ด้าน "สว.ไพบูลย์" เชื่อคนไม่ออกไปเลือกตั้ง หากมา ใช้สร้างความชอบธรรมต่อกรรัฐบาลเพื่อไทยได้ ผู้สื่อข่าวรายงานถึงความเคลื่อนไหวของกลุ่มสว. ต่อประเด็นการออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 2 ก.พ. นี้ว่า ยังมีความหลากหลายต่อการใช้สิทธิดังกล่าว โดยในส่วนของ สว.สายเลือกตั้ง ได้แบ่งความเห็นเป็น 2 สาย คือ ในสายของสว.เลือกตั้งในกลุ่ม 40 อาทิ น.ส.รสนา โตสิตระกูล สว.กทม., น.ส.สุมล สุตวิริยะวัฒน์ สว.เพชรบุรี ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะออกไปใช้สิทธิหรือไม่ โดย น.ส.รสนา กล่าวว่าส่วนตัวมองว่าการเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ. เป็นความดื้อเพ่งของรัฐบาลรักษาการที่ใช้การเลือกตั้งรอบนี้เป็นประโยชน์ทางการเมืองฝ่ายตนเอง ในการรับรองความชอบธรรมต่อการกำหนดวันเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ. ทั้งที่หลายภาคส่วนมองว่าไม่เหมาะสม นอกจากนั้นแล้วตนเชื่อว่าการจัดการเลือกตั้งรอบนี้จะเป็นโมฆะ เพราะไม่สามารถจัดการเลือตั้งได้พร้อมกันในวันเดียวกันทั่วประเทศตามที่กฎหมายกำหนดได้ ส่วนที่หลายฝ่ายกังวลว่าหากไม่ไปใช้สิทธิ์เลือกสส.อาจจะกระทบต่อสิทธิทางการเมืองในอนาคตนั้น แท้จริงแล้วยังจะมีการเลือกตั้ง สว. ในช่วงเดือนเมษายนนี้อีก ดังนั้นหากประชาชนไปใช้สิทธิเลือกตั้งสว. แล้วจะได้รับสิทธิทางการเมืองคืนเหมือนเดิม และโดยส่วนตัวเชื่อว่ากกต.จะอยู่ในตำแหน่งเพื่อจัดการเลือกตั้งสว.ต่อไป "การไม่ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. ไม่ใช่ว่าเป็นการละเลยหน้าที่ หรือ นอนหลับทับสิทธิ์ แต่เป็นสิ่งที่จะแสดงให้เห็นว่าเราไม่เห็นด้วยกับการจัดการเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.ที่ไม่บริสุทธิ์ โปร่งใส อย่างไรก็ตามหากตนไม่ไปใช้สิทธิ์สามารถชี้แจงเหตุต่อกกต ได้หลังวันเลือกตั้ง เพื่อรักษาสิทธิ์ตามกฎหมายได้" น.ส.รสนา กล่าว ขณะที่สว.เลือกตั้งอีกสายมองว่าควรออกไปเลือกตั้งและจะออกไปใช้สิทธิ์ในวันที่ 2 ก.พ. โดย นายดิเรก ถึงฝั่ง สว.นนทบุรี กล่าวว่าจะออกไปใช้สิทธิ์แน่นอน เพราะเขตเลือกตั้งที่ตนมีสิทธิ์ไม่ได้มีเหตุประท้วงหรือความวุ่นวายใดๆ อย่างไรก็ตามตนมองว่าการปกครองในระบอบประชาธิปไตย การไปใช้สิทธิเลือกตั้งถือเป็นความเคารพในระบอบปกครองดังกล่าว นายไพบูลย์ นิติตะวัน สว.สรรหา ในกลุ่ม 40 สว. กล่าวว่าตนได้หารือกับสว.ในกลุ่ม40 และได้ชี้แจงไปว่าจะไม่ไปใช้สิทธิ์หย่อนบัตรเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ. เพราะไม่เห็นด้วยต่อการกำหนดวันเลือกตั้งดังกล่าว อีกทั้งเป็นการจัดการเลือกตั้งที่ไม่เคารพในหลักการของผู้ชุมนุม ที่ต้องการให้มีการเลือกตั้งที่โปร่งใส และเที่ยงธรรม แต่หลังจากวันลงคะแนนแล้วตนจะทำหนังสือชี้แจงเหตุผลต่อกกต. ตามระเบียบที่กกต. กำหนดขึ้น นายไพบูลย์ ยังกล่าวถึงบทความของนายมีชัย ฤชุพันธุ์ อดีตประธานวุฒิสภา เรื่อง "เราควรออกไปเลือกตั้งหรือไม่" ว่า กรณีที่ระบุว่าประชาชนออกไปใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้งเพื่อรักษาสิทธิทางการเมือง และเมื่อไม่ไปใช้สิทธิ์ จำนวนผู้ไม่ไปเลือกตั้งจะไม่มีผลทางกฎหมายนั้นตนเห็นว่าเป็นความเข้าใจผิด เพราะหากมีจำนวนประชาชนไม่ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง เพราะไม่เห็นด้วยกับการเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ. ที่อาจจะมากถึง 30 ล้านคน และอาจมีผู้ไปลงคะแนนเพียง 10 ล้านคน ในทางรัฐศาสตร์สามารถทำให้เกิดความชอบธรรมในทางการเมืองได้ ที่สะท้อนให้เห็นว่ามีผู้ไม่เห็นด้วยกับการจัดการเลือกตั้ง วันที่ 2 ก.พ. ตามที่รัฐบาลของพรรคเพื่อไทยต้องการ