ส่งชุดสืบลงพื้นที่ เร่งล่ามือปาบึ้มอนุสาวรีย์ชัยฯ
21 ม.ค. 2557 | wanchat

ตำรวจนครบาล เรียกประชุมพนักงานสอบสวน เพื่อคลี่คลายคดีคนร้ายปาระเบิดบริเวณอนุสาวรีย์ชัยฯ พร้อมลงพื้นที่ติดตามคนร้ายตามภาพวงจรปิด
ข่าว
21 ม.ค. 2557 | wanchat

ตำรวจนครบาล เรียกประชุมพนักงานสอบสวน เพื่อคลี่คลายคดีคนร้ายปาระเบิดบริเวณอนุสาวรีย์ชัยฯ พร้อมลงพื้นที่ติดตามคนร้ายตามภาพวงจรปิด
เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 21 ม.ค.ที่ สน.พญาไท พล.ต.ต.วิชาญญ์วัชร์ บริรักษ์กุล ผบก.น.1 พ.ต.อ.ทรงพล วัธนะชัย รอง ผบก.น.1 พ.ต.อ.สมาน รอดกำเนิด ผกก.สน.พญาไท ได้เรียกประชุมพนักงานสอบสวน เพื่อคลี่คลายคดีคนร้ายปาระเบิดบริเวณอนุสาวรีย์ชัยฯ และคดีที่รถยนต์แหกด่านตรวจของการ์ดกลุ่ม กปปส. เวทีอนุสารีย์ชัยสมรภูมิ ก่อนมีการยิงกันเกิดขึ้นเมื่อคืนที่ผ่านมา โดยใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง พล.ต.ต.วิชาญญ์วัชร์ เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า กรณีติดตามจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุปาระเบิดที่อนุสาวรีย์ฯ ขณะนี้ฝ่ายสืบสวนกำลังลงพื้นที่ติดตามคนร้ายตามภาพวงจรปิดอยู่ แต่ยังไม่ทราบว่าเป็นใคร เนื่องจากยังไม่มีเบาะแสและยังไม่มีใครเข้ามาให้เบาะแส ส่วนเรื่องรายละเอียดทางคดีคงต้องขอปิดเป็นความลับไม่สามารถเปิดเผยได้ หากใครมีเบาะแสหรือรู้จักบุุคคลในภาพวงจรปิดสามารถแจ้งมาที่เจ้าหน้าที่ได้ตลอดเวลา ส่วนคนร้ายรายนี้จะเป็นมือที่สามมาก่อเหตุเพื่อหวังสร้างสถานการณ์หรือไม่นั้นตอนนี้ยังไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นกลุ่มใด ตราบใดที่ยังจับคนร้ายไม่ได้ก็อย่าไประบุว่าเป็นใครหรือฝ่ายใด ส่วนหมวกและเสื้อที่พบหลังก่อเหตุนั้นได้ส่งไปให้เจ้าหน้าที่ตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอแล้ว พล.ต.ต.วิชาญญ์วัชร์ กล่าวอีกว่า สำหรับคดีที่มีรถเก๋งยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซีวิค สีดำ ทะเบียนกฉ-5906 ตรัง ขับเข้าบริเวณด่านรักษาความปลอดภัยของผู้ชุมนุมที่อนุเสาวรีย์ชัยฯ ก่อนจะมีการกราดยิงกันนั้น โดยในที่เกิดเหตุการ์ด กปปส.สามารถควบคุมตัวผู้ที่โดยสารมากับรถคันดังกล่าวได้ เป็นหญิงสาว 1 ราย ทราบชื่อคือ น.ส.อรวรรณ จาบกัน อายุ 26 ปี ส่วนอีก 2 รายเป็นชายสามารถหลบหนีไปได้ จากการสอบสวน น.ส.อรวรรณ ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ น.ส.อรวรรณ ได้รับว่าจ้างจากบุคคลมีชื่อใน จ.