ไม่ได้เงินจำนำข้าว ชาวนาแห่พึ่งโรงตึ้งแก้ขัด
20 ม.ค. 2557 | wanchat

เกษตรกรแห่นำสิ่งของมีค่า ทั้งทองและผ้าไหม มาใช้บริการโรงรับจำนำวันละ กว่า 500 ราย เพื่อนำเงินไปใช้จ่ายในครัวเรือนช ำระหนี้ทั้งในและนอกระบบ หลังไม่ได้รับเงินจำนำข้าว
ข่าว
20 ม.ค. 2557 | wanchat

เกษตรกรแห่นำสิ่งของมีค่า ทั้งทองและผ้าไหม มาใช้บริการโรงรับจำนำวันละ กว่า 500 ราย เพื่อนำเงินไปใช้จ่ายในครัวเรือนช ำระหนี้ทั้งในและนอกระบบ หลังไม่ได้รับเงินจำนำข้าว
ขณะโรงจำนำต้องใช้เงินหมุนเวียนให้บริการวันละประมาณ 10 ล้าน วันนี้ (20 ม.ค. 57) ผู้สื่อข่าวรายงาน ที่สถานธนานุบาลเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ มีประชาชนแห่ไปใช้บริการมากเป็นพิเศษ ซึ่งเมื่อสอบถามพบว่าเป็นเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากที่ไม่ได้รับจำนำข้าว ทำให้เกิดสภาพคล่อง จึงพากันนำเอาทรัพย์สินมีค่า ทองคำรูปพรรณ ผ้าไหม มาจำนำเพื่อนำเงินไปใช้จ่ายในครอบครัวและชำระหนี้สินที่เกิดจากการกู้ยืมมาลงทุนทำนา ทั้งค่าจ้างและซื้อปัจจัยการผลิต ทั้งหนี้ในและนอกระบบ วันละประมาณ 400-500 ราย เพิ่มขึ้นจากปกติเกือบเท่าตัวทำให้โรงรับจำนำต้องใช้เงินหมุนเวียนในการรับจำนำไถ่ถอนวันละประมาณ 10 ล้านบาท ซึ่งปกติมีประชาชนมาใช้บริการวันละ 200-300 ราย เท่านั้น ระยะนี้ต้องเตรียมเงินสดไว้รองรับการให้บริการกว่า 50 ล้านบาท มีผู้มาใช้บริการบางราย บอกว่า ที่นำสิ่งมีค่ามาจำนำในครั้งนี้ เพราะไม่มีเงินใช้จ่ายในครัวเรือนและใช้หนี้สินเนื่องจากยังไม่ได้รับเงินจากโครงการรับจำนำข้าวฯ ที่รัฐผัดผ่อนมานานร่วม2 เดือนแล้ว จึงเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งนำเงินมาจ่ายให้เกษตรกรโดยเร็วด้วย เพราะขณะนี้เกษตรกรต่างก็ได้รับความเดือดร้อนกันจำนวนมาก นายประเสริฐ สันคำ ผู้ช่วยผู้จัดการสถานธนานุบาลเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ ระบุว่าจากสถิติการให้บริการของโรงรับจำนำของทุกปีในช่วงเดือนพฤศจิกายน ถึงเดือนกุมภาพันธ์ จะเป็นช่วงเกษตรกรขายข้าวแล้วนำเงินมาไถ่ถอนทรัพย์สินที่นำมาฝากไว้ในช่วงต้นฤดูทำนา แต่ปีนี้เกษตรกรกลับนำสิ่งของมีค่ามาจำนำมากกว่า อาจสืบเนื่องมาจากเกษตรกรยังไม่ได้รับเงินจากการขายข้าวแบบประทวนในโครงการรับจำนำ จึงทำให้ได้รับความเดือดร้อนจึงแก้ปัญหาด้วยการนำสิ่งของมีค่ามาฝากไว้