไปหาในพื้นที่ ครั้งที่ 2 ที่อนุเสาวรีย์ชัย มันเป็นความไม่ได้ตั้งใจ เรากำลังนั่งส่งงาน เราได้ ยินเสียงประทัดยักษ์ จากด้านหลัง อยู่ห่างประมาณ 50 เมตร จากเต้นท์ สื่อมวลชน กับเต้นท์ด้านหลังเวที แต่ที่หลักสี่ เราประเมินสถานการณ์ได้ว่า มันน่าจะรุนแรงกว่า เพราะว่า มันมีการเผชิญหน้า มีการปะทะ มันควรจะเป็นบทเรียนได้ว่า ให้หลีกเลี่ยง ไม่ว่าจะเป็นนักข่าวหรือช่างภาพ จะทำอย่างไรให้ หลีกเลี่ยงจากตรงนี้ได้ อยู่ในจุดเสี่ยงให้น้อยที่สุด จะทำอย่างไรได้