เนชั่นทีวี

ข่าว

ฆ่ารัดคอชิงทรัพย์แม่บ้าน บ.รถไฟดนตรี

21 ม.ค. 2557 | wanchat

ฆ่ารัดคอชิงทรัพย์แม่บ้าน บ.รถไฟดนตรี

สน.หัวหมาก 21 มกราคม - เกิดเหตุฆ่ารัดคอแม่บ้าน เสียชีวิตภายในห้องพัก บ.รถไฟดนตรี เขตสวนหลวง กทม.

สน.หัวหมาก --- เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 21 มกราคม ร.ต.ท.พศิษฐ์ กิติสาร พนักงานสอบสวน สน.หัวหมาก รับแจ้งมีหญิงถูกฆ่ารัดคอเสียชีวิตภายในห้องพัก บ.รถไฟดนตรี เลขที่ 186 ซ.สมานมิตร ถ.รามคำแหง ซ.4 แขวงและเขตสวนหลวง กทม.จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบแล้วรุดตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พ.ต.อ.สาโรช ซุ่นทรัพย์ รองผบก.น.4 พ.ต.อ.วัชรพงศ์ ดำรงค์ศรี รองผบก.น.4 พ.ต.อ.สง่า กรรภิรมย์ ผกก.สส.บก.น.4 พ.ต.อ.ณรงค์ฤทธิ์ พรหมสวัสดิ์ ผกก.สน.หัวหมาก พ.ต.ท.โสภณ ยานธรรม รองผกก.สส.สน.หัวหมาก เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนสน.หัวหมาก เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน(พฐ.) แพทย์นิติเวช รพ.ตำรวจ และเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู ที่เกิดเหตุเป็นห้องพักด้านหลังบริษัท พบศพ น.ส.ประยูร คิดรอบ อายุ 52 ปี เสียชีวิตสภาพนอนหงายขวางประตู สวมเสื้อยืดแขนกุดสีดำ กางเกงขาสั้นสีน้ำตาล ที่บริเวณลำคอมีสายไฟปั๊กสามตารัดอยู่ เป็นสายไฟยาวขนาด 4.50 ม. ภายในห้องมีร่องรอยถูกรื้อค้นทรัพย์สินกระจัดกระจาย เจ้าหน้าที่จึงเก็บร่องรอยนิ้วมือแฝงไว้เป็นหลักฐาน โดยแพทย์สันนิษฐานว่าน่าจะเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 8-12 ชั่วโมง เสียชีวิตเนื่องจากขาดอากาศหายใจจากการถูกรัดคอ ที่บริเวณลำคอมีรอยเล็บจิก น่าจะเกิดจากผู้ตายพยายามยื้อดึงสายไฟที่รัดคอออกขณะถูกก่อเหตุ มีญาติเดินทางมาดูศพด้วยความเศร้าเสียใจ จากการสอบถามน.ส.ประหยัด คิดรอบ อายุ 54 ปี พี่สาวผู้ตาย กล่าวว่า ตนกับผู้ตายทำงานเป็นแม่บ้านอยู่ บ.รถไฟดนตรีมากว่า 20 ปีแล้ว แต่ตนไม่ได้พักที่บริษัท มีเพียงผู้ตายพักอยู่เพียงลำพัง ซึ่งผู้ตายมีหน้าที่เปิดปิดไฟ รวมทั้งประตูห้องทำงานต่างๆของบริษัทในเวลาเปิดและปิดทำการของบริษัท โดยเมื่อคืนที่ผ่านมามีการจัดรายการวิทยุอยู่ที่ห้องส่งภายในบริษัท จบรายการประมาณ 21.00 น. ประตูรั้วบริษัทก็จะถูกล็อกกุญแจ แต่เมื่อเช้าขณะที่ตนกับพนักงานคนอื่นๆมาทำงานเวลาประมาณ 08.00 น. ซึ่งส่วนใหญ่จะเริ่มทำงานกันเวลา 09.00 น. แต่ก็จะมาตอกบัตรก่อนเวลา แต่ปรากฏว่าไฟด้านนอกยังไม่ได้ปิด ประตูห้องต่างๆก็ยังปิดล็อกอยู่ “เมื่อเห็นว่าไฟยังไม่ปิด ประตูยังไม่เปิดซึ่งปกติน้องสาวจะจัดการเรียบร้อยแล้ว จึงเอะใจกลัวจะเป็นอะไร ก็พากันร้องเรียก แต่ไม่มีเสียงตอบรับ มาเรียกที่หน้าห้องก็เงียบ แต่ดูที่ประตูถูกแม่กุญแจล็อกจากด้านนอก ซึ่งผิดปกติเพราะแม่กุญแจที่ล็อกมีลักษณะเล็กกว่าของน้องสาวที่ใช้ล็อกเป็นประจำ จึงให้พนักงานผู้ชายมาช่วยพังประตูเข้าไป เมื่อเปิดประตูได้ก็เห็นน้องสาวนอนนิ่งขวางประตู มีสายไฟพันที่คอ ฉันเข่าอ่อนมั่นใจว่าน้องสาวเสียแล้ว จึงรีบโทรแจ้งตำรวจ” น.ส.