ศาลไต่สวน DSI ขอหมายจับ 19 แกนนำ กปปส.รอบสอง
31 ม.ค. 2557 | wanchat

31 ม.ค. - ศาลไต่สวนดีเอสไอ ขอหมายจับ 19 แกนนำกปปส.ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ รอบสอง ดีเอสไอดึง ตำรวจ - จนท.ประจำหน่วยเลือกตั้ง
ข่าว
31 ม.ค. 2557 | wanchat

31 ม.ค. - ศาลไต่สวนดีเอสไอ ขอหมายจับ 19 แกนนำกปปส.ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ รอบสอง ดีเอสไอดึง ตำรวจ - จนท.ประจำหน่วยเลือกตั้ง
ที่ห้องพิจารณา 803 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก วันที่ 31 ม.ค.57 เวลา 09.30 น. ศาลไต่สวนคำร้อง ที่พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ขอให้ศาลพิจารณาอนุมัติหมายจับแกนนำ กปปส.19 ราย ประกอบด้วย 1.นายสุเทพ เทือกสุบรรณ 2.นายสาธิต วงศ์หนองเตย 3.นายชุมพล จุลใส 4.นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ 5.นายอิสระ สมชัย 6.นายวิทยา แก้วภราดัย 7.นายถาวร เสนเนียม 8.นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ 9.นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ 10.น.ส.อัญชะลี ไพรีรัก 11.นายนิติธร ล้ำเหลือ 12.นายอุทัย ยอดมณี 13.เรือตรีแซมดิน เลิศบุศย์ 14.พล.อ.ปรีชา เอี่ยมสุพรรณ 15.นายรัชต์ยุตม์ ศิรโยธินภักดี หรือนายอมร อมรรัตนานนท์ 16.นายกิตติชัย ใสสะอาด 17.นายสำราญ รอดเพชร 18.นายสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม และ 19.นายพานสุวรรณ ณ แก้ว ในข้อหากระทำผิด พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 มาตรา11 (1) และมาตรา 12 โดยพ.ต.ต.ยุทธนา ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีพิเศษ ดีเอสไอ เปิดเผยก่อนเริ่มการไต่สวนว่า ได้นำเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.) และเจ้าหน้าที่ประจำจุดหน่วยเลือกตั้งล่วงหน้าในเขตต่าง ๆ ที่ปฏิบัติหน้าที่วันเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันที่ 26 ม.ค.ที่ผ่านมารวม 19 ปาก ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ กลุ่มกปปส.ปิดล้อมหน่วยเลือกตั้ง มาเบิกความประกอบกับพยานเอกสารหลักฐานจำนวนมาก ขณะที่เมื่อเริ่มการไต่สวน ดีเอสไอ ผู้ร้อง ได้นำ พล.ต.ต.ขจรศักดิ์ ปานสาคร รองผบช.น. , พ.ต.อ.มานะ เผาะช่วย ผกก.ฝอ.8 บก.อก. บช.น. และเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับ รองผกก.สส. ของสถานีตำรวจพื้นที่ต่าง ๆ ที่มีปัญหาถูกกลุ่มผู้ชุมนุมไปปิดล้อมหน่วยเลือกตั้งล่วงหน้า อาทิ พ.ต.ท.จารุภัทร ทองโกมล รอง ผกก.สส.สน.ดุสิต และพ.ต.ท.อดิศักดิ์ บุญโทแสง รองผกก.สส.สน.ธรรมศาลา ฯลฯ เบิกความเพื่อชี้ให้ศาลเห็นถึงพฤติกรรมของแกนนำ กปปส. ทั้ง 19 ราย ว่ามีพฤติกรรมขัดขวางการเลือกตั้งล่วงหน้าอย่างไรบ้าง และกระทำผิด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน อย่างไรบ้าง ภายหลังการไต่สวน พล.ต.ต.ขจรศักดิ์ รอง ผบช.น. พยาน กล่าวว่า วันนี้มีพยานเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยประจำหน่วยเลือกตั้งล่วงหน้าตามเขตต่าง ๆ เมื่อวันที่ 26 ม.ค. ที่ผ่านมา ร่วมเบิกความชี้ให้ศาลเห็นถึงการกระทำของกลุ่ม กปปส. ว่ามีการผิด พรก.ฉุกเฉินอย่างไร ส่วนกรณีที่ศาลได้ออกหมายจับ นายสุเทพ พร้อมพวกในข้อหากบฎก่อนหน้านี้ มีความแตกต่างกับการขอหมายจับในความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯครั้งนี้ เพราะเป็นกฎหมายพิเศษที่สามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาได้ทันที 7 วัน โดยที่ทนายความไม่สามารถยื่นคำร้องขอประกันตัวได้ และหากสถานการณ์ยังไม่สงบก็สามารถยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอขยายระยะเวลาควบคุมตัวเพิ่มได้อีก ขณะที่สถานที่ในการควบคุมตัวผู้ต้องหาตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯนั้น จะไม่สามารถคุมตัวที่ สน. หรือกรมราชทัณฑ์ได้ โดยจะต้องควบคุมผู้ต้องหาตามสถานที่ที่มาตรการกำหนดไว้ตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ อาทิ กองบัญชาการตำรวจตะเวนชายแดนภาค1 จ.ปทุมธานี รอง ผบช.น. กล่าวอีกว่า ช่วงเช้านี้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขึ้นเบิกความแล้วทั้งหมด 10 ปาก ส่วนช่วงบ่ายจะมีพยานขึ้นเบิกความอีก 9 ปาก โดยศาลจะมีคำสั่งภายในวันนี้ได้เลยหรือไม่ ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาล ขณะที่วันเดียวกันนี้ นายสุวัตร อภัยภักดิ์ ทีมทนายความกลุ่มกปปส.ก็ได้ยื่นคำร้องขอคัดค้านการขอออกหมายจับ ของดีเอสไอด้วย โดยนายสุวัตร ทนายความ กล่าวว่า การยื่นคำคัดค้านวันนี้ ได้เตรียมพยานบุคคลมาไว้พร้อมไต่สวนได้ทันทีด้วย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การพิจารณากรณีดังกล่าว ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการไต่สวนพยานของศาล ขณะที่การขอหมายจับแกนนำกปปส. ตามพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯในครั้งนี้ เป็นการยื่นคำร้องของดีเอสไอครั้งที่ 2 แล้ว ภายหลังจากศาลอาญา มีคำสั่งไปเมื่อวันที่ 28 ม.ค.ที่ผ่านมาให้ยกคำร้องของดีเอสไอที่ครั้งแรก ได้ยื่นขออนุมัติหมายจับนายสุเทพ กับพวกแกนนำ กปปส.รวม 16 คน ซึ่งศาลเห็นว่า พยานหลักฐานของดีเอสไอในครั้งนั้นไม่เพียงพอ