กาญจนบุรี เป็นเงิน 5,000 บาท ให้ขับรถคันดังกล่าวมาส่งให้กับลูกค้าย่านสะพานควาย ต่อมาลูกค้าให้ขับรถไปรับเพื่อนที่ซอยเพชรบุรี 12 ก่อนจะเดินทางกลับไป จ.นครปฐม แต่ด้วยความไม่ชินทางจึงใช้เครื่อง GPS นำทางขับเข้าถนนพญาไท มุ่งหน้ามาทางอนุสาวรีย์ชัยจนกระทั่งเจอด่านตำรวจของเจ้าหน้าที่ตำรวจบริเวณโรงพยาบาลโรคไต ด้วยความตกใจประกอบกับรถที่ขับมาเป็นรถรับจำนำอย่างผิดกฎหมาย จึงแหกด่านของเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปที่อนุสาวรีย์ชัย แต่ไปเจอด่านตรวจรักษาความปลอดภัยของกลุ่มผู้ชุมนุมจึงไม่สามารถเลี้ยวซ้ายเพื่อมุ่งหน้าไปสะพานซังฮี้ได้ จึงเลี้ยวขวาวนอนุสาวรีย์ชัยไป ก่อนจะไปเจออีกด่านของกลุ่มผู้ชุมนุมอีกจุดที่บริเวณร้านก๋วยเตี๋ยว จากนั้นก็มีการยิงกันเกิดขึ้น โดยกระสุนปืนโดนเข้าที่แผ่นป้ายทะเบียน 1 นัด และแก้มหลังขวาอีก 1 นัด ยังไม่ทราบขนาดของกระสุนปืน จากนั้นชาย 2 คน ได้ทิ้งรถแล้วหลบหนีไป ส่วน น.ส.อรวรรณ หลบหนีไม่ทันถูกควบคุมตัวไว้ได้ พล.ต.ต.วิชาญญ์วัชร์ กล่าวต่ออีกว่า ตอนนี้ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่ากระสุนปืนถูกยิงมาจากในรถหรือถูกยิงมาจากทิศทางใด ต้องรอการตรวจหาวิถีกระสุนจาก พฐ. ส่วน น.ส.อรวรรณ จากการตรวจปัสสาวะพบว่ามีปัสสาวะเป็นสีม่วง สอบถามเจ้าตัวก็รับสารภาพว่าเพิ่งเสพยาเสพติดมา ส่วนสาเหตุที่วนรถเข้าไปอนุสาวรีย์ชัยนั้น อ้างว่าดูเส้นทางตามที่จีพีเอสระบุไว้แล้วหลงทาง สำหรับเหตุการยิงกันนั้น น.ส.อรวรรณ อ้างว่า ชายในรถทั้ง 2 คนตัวเองไม่รู้จักและไม่มีอาวุธปืนแต่อย่างใด ส่วนรถคันดังกล่าวตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นของ นายคอหมาด แสงลำฟ้า ชาว จ.ตรัง เป็นรถที่เจ้าของเอามาจำนำไว้แล้วขาดส่ง ผู้รับจำนำจึงได้นำไปขายต่อ ซึ่งจากการตรวจค้นรถเบื้องต้นยังไม่พบอะไรผิดปกติ แต่ต้องให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานตรวจค้นรถอย่างละเอียดอีกครั้งเสียก่อน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหา น.ส.อรวรรณ ว่าเสพยาเวพติดให้โทษ ก่อนส่งตัวดำเนินคดีต่อไป พล.ต.ต.วิชาญญ์วัชร์ กล่าวเปิดเผยถึงมาตรการการรักษาความปลอดภัยบริเวณพื้นที่การชุมนุมเวทีอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ได้มีการเพิ่มกำลังตำรวจอีกกว่า 20 นาย ลงพื้นที่ 4 จุด เพื่อร่วมรักษาความปลอดภัยกับการ์ดของผู้ชุมนุม โดยตำรวจทุกนายจะแต่งกายเต็มยศ เพื่อความสบายใจในการทำงานร่วมกัน นอกจากนี้ ยังได้มอบนโยบายให้ตำรวจพยายามทำความเข้าใจกับมวลชน และใช้ความอดทนอดกลั้นในการปฏิบัติหน้าที่