ประหยัดกล่าวทั้งน้ำตา ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบถามบรรดาญาติและลูกสาวของผู้ตายต่างยืนยันว่าผู้ตายมีทรัพย์สินเป็นทองคำหลายรายการที่เก็บสะสมไว้ และจะใส่เฉพาะเวลาไปงานบุญต่างๆ โดยผู้มีสร้อยคอทองคำ 2 เส้น หนักเส้นละ 2 บาท กับ 3 บาท มีพระเลี่ยมทองหนัก 1 สลึง 2 องค์ เป็นพระหลวงปู่ทวด กับพระสมเด็จ แขวนกับสร้อยคอองค์ละเส้น นอกจากนี้ยังมีสร้อยข้อมือหนัก 2 บาท 1 เส้น แหวนทองคำ 2 วง หนักวงละ 50 สต.และโทรศัพท์มือถือยี่ห้อไอโมบายที่เป็นรายการทรัพย์สินที่หายไป ด้านพ.ต.ท.โสภณ กล่าวว่า จากการสอบถามพยานและตรวจสอบที่เกิดเหตุเชื่อว่าเป็นการฆ่าชิงทรัพย์ และผู้ที่ก่อเหตุน่าจะเป็นคนที่รู้จักกับผู้ตาย เพราะเข้ามาหาผู้ตายได้ถึงห้องนอน และรู้ว่าผู้ตายมีทรัพย์สินมาก โดยผู้ตายมักจะเก็บสะสมทองคำรูปพรรณ เวลาราคาทองลดก็จะซื้อเป็นประจำ และสามีผู้ตายไปทำงานอยู่ต่างประเทสก็จะส่งเงินมาให้เป็นประจำ ขณะเดียวกันจากการสอบสวนพยานมีผู้ต้องสงสัยเป็นหญิง 1 รายที่รู้จักกับผู้ตายทำงานเป็นแม่บ้านอีกบริษัท ห่างไปอีกซอยจากบริษัทที่เกิดเหตุ ทราบชื่อว่าไอซ์ เคยยืมเงินผู้ตายแต่ไม่ทราบจำนวน และยังไม่คืนเงิน ก่อนจะห่างหายไม่ได้พูดจากันได้สักพัก พ.ต.ท.โสภณ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้พยานยังระบุว่าเมื่อคืนที่ผ่านมาเวลาประมาณ 20.00 น.เศษๆ เห็นผู้ตายไปกินส้มตำอยู่ที่ร้านส้มตำใกล้ๆกับบริษัท และช่วงสายเวลา 09.20 น.มีคนที่รู้ว่าน.ส.ประยูรเสียชีวิต จึงโทรไปแจ้งข่าวให้คนชื่อไอซ์ทราบ ต่อมาเวลา 10.00 น. คนชื่อไอซ์ก็โทรศัพท์กลับมาหาเพื่อนผู้ตายในบริษัท ก่อนบอกว่าทราบข่าวการเสียชีวิตของน.ส.ประยูรแล้ว เพื่อนของผู้ตายก็ถามกลับไปยังคนชื่อไอซ์ว่าได้พูดคุยกันกับผู้ตายหรือไม่ คนชื่อไอซ์ก็ตอบว่าไม่เลย และทราบว่าคนชื่อไอซ์ได้พาลูกเดินทางกลับต่างจังหวัดตั้งแต่เวลาประมาณ 01.00 น.แล้ว ทั้งที่ไม่น่าจะมีเหตุจำเป็นอะไรต้องเร่งรีบเดินทางกลับบ้าน และก็มีเหตุประจวบเหมาะกับน.ส.ประยูรถูกฆ่าชิงทรัพย์ ดังนั้นหญิงคนชื่อไอซ์จึงตกเป็นผู้ต้องสงสัย ส่วนโทรศัพน์ของผู้ตายที่หายไปในตอนแรกช่วงประมาณ 09.00 น.ยังสามารถโทรติดต่อได้ หลังจากนั้นก็ถูกปิดเครื่องติดต่อไม่ได้อีก ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า บริษัทรถไฟดนตรี เป็นบริษัทค่ายเพลงที่ปั้นนักร้องแนวเพื่อชีวิตมีชื่อเสียงโด่งดังมากมาย ตั้งแต่น้าหมูพงษ์เทพ กระโดนชำนาญ ปู พงษ์สิทธิ์ คำภีร์ หนูมิเตอร์ และเดวิด อินทรี ฯลฯด้านหน้าและในบริษัทรถไฟดนตรีไม่ได้ติดตั้งกล้องวงจรปิด และด้านหน้าประตูทางเข้าก็ไม่มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ขระเดียวกันเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนทั้งของสน.หัวหมากและของ บก.น.4 ได้ลงพื้นที่สืบหาพยานแวดล้อม และกล้องวงจรปิดในพื้นที่ใกล้เคียงเพื่อหาเบาะแสและพิรุธคนร้าย รวมทั้งมีชุดสืบสวนอีกชุดติดตามตัวผู้หญิงชื่อไอซ์ นอกจากนี้ยังให้ฝ่ายสืบสวนอีกชุดแกะรอยพิกัดโทรศัพท์มือถือของผู้ตายที่หายไปด้วย ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า เพื่อนร่วมงานรวมทั้งเจ้านายของผู้ตายยังระบุด้วยว่าผู้ตายเป็นคนดี ศิลปินดังๆเคยผ่านการเสิร์ฟน้ำเสิร์ฟกาแฟมาหมด และถือว่าผู้ตายจะสนิทรู้ใจน้าหมูพงษ์เทพ กระโดนชำนาญที่สุด ทุกครั้งที่มาจะให้ผู้ตายชงกาแฟให้ประจำ

ข่าวล่าสุด