🔵 [เมื่อ ‘ยา’ ขาดช่วง... ความห่วงใยก็ไปไม่ถึง]
ภาพพ่อของผู้ก่อเหตุยกมือไหว้ขอโทษสังคมพร้อมใบรับรองแพทย์ ที่ปรากฏในภาพข่าว สะท้อนปัญหาใหญ่ของบ้านเรา นั่นคือ "การรักษาที่ไม่ต่อเนื่อง" การดูแลคนป่วยทางจิต ไม่เหมือนรักษาไข้หวัดที่กินยาแล้วหายขาด แต่มันคือการวิ่งมาราธอนที่ต้องอาศัย 3 แรงประสาน
หมอ จ่ายยาและรักษา
ครอบครัว คอยดูแลให้กินยา ไม่ให้ขาด
ชุมชน ช่วยเป็นหูเป็นตา ไม่รังเกียจ
ในเคสนี้ มี "ช่องโหว่" เกิดขึ้น เมื่อการรักษาขาดตอน ผู้ป่วยหยุดยา และหันกลับไปพึ่งยาเสพติด ทำให้กำแพงป้องกันพังทลายลง จนเกิดเหตุสลดขึ้น
🔵 [สังเกตให้ไว! ก่อนภัยมาถึงตัว]
เราจะรู้ได้อย่างไรว่าคนใกล้ตัวเริ่มมีอาการกำเริบ? จิตแพทย์ฝากคาถาง่ายๆ ให้ครอบครัวหมั่นสังเกต ถ้าเจออาการเหล่านี้ "อย่ารอ" ให้รีบพาไปหาหมอทันที
🚫 ไม่หลับไม่นอน: ตื่นตัวผิดปกติทั้งคืน
🚫 เดินวนไปมา: อยู่ไม่สุข กระสับกระส่าย
🚫 พูดคนเดียว: หัวเราะเอง หรือเหมือนคุยกับใครที่มองไม่เห็น
🚫 ฉุนเฉียว หวาดระแวง: คิดว่าคนจะมาทำร้าย
“เจอแค่ข้อเดียว ก็ควรส่งโรงพยาบาลแล้วครับ” นพ.ศรัณยู สุวรรณสะอาด รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสงขลากล่าว
🔵[รั้วโรงเรียนที่สูงแค่ไหน ก็กันปัญหาไม่ได้]
ความสูญเสียครั้งนี้ แลกมาด้วยชีวิตของ ครูผู้เสียสละ ที่โลกต้องจดจำ แต่บทเรียนที่สำคัญกว่าการสดุดีวีรกรรม คือการที่สังคมต้องหันมามองต้นตอปัญหาอย่างจริงจัง
หยุดมองว่าเรื่องจิตเวชเป็นเรื่องไกลตัว และต้องช่วยกันปิดประตูตายไม่ให้ "ยาเสพติด" เข้าถึงลูกหลาน เพราะต่อให้สร้างรั้วโรงเรียนสูงแค่ไหน ก็คงกันความรุนแรงไม่ได้... ถ้าคนในสังคมยังถูกปล่อยให้ป่วย และเข้าถึงยาเสพติดได้ง่ายกว่ายารักษาโรค