กัมพูชาละเมิดข้อตกลงไทย ปิดช่องสะงำ
16 ม.ค. 2557 | wanchat

ศรีสะเกษ - ทหารไทยนำกำลังปิดด่านช่องสะงำ ศรีสะเกษ เนื่องจากกัมพูชาละเมิดข้อตกลง ปรับปรุงพื้นที่ข้อพิพาท ทำลานปูนซึ่งเป็นสิ่งปลูกสร้างถาวร เร่งเจรจาให้รื้อถอน
ข่าว
16 ม.ค. 2557 | wanchat

ศรีสะเกษ - ทหารไทยนำกำลังปิดด่านช่องสะงำ ศรีสะเกษ เนื่องจากกัมพูชาละเมิดข้อตกลง ปรับปรุงพื้นที่ข้อพิพาท ทำลานปูนซึ่งเป็นสิ่งปลูกสร้างถาวร เร่งเจรจาให้รื้อถอน
เมื่อวันที่ 16 มกราคม ที่ จุดผ่านแดนถาวรช่องสะงำ ชายแดนไทย - กัมพูชา ตำบลไพรพัฒนา อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ ได้เกิดเหตุความตึงเครียดขึ้น ระหว่างไทยกับกัมพูชา เนื่องจากทางฝ่ายกัมพูชา ได้มีการก่อสร้างพื้นซีเมนต์คอนกรีตในบริเวณพื้นที่พิพาท ขนาด 2 คูณ 4 เมตร หนาประมาณ 5 นิ้ว ซึ่งส่งผลให้ทางฝ่ายความมั่นคงของไทยไม่พอใจ เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีข้อตกลงร่วมกันในการห้ามสร้างสิ่งปลูกสร้างแบบแน่นหนาถาวรในบริเวณชายแดน ตราบใดที่ยังไม่มีการปักปันเขตแดนอย่างชัดเจนเป็นที่ยอมรับของทั้งสองฝ่าย พ.ท.ชนุดม ปรีวัน รอง ผบ.ฉก.ทพ.23 ผู้รับผิดชอบดูแลอยู่ยังจุดผ่านแดนช่องสะงำ ไทย - กัมพูชา ได้นำกำลังทหารจำนวนหนึ่ง มาตั้งด่านตรวจเข้ม และประกาศปิดด่าน ซึ่งก่อนหน้านี้ไทยเคยถูกฟ้องประท้วงโดยการปิดด่านของทหารกัมพูชา มาแล้วรอบหนึ่ง เนื่องจากได้มีการขนย้ายตู้คอนเทนเนอร์ เข้ามาตั้งใกล้กับชายแดน เพื่อที่จะใช้เป็นสำนักงานชั่วคราวของหน่วยงานที่มาคอยอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวที่จะผ่านด่านเข้าออกระหว่างแดน กัมพูชาอ้างว่าเป็นพื้นที่ที่ยังไม่มีการปักปันเขตแดน ตามข้อตกลงระหว่างประเทศ ห้ามสร้างสิ่งปลูกสร้างถาวรใดใด ฝั่งไทยก็แจ้งว่า ตู้คอนเทนเนอร์ไม่ใช้สิ่งปลูกสร้างถาวร สามารถยกไปมาได้ตลอด ถือเป็นแบบตั้งชั่วคราว แต่ฝ่ายทหารกัมพูชา ก็ไม่ยอมจนไทยต้องยกออกไป แต่วันนี้กัมพูชา มาทำผิดเองทหารไทยจึงไม่ยอม และทำการปิดด่าน ห้ามผู้คนเดินทางเข้าออก จนกว่ากัมพูชา จะรื้อถนนคอนกรีตนี้ออกไป โดยได้ประกาศปิดด่านนับตั้งแต่ค่ำวันที่ 15 ม.ค.57 เพื่อกดดันให้รื้อถอนพื้นซีเมนต์ดังกล่าวออกโดยมีการห้ามรถทุกชนิดผ่านเข้าออก ขณะที่ยังมีนักท่องเที่ยวส่วนหนึ่ง ยังตกค้างอยู่ยังฝั่งประเทศกัมพูชา ทหารให้เดินข้ามออกมา แต่ไม่ยอมที่จะให้รถทุกชนิดผ่าน จนมาถึงวันนี้ กัมพูชา ยังไม่ได้รื้อถนนปูนออกไป ทหารไทยจึงประกาศปิดด่านอย่างถาวร จนกว่ากัมพูชา จะยอมทำตามข้อตกลงระหว่างประเทศ นายประทีป กีรติเรขา ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ได้รับรายงานจากฝ่ายทหาร และเจ้าหน้าที่ด่านชายแดนช่องสะงำ จึงได้เรียกประชุมเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องในช่วงช้าวันที่ 16 ม.ค.และได้มอบหมายให้ นายสุริยะ อมรโรจน์วรวุฒิ รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เดินทางไปร่วมประชุมหารือ ในช่วงบ่ายเพื่อหาทางออกร่วมกันกับฝ่ายกัมพูชา เชื่อว่าน่าจะตกลงกันได้ และยอมทำตามข้อตกลงในการเปิดจุดผ่านแดนช่องสะงำเดิมทุกประการ เพราะไม่เช่นนั้น ไทยก็จะต้องปิดด่าน และอาจจะห้ามทั้งคน ทั้งรถทุกชนิดผ่านเข้าออก เช่นเดียวกับที่กัมพูชา เคยปฎิบัติกับไทยมาก่อน