เนชั่นทีวี

ข่าว

แกนนำม็อบชาวนารับ ถูกบีบยอมเลิกชุมนุม

29 ม.ค. 2557 | wanchat

แกนนำม็อบชาวนารับ ถูกบีบยอมเลิกชุมนุม

พิษณุโลก 29 มกราคม - แกนนำม็อบชาวนารับ สงสารเพื่อน-ครอบครัว ถูกบีบยอมเลิกชุมนุม

พิษณุโลก - แกนนำม็อบชาวนาจากต.ศรีภิรมย์ อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก เผยเบื้องลึกยอมสลายการชุมนุมที่แยกอินโดจีนสงสารเพื่อนชาวนาที่เป็นโฆษกถูกบีบสารพัด โทรศัพท์มาหาภรรยาที่บ้าน ยอมสลายการชุมนุมทั้ง ๆ ที่ยังไม่ได้ข้อยุติ ยันม็อบครั้งนี้เป็นชาวนาตัวจริง ไม่ใช่ม็อบจัดตั้ง ไม่มีนักการเมือง กำนัน ผญบ.มานำ รอดูทิศทางต่อสู้ต่อ วันที่ 29 มกราคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากกลุ่มเกษตรกรชาวนามาปักหลักเรียกร้องทวงเงินรับจำนำข้าวจากรัฐบาล ที่กลางสี่แยกอินโดจีน ต.สมอแข อ.เมือง จ.พิษณุโลก เมื่อวันที่ 27-28 มกราคม 2557 โดยสลายการชุมนุมในช่วงเย็นวันที่ 28 มกราคมที่ผ่านมา ท่ามกลางบรรยากาศที่หดหู่ ทั้งแกนนำการชุมนุมครั้งนี้  คือ นายชาตรี  อ่ำพูล และชาวนาที่มาร่วมชุมนุมต่างร่ำไห้ แสดงความเสียใจและระบายความอัดอั้นออกมาจากปัญหาสารพัด ที่ยังไม่ได้รับเงินรับจำนำข้าว  โดยเฉพาะนายชาตรี  นั้นร่ำไห้ด้วยความอัดอั้น เนื่องจากภรรยาอยู่ที่บ้านพักที่ อ.พรหมพิราม ถูกโทรศัพท์มาแจ้งว่าถูกข่มขู่สารพัด ทั้งจากเสื้อแดง หน่วยงานราชการ ให้นายชาตรี ยุติการชุมนุม อย่างไรก็ตาม ในวันนี้ ผู้สื่อข่าวได้พยายามโทรศัพท์สอบถามถึงการดำเนินการเรียกร้องเงินโครงการรับจำนำข้าวกับนายชาตรี  อ่ำพูล แต่ปรากฏว่า เป็นสัญญาณปิดโทรศัพท์มือถือ จึงโทรศัพท์ติดต่อหาแกนนำอีกคนหนึ่ง คือ  นางศิรประภา  กุคง หรือเจ๊วรรณ อายุ 49 ปี อยู่บ้านเลขที่ 178/1 ม. 10 ต.ศรีภิรมย์ อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก นางศิรประภา เปิดเผยว่า การชุมนุมเรียกร้องเงินรับจำนำข้าวที่สี่แยกอินโดจีน เมื่อวันที่ 27-28 มกราคม ที่ผ่านมา เป็นการรวมตัวจากกลุ่มชาวนาจริง ๆ ที่กำลังเดือดร้อนอย่างหนักจากการที่ยังไม่ได้รับเงินรับจำนำข้าว เป็นการมาเรียกร้องโดยกลุ่มชาวนาจริง ๆ ไม่มีนักการเมือง ข้าราชการ กำนัน หรือผู้ใหญ่บ้านมาร่วมหรือเป็นแกนนำ พวกเรากำลังเดือดร้อนอย่างหนักจากปัญหาหนี้สิน ไม่มีเงินใช้จ่าย จากโครงการรับจำนำข้าวที่มีปัญหาออกมาล่าช้า พวกเราเคยมาร่วมชุมนุมเรียกร้องทวงเงินรับจำนำข้าวร่วมกับชาวนาทั้งวันที่ 7 มกราคม 2557 ที่ศาลากลางจังหวัดพิษณุโลก และที่สี่แยกอินโดจีน เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2557 แต่ปรากฏว่าเป็นการรวมตัวที่ไม่จริงจัง และไม่มีข้อยุติใด ๆ และไม่ได้รับการช่วยเหลืออย่างจริงจัง "พวกเราชาวนาในต.