svasdssvasds
เนชั่นทีวี

Nation Story

STORY : Nucleus IVF+ เครื่องมือคัดเลือก "พันธุ์มนุษย์สมบูรณ์แบบ"

01 ก.พ. 2569

ฝันร้ายหรือโลกใหม่? เมื่อเทคโนโลยีการคัดเลือก "ลูกที่สมบูรณ์แบบที่สุด" ที่เคยเห็นแต่ในภาพยนตร์ไซ-ไฟ (Science Fiction) กำลังเกิดขึ้นจริง "Nucleus Genomics" สตาร์ทอัพไบโอเทค เปิดตัวเครื่องมือคัดสรรพันธุกรรม ให้คู่รักเลือกทารกที่ดีที่สุด และ "กำจัด" ส่วนที่เหลือทิ้ง

🔵 ["Pick your baby" เมื่อการมีลูก...เลือกได้เหมือนเมนูอาหาร]
คำชวนเชื่อที่ว่า "เลือกทารกของคุณ" (Pick your baby) ไม่ใช่สโลแกนขายตุ๊กตาหรือเกม "The Sims" อีกต่อไป แต่นี่คือแคมเปญการตลาดของจริงบนเว็บไซต์ www.pickyourbaby.com จากบริษัท Nucleus Genomics

บริการนี้เรียกว่า "Nucleus IVF+" ซึ่งเป็นเทคโนโลยีผสมเทียมที่ยกระดับไปอีกขั้น ด้วยการตรวจวิเคราะห์ทางพันธุกรรมขั้นสูง (Advanced Genetic Diagnostics) โดยใช้ คะแนนความเสี่ยงทางพันธุกรรม (Polygenic Risk Scores) มาช่วยวิเคราะห์โอกาสการเกิดโรคและลักษณะต่างๆ ของตัวอ่อน

เมื่อคู่รักลงทะเบียนใช้บริการ พวกเขาจะได้รับ "เมนูอิเล็กทรอนิกส์" ที่แสดงผลตัวอ่อนให้เลือกมากถึง 20 คน โดยระบบจะแสดงรายละเอียดราวกำลังเลือกตัวละครในเกม ได้แก่
🔺เพศของทารก
🔺สีผมและสีตาที่คาดหวัง
🔺การคาดการณ์ส่วนสูง
🔺ระดับสติปัญญา (IQ)
🔺ความเสี่ยงต่อโรคต่างๆ
โดยระบบจะระบุคำเตือนไว้ว่า "เป็นเพียงการคาดการณ์เท่านั้น ไม่สามารถรับประกันได้" แต่เป้าหมายคือการช่วยให้พ่อแม่เลือกตัวอ่อนที่ "เหมาะสมที่สุด"

🔵 [เหนือกว่าแค่ "สุขภาพดี" คือต้อง "สมบูรณ์แบบ"]
บริษัทอ้างว่ากระบวนการนี้ช่วยเพิ่มโอกาสให้คู่รักมีลูกที่ "สมบูรณ์แบบ" ได้สูงสุด ซึ่งก้าวล้ำกว่าการทำ IVF แบบดั้งเดิมที่เน้นแค่การตรวจคัดกรองโรคร้ายแรง แต่ Nucleus IVF+ เจาะลึกไปถึงปัญหาสุขภาพทั่วไป เช่น ความเสี่ยงเบาหวาน, ความดันโลหิตสูง, มะเร็งต่อมลูกหมาก หรือแม้กระทั่ง ภาวะผมร่วงแบบผู้ชาย
 

เคียน ซาเดกี ผู้ก่อตั้ง Nucleus Genomics ให้สัมภาษณ์กับ CBS News เมื่อเดือนธันวาคม 2568 ถึงปรัชญาเบื้องหลังว่า "ชีวิตในฐานะพ่อแม่ไม่ได้จบลงแค่ที่อยากให้ลูกมีสุขภาพดีเท่านั้น... พวกเขาอยากให้ลูกเล่นกีฬา เข้าโรงเรียนที่ดีที่สุด และประสบความสำเร็จ"

