ประยุทธ์ลั่นทหารวางตัวดีที่สุด ไม่เพิ่มความขัดแย้ง
24 ม.ค. 2557 | wanchat

ททบ.5 - 24 ม.ค.2557 - ประยุทธ์ลั่นทหารวางตัวดีที่สุด ไม่เพิ่มความขัดแย้ง แนะสื่อดึงตัวเองออกจากความขัดแย้ง กำชับช่อง 5 ต้องเดินหน้าสร้างสามัคคี
ข่าว
24 ม.ค. 2557 | wanchat

ททบ.5 - 24 ม.ค.2557 - ประยุทธ์ลั่นทหารวางตัวดีที่สุด ไม่เพิ่มความขัดแย้ง แนะสื่อดึงตัวเองออกจากความขัดแย้ง กำชับช่อง 5 ต้องเดินหน้าสร้างสามัคคี
ด้านมาร์คนำปชป. โผล่อวยพรสถาปนาช่อง 5 พรึ่บ ห้ามสื่อสายทหารทำข่าว อภิสิทธิ์เชื่อ ศาลตัดสินมีทางออกให้บ้านเมือง จี้ยิ่งลักษณ์ปลดล็อคสถานการณ์ หวั่นบานปลาย ชมประยุทธ์เป็นกลาง-ยืนเคียงข้างประชาชน --ททบ.5--24ม.ค.2557--เมื่อเวลา 09.00 น.ที่สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 (ททบ.5) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารททบ.5 เป็นประธานในวันคล้ายวันสถาปนาททบ.5 ครบรอบ 56 ปี โดยมีพล.ท.ชาตอุดม ติตถะสิริ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ททบ.5 ให้การต้อนรับ โดยมีคณะนายทหารระดับสูง นักธุรกิจ พ่อค้า นักแสดง เข้าแสดงความยินดีจำนวนมาก นอกจากนี้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมอดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ อาทิ คุณหญิงกัลยา โสภณพาณิชย์ นายจุติ ไกรฤกษ์ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ นายศิริโชค โสภา เข้าร่วมงานด้วย อย่างไรก็ตามทางสำนักงานเลขานุการกองทับกได้แจ้งไม่ให้ผู้สื่อข่าวสายทหารเข้าไปบันทึกภาพหรือทำข่าวแต่อย่างใด โดยในปีนี้งดการรับมอบของขวัญ และกระเช้าดอกไม้เพื่อร่วมแสดงความยินดี รวมถึงการจัดเลี้ยงรับประทานอาหารซุ้มต่างๆ แต่จะรับเป็นเงินแทน เพื่อสนับสนุนในการปฏิบัติหน้าที่ของทหารในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยพล.อ.ประยุทธ์ ได้กล่าวให้โอวาทเนื่องในวันสถาปนาททบ.5 ว่า ในฐานะกำลังพลของกองทัพขอเน้นย้ำให้การทำงานในสถานการณ์บ้านเมืองขณะนี้ว่า ให้การตระหนักว่า การทำหน้าที่สื่อมีผลกระทบต่อบ้านเมือง ดังนั้นสื่อต้องดึงตัวเองออกจากความขัดแย้ง และมองไปข้างหน้าว่าจะทำอย่างไรให้เกิดความสามัคคีขึ้นในชาติให้ได้ โดยยืนยันว่า กองทัพเป็นของชาติและประชาชน กองทัพจะวางตัวให้ดีที่สุด และไม่สามารถแสดงออกใดๆ ที่จะเป็นการเพิ่มความขัดแย้งได้ ทั้งนี้ ขอให้กำลังพลไม่แสดงตนว่า รักใครชอบใคร เพราะจะยิ่งสร้างความรู้สึกเป็นศัตรูกันมากขึ้น โดยเน้นย้ำให้กำลังพลกองทัพมีสติ รู้คิดและรู้ทำ โดยเฉพาะสื่อของกองทัพให้เน้นย้ำเรื่องการสร้างความสามัคคีในชาติให้ได้มากที่สุด เพราะจุดศูนย์กลางทั้งหมดคือ ผลประโยชน์ของชาติและประชาชน ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการเลือกตั้งล่วงหน้าในวันที่ 26 ม.