นายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง กับสมาชิกและผู้เกี่ยวข้องกับพรรคประชาธิปัตย์ และการชุมนุมของกลุ่มคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทย ให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ที่ล่าสุดเกิดขึ้นกับขบวนของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ที่ถูกคนร้ายโยนระเบิดเข้าใส่ ในระหว่างการเดินขบวนเชิญชวนประชาชนให้เข้าร่วมชุมนุม บริเวณ ถ.บรรทัดทอง เขตปทุมวันว่า ตนขอตั้งขอสังเกตว่า คดีความรุนแรงที่เกิดขึ้นดังกล่าว ทางตำรวจจะไม่สามารถและไม่ดำเนินการหาคนผิดมาลงโทษ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เช่น กรณีเหตุการณ์ความรุนแรงที่สนามกีฬา ไทยญี่ปุ่นดินแดง ซึ่งมีการใส่ร้ายว่าเป็นคนขับรถของตน แต่สุดท้ายก็ทราบว่าไม่ใช่ แต่มีภาพปรากฏชัดในกล้องวงจรปิด ก็ไม่ได้จับกุมผู้กระทำความผิด และกรณีที่บ้านหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รวมทั้งวังสวนผักกาด ของมรว.สุขุมพันธ์ บริพัตร ผู้ว่ากทม. และยังเกิดกับที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ ก็พบผู้กระทำความผิดในกล้องวงจร ในหลาย ๆ กรณีคนใช้รถโตโยต้า คัมรี่ ขอสังเกตว่า เป็นรถที่ใช้ในงานของตำรวจเอง ทั้งหมด ควรที่จะมีการสืบสวนสอบสวน และหาคนผิดมาลงโทษเช่นเดียวกับการกระทำความผิดที่เกี่ยวข้องกับคนในรัฐบาล คนของพรรคเพื่อไทย และคนเสื้อแดง ที่มีการจับกุมได้อย่างรวดเร็ว ถึงแม้ว่าจะได้ตัวผู้ต้องหาจริงหรือไม่ ก็ควรที่จะต้องมีการแถลง ส่วนกรณีที่ความผิดหรือความรุนแรงที่มีคนคาดเดาว่าอาจจะเกิดจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ เอง ไม่ใช่มือที่ 3 เราก็จะพบว่า ไม่มีการดำเนินการที่จะสืบสวนสอบสวน เพื่อหาคนรับผิดชอบ ผมเห็นว่า ควรจะเป็น พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี ที่ต้องรับผิดชอบ ซึ่งตนอาจจะต้องไปพบ ผบ.ตร. เพื่อสอบถามว่าพยานหลักฐานของตำรวจกับที่พรรคนั้น วิชาชีพตำรวจในการสืบสวนสอบสวนขยายผลตำรวจได้ทำอะไรบ้าง และหากไม่กระตือรือร้น หรือไม่ดำเนินการหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หากพบหลักฐานที่ชัดเจนว่า มีหลักฐานแล้วไม่ยอมตั้งข้อหา ไม่ขยายผลหรือพยายามสกัดกั้น ในการสรุปว่าเป็นการกระทำของใคร นายสาธิต กล่าว