สอดคล้องกับโฆษณาที่ปูพรมทั่วรถไฟใต้ดินนครนิวยอร์ก ที่ย้ำเตือนผู้ผ่านไปมาด้วยข้อความดึงดูดใจว่า 
"ไอคิว 50% เป็นพันธุกรรม" และ "ส่วนสูง 80% เป็นพันธุกรรม" พร้อมสัญญาว่าจะมอบ "ลูกที่ดีที่สุดของคุณ" ให้

🔵 [เส้นแบ่งศีลธรรมเลือนลาง: การคัดเลือกสายพันธุ์ หรือ Dystopia?]
ความก้าวหน้านี้นำมาซึ่งความกังวลขั้นวิกฤต เมื่อโลกใหม่ที่กล้าหาญกำลังใกล้เข้ามาอย่างน่าขนลุก การทำ IVF ปกติก็ถูกตั้งคำถามเรื่องศีลธรรมอยู่แล้ว แต่ Nucleus IVF+ ยิ่งตอกย้ำภาพของ "Dystopia" (โลกในจินตนาการที่เลวร้าย)

กระบวนการนี้ถูกมองว่าคือการ "คัดเลือกพันธุ์มนุษย์" (Eugenics) อย่างชัดเจน เพราะเมื่อคุณเลือก "ลูกที่ดีที่สุด" ตัวอ่อนที่เหลือก็จะถูกทิ้งเหมือนขยะ หรือถูกกำจัดทิ้งเพราะพันธุกรรม "ไม่เหมาะสม" ตามมาตรฐานพ่อแม่

อย่างไรก็ตาม ซาเดกี ได้โต้แย้งข้อกล่าวหานี้ โดยระบุว่า "นี่ไม่ใช่การคัดเลือกพันธุ์มนุษย์... แต่มันคือการให้ข้อมูลเพื่อให้พ่อแม่มอบชีวิตเริ่มต้นที่ดีที่สุดให้ลูก" พร้อมเสริมอย่างมั่นใจว่า "ถ้าคุณต้องการให้ลูกสูงขึ้นสองสามนิ้ว หรือมี IQ แตกต่างกันสักหน่อย ก็ทำได้เลย"

🔵 [อนาคตที่น่าหวั่นเกรง: ชนชั้นใหม่ของมนุษย์]
ในมุมมองทางจริยธรรม สิ่งที่ Nucleus IVF+ ทำ จัดอยู่ในกลุ่มการแทรกแซงเพื่อปรับปรุง "คุณภาพทางพันธุกรรม" ซึ่งเข้าข่ายนิยามของ Eugenics ที่อาจนำไปสู่การทำแท้งแบบเลือกสรร หรือการขยายขอบเขตการกำจัดตัวอ่อน จากเดิมที่ทำเฉพาะกลุ่มดาวน์ซินโดรม ไปสู่ปัจจัยอื่นๆ เช่น ความเสี่ยงโรคติดสุรา

เว็บไซต์ของบริษัทระบุข้อมูลที่น่าตกใจว่า ในท้ายที่สุด "4 ใน 10 ของพ่อแม่" ในสหรัฐฯ จะเลือกใช้วิธีปรับปรุงพันธุกรรมนี้ เพื่อเพิ่มโอกาสให้ลูกเข้ามหาวิทยาลัยชั้นนำ
.
หากเทคโนโลยีนี้แพร่หลาย เราอาจกำลังก้าวเข้าสู่ยุค "Brave New World" ที่สังคมเกิดการแบ่งแยกชนชั้นรูปแบบใหม่ ระหว่างเด็กที่ถูก "คัดเลือกอย่างรอบคอบ" (ฉลาดกว่า สูงกว่า แข็งแรงกว่า) กับเด็กที่เกิดตาม "ธรรมชาติ"
.
นี่อาจเป็นความฝันของกลุ่ม Transhumanist ที่อยากใช้เทคโนโลยีพาเผ่าพันธุ์มนุษย์ก้าวข้ามขีดจำกัดทางชีวภาพ แต่มันอาจเป็นฝันร้ายของมนุษยธรรม ที่ชีวิตถูกตีค่าด้วยเกรดทางพันธุกรรม และการกำจัดผู้ที่ "ไม่สมบูรณ์แบบ" กลายเป็นเรื่องปกติ