ค.นี้ว่าเป็นห่วงการเลือกตั้งล่วงหน้า เพราะอาจมีความรุนแรงเกิดขึ้น แต่ขอให้รอดูคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในวันนี้ และต้องดูท่าทีของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหมจะเป็นอย่างไร แต่เชื่อว่า จะมีทางออกใหักับบ้านเมือง และผู้ที่มีอำนาจต้องทำให้ทางออกนั้นเป็นไปได้ เพราะศาลรัฐธรรมนูญชี้ได้แค่ข้อกฏหมาย กกต.ก็ทำหน้าที่ไป แต่ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องพระราชกฤษฏีกา และนายกฯจะเป็นเพียงคนเดียวที่จะปลดล๊อคและแก้ไขทุกอย่างได้ ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ได้เดินหน้าทำงานเรื่องปฏิรูปประเทศพร้อมทำข้อเสนอเพื่อให้หลายฝ่ายสนับสนุน ทั้งนี้ยอมรับว่า เป็นห่วงเรื่องความรุนแรงเพราะพวกตนเป็นเหยื่อของความรุนแรง ทั้งที่ทำการพรรคถูกยิง และถูกปาระเบิดใส่บ้านพักอดีต ส.ส.หลายคน จึงขอเรียกรัองให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ รับฟังทุกฝ่ายที่เสนอทางออก และปลดล็อคทางการเมือง ก่อนเหตุการณ์จะบานปลาย แต่เชื่อว่า ปัญหาบ้านเมืองขณะนี้ยังมีทางออก นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ส่วนการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จะซ้ำเติมสถานการณ์หรือไม่นั้น ตนไม่ทราบแนวคิดของรัฐบาลและ ศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) ว่าเป็นอย่างไร แต่หากไม่มีคำตอบทางการเมืองสถานการณ์ก็คลี่คลายยาก แต่เหตุการณ์จะคล้ายปี 2553 หรือไม่ เห็นว่า รัฐบาลโชคดีที่ผู้ชุมนุม กปปส.ไม่มีอาวุธเหมือนการชุมนุมเมื่อปี 53 ที่มีกองกำลังติดอาวุธปะปนกับผู้ชุมนุม การดูแลความปลอดภัยจึงทำได้ยาก ทั้งนี้คิดว่า ต่างชาติ เขาคงไม่เข้ามายุ่งเกี่ยวเพราะเข้าใจสถานการณ์ดี ส่วนกระแสข่าวว่า จะมีกองกำลังติดอาวุธต่างชาติเข้ามาก่อเหตุในกทม.นั้น มีอยู่บ้าง และได้รับการยืนยันว่า มีมูลมากขึ้น ส่วนปัญหาที่จะเกิดขึ้นในห้วงเวลา 60วันที่ประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินนั้น ตนยังมองไม่เห็น จะมีแต่ปัญหาของคนบริหารทั้งในเรื่องสถานที่ การออกข้อกำหนด นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงท่าทีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบกว่า ผบ.ทบ.พยายามดูแลประชาชน และทำให้กองทัพมีความเป็นกลางทางการเมืองถือเป็นบทบาทที่เหมาะสม และมั่นใจว่า ผบ.ทบ.จะยืนเคียงข้างประชาชน เพราะท่านยืนยันอย่างหนักแน่น และดูจากการทำหน้าที่ในช่วงที่ผ่านมา ที่เข้าไปดูแลนักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแห่งช่วงที่เกิดเหตุ การส่งกำลังพล ไปดูแลรักษาความปลอดภัยให้ประชาชนแต่หากสถานการณ์รุนแรงมากขึ้นกองทัพก็ควรเพิ่มบทบาทให้มากขึ้นเช่นกัน