เมื่อแบรนด์ต้องเผชิญกับสภาวะยอดขายชะลอตัวและการแข่งขันที่รุมเร้ารอบทิศทาง คณะกรรมการบริหารจึงต้องงัดไพ่ใบสำคัญ ด้วยการดึงตัว ไฮดี โอนีลล์ (Heidi O’Neill) อดีตผู้บริหารระดับสูงจากแบรนด์เบอร์หนึ่งอย่าง Nike เข้ามากุมบังเหียนในฐานะซีอีโอ
Nation STORY ชวนถอดบทเรียนกรณีศึกษาการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญนี้ ที่สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายระดับหินของแบรนด์ใหญ่ เมื่อต้องเผชิญกับพายุแห่งความเปลี่ยนแปลง
🔵 [วิกฤตศรัทธา: เมื่อบริษัทต้องการ 'Turnaround' แต่ได้ซีอีโอสาย 'Growth']
การแต่งตั้งผู้บริหารที่คร่ำหวอดในวงการมากว่า 3 ทศวรรษ และมีส่วนสำคัญในการปั้นรายได้ให้ Nike ทะยานสู่ระดับ 4.5 หมื่นล้านดอลลาร์ ดูผิวเผินควรจะเป็นข่าวดี ทว่าปฏิกิริยาของตลาดทุนกลับสะท้อนภาพที่แตกต่าง หุ้นของ Lululemon ร่วงลงอย่างหนักทันทีหลังการประกาศชื่อแม่ทัพคนใหม่
ต้นตอของความกังวลมาจากมุมมองของนักลงทุนและนักวิเคราะห์ที่ประเมินว่า ช่วงเวลาที่โอนีลล์บริหารงานอยู่ที่ Nike นั้น แบรนด์ก็เผชิญกับบาดแผลที่คล้ายคลึงกัน ทั้งสภาวะสินค้าหมดความสดใหม่ (Brand Fatigue) และปัญหาการจัดการซัพพลายเชน