🔵 [งบ 7,800 ล้าน กับโจทย์เรื่อง “ความคุ้มค่า”]
เมื่อกางตัวเลขงบประมาณปี 2569 สำหรับการเลือกตั้งและทำประชามติ ซึ่งสูงถึง 7,800 ล้านบาท ทำให้เกิดข้อสังเกตเรื่องการบริหารจัดการงบประมาณ
การลงทุนในสินทรัพย์ถาวร ญี่ปุ่นเลือกใช้อุปกรณ์ที่มีมาตรฐานและทนทาน เช่น หีบบัตรโลหะ ที่ปิดสนิทแข็งแรง และ คูหาเลือกตั้งแบบโต๊ะกั้นมาตรฐาน ซึ่งสามารถใช้ซ้ำได้ยาวนานนับสิบปี เป็นการลงทุนครั้งเดียวที่คุ้มค่าในระยะยาว
ตัดภาพมาที่ประเทศไทย ยังคงรูปแบบการใช้วัสดุที่เน้นความสะดวกในการจัดเก็บแต่อายุการใช้งานสั้น เช่น หีบบัตรพลาสติก ที่เสี่ยงต่อการแตกหัก และ คูหาฟิวเจอร์บอร์ด ที่ต้องมีการจัดซื้อทดแทนอยู่บ่อยครั้ง ประเด็นนี้ชวนให้คิดว่า หากนำงบประมาณส่วนนี้ไปลงทุนกับอุปกรณ์ถาวร จะช่วยลดต้นทุนระยะยาวและสร้างภาพลักษณ์ที่น่าเชื่อถือขึ้นได้หรือไม่?
🔵 [จาก “ตะกร้าพลาสติก” ถึง “เครื่องนับคะแนน” : มาตรฐานที่แตกต่าง]
ขั้นตอนการนับคะแนนและการบริหารจัดการหน้างาน เป็นอีกจุดที่สะท้อนถึงวัฒนธรรมองค์กร
ความแม่นยำและเทคโนโลยี: ญี่ปุ่นมีการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในบางขั้นตอน เช่น เครื่องคัดแยกบัตร เพื่อลดความผิดพลาดจากมนุษย์ (Human Error)
อุปกรณ์หน้างานของไทย: ภาพของ “ตะกร้าพลาสติก” ที่ถูกนำมาใช้แยกบัตรเลือกตั้ง และกระบวนการนับคะแนนด้วยมือท่ามกลางความล้าของเจ้าหน้าที่ แม้จะสะท้อนความเรียบง่าย แต่ในมุมมองของความเป็นสากล อาจถูกตั้งข้อสังเกตเรื่องความสง่างามและความเป็นมืออาชีพของพิธีกรรมประชาธิปไตยระดับชาติ