ศรีภิรมย์จึงมาคุยกันว่าจะเอาอย่างไร จึงนัดกันมาเอง ว่าจะมาเรียกร้องทวงเงินรับจำนำข้าวจากรัฐบาลที่สี่แยกอินโดจีน เป็นการชุมนุมโดยชาวนาตัวจริง แกนนำก็คือชาวนาอย่างพวกเรา ดิฉันก็เป็นชาวนา ไม่มีตำแหน่งใด ๆ ในชุมชน หมู่บ้าน ไม่มีนักการเมือง ไม่มีกำนัน ผู้ใหญ่บ้านพามา เฉพาะค่าน้ำมันก็ยังแทบค่าไม่ได้ ต้องนำเงินค่าขนม เงินที่จะให้ลูกไปเรียนมาร่วมชุมนุมกันและได้รับการบริจาคจากบรรดาร้านค้า ผู้ที่ผ่านไปมา เพราะเขาเห็นว่าเราเป็นชาวนาที่ได้รับความเดือดร้อน "นางศิรประภา กล่าว นางศิรประภา กล่าวอีกว่า พวกตนมาชุมนุมเสนอ 2 แนวทาง คือ ให้จังหวัด โดยผวจ.พิษณุโลก ช่วยเป็นธุระจัดการดำเนินการนำเงินจากรัฐบาลมาจ่ายชาวนาในโครงการรับจำนำข้าว และอีกแนวทางหนึ่ง คือ ขอข้าวที่เข้าร่วมโครงการออกมาขายสดให้กับโรงสีตันละ 9,000 บาท ซึ่ง 2 วันที่ผ่านมามีชาวนาจาก อ.พรหมพิราม อ.บางระกำ อ.วังทอง และอ.บางระกำ มาร่วมลงชื่อไว้ประมาณ 400 ราย นางศิรประภา กล่าวว่า สำหรับสาเหตุที่ยุติการชุมนุม เพราะสงสารเพื่อนเรา คือ นายชาตรี  อ่ำพูน  ที่เป็นแกนนำอีกคนหนึ่ง เป็นชาวนาในม.2 ต.ศรีภิรมย์ ที่มีความสามารถในการพูดเก่ง พวกเราจึงให้เป็นโฆษกในการชุมนุมครั้งนี้ ครอบครัวนายชาตรี ถูกกดดัน มีโทรศัพท์เข้าไปหาภรรยานายชาตรีที่บ้านที่ อ.พรหมพิราม ทั้งส่วนที่เป็นเสื้อแดงที่เป็นอดีตตำรวจ( ยศดาบตำรวจ) และนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน มีการโทรศัพท์ขอให้นายชาตรีกลับ มิเช่นนั้นจะเดือดร้อน  "วานนี้ นายชาตรีถึงกับร้องไห้ และชาวนาเราก็ร้องไห้กันหลายคน สุดท้ายเราก็ตัดสินใจยุติการชุมนุม เพราะสงสารเพื่อนเรา สำหรับดิฉันที่เป็นแกนนำการชุมนุมครั้งนี้ไม่ได้โดนข่มขู่ มีแต่เพียงสารวัตรของอ.พรหมพิรามมาคุยที่สี่แยกอินโดจีน ขอให้ยุติการชุมนุม การชุมนุมจะยุติก็ได้ แต่สารวัตรนำเงินรับจำนำข้าวมาให้เราได้หรือไม่ ก็ไม่ได้ สารวัตรคนนั้นจึงกลับไป"นางศิรประภา  กล่าว นางศิรประภา กล่าวด้วยว่า ตนนั้นไม่ได้ถูกข่มขู่ และเราก็ไม่กลัว เราตายหนเดียว แต่เราเห็นใจซึ่งกันและกัน เราเป็นชาวนาที่เดือดร้อนจริง ๆ มาเรียกร้องเงินจำนำข้าวที่เรายังไม่ได้รับ ถ้านับรวมระยะเวลาปลูก 3 เดือนครึ่ง บวกกับการเข้าร่วมโครงการรับจำนำ ก็เป็นเวลา 7-9 เดือนแล้วที่เราไม่มีเงิน พวกข้าราชการ ผู้ว่าฯ ตำรวจ นายอำเภอ ลองไม่ได้รับเงินเดือนสัก 1 เดือนจะเดือดร้อนไหม ทุกวันนี้เจ้าหนี้ทั้งร้านปุ๋ย ร้านยาก็กำลังดำเนินการฟ้องชาวนา เงินในบ้านไม่มี ไม่มีเงินให้ลูกไปเรียน ชาวนาไม่มีเงินหลายเดือน ไม่งั้นชาวนาไม่คิดค่าตัวตายหรอก  "การชุมนุมที่สี่แยกอินโดจีนเราก็คิดว่าพวกเรามาเรียกร้องกันเอง ไม่ต้องการหน่วยงานราชการ ไม่ต้องมีนักการเมือง แต่ก็ยังโดนข่มขู่ คนจนถูกเอาเปรียบขนาดไหน แม้แต่จะขอเงินคืนจากภาครัฐยังถูกข่มขู่"นางศิรประภา  กล่าว สำหรับการเจรจาโดยตัวแทนชาวนากับผวจ.พิษณุโลกเมื่อวันที่ 28 ม.ค.นั้น นางศศิประภา กล่าวว่า ยังไม่มีความชัดเจนใด ๆ สิ่งที่ชาวนาเรียกร้องคือไม่อยากเข้าร่วมโครงการรับจำนำข้าวแล้ว อยากขอข้าวคืน นำมาขายให้โรงสีในราคาตันละ 9,000 บาท แต่ก็ไม่ได้รับการรับปากจากจังหวัด ส่วนทิศทางในอนาคตนั้น ยังไม่สามารรถตอบได้ ต้องปรึกษาชาวนากันอีกครั้ง ว่าจะดำเนินการอย่างไร

ข่าวล่าสุด