วันนี้ "ล่าความจริง" จะมาสรุปสถานการณ์ให้ฟัง และเจาะลึกให้เห็น "เกม" ของแต่ละฝ่ายที่จะพลิกให้ตัวเองกลับมาเป็นฝ่ายที่ได้เปรียบ ทั้งพรรคพลังประชารัฐ กลุ่มมุ้งในพลังประชารัฐ ท่าทีพรรคร่วมรัฐบาล และขั้ว 7 พรรคเพื่อไทย และพรรคพันธมิตร



"ล่าความจริง" เราขอเรียกสถานการณ์ที่พรรคพลังประชารัฐต้องเผชิญอยู่ว่า "ศึก 2 งู" เพราะต้องเจอทั้งปัญหางูกินหาง และปัญหางูเห่า

ข้อมูลล่าสุดที่ "ล่าความจริง" ได้มา ก็คือ ปฏิบัติการ "งูเห่า" ไม่ได้มีแค่ฝั่งพลังประชารัฐจ้องจะไปฉกเอาคนของขั้วเพื่อไทยมาเติมเสียงให้ตัวเองเท่านั้น (มีข่าวว่าจะได้เสียงสนับสนุนถึง 270 เสียง) แต่จริงๆ แล้วฝั่งเพื่อไทยเขาก็ดึงแนวร่วม 19 พรรคของพลังประชารัฐอยู่เช่นกัน แถมมีคำยืนยัว่า ดึงสำเร็จแล้วบางส่วนด้วย ฉะนั้นยิ่งการตั้งรัฐบาลยืดเยื้อและฝุ่นตลบมากขึ้นเท่าไหร่ เผลอๆ ขั้วเพื่อไทยจะมี "งูเห่า" ไปเติมมากขึ้นเท่านั้น

เรามาเจาะศึก 2 งูไปพร้อมกัน เริ่มจาก "งูกินหาง" ทำไมถึงเรียกว่า "งูกินหาง" ก็เพราะการต่อรองเก้าอี้รัฐมนตรีไม่ลงตัว และจากความไม่ลงตัวนั้นเอง จึงมีการเจรจาต่อรอง แลกเปลี่ยนเก้าอี้กันวุ่นไปหมด การเปลี่ยน 1 ตำแหน่ง ก็จะกระทบไปถึงตำแหน่งอื่นๆ เพราะเก้าอี้มีจำกัด และมี "ดีล" หลายดีล บางดีลตกลงไปแล้ว ก็ต้องเปลี่ยนใหม่อีก



ตัวอย่างที่เห็นชัดๆ ก็คือ เก้าอี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กับ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

เริ่มจากกระทรวงเกษตรฯ เราตัดช่วงคุยกันเฉพาะตอนที่เก้าอี้นี้เป็นโควต้าของพรรคประชาธิปัตย์ไปแล้ว คือประชาธิปัตย์ได้เก้าอี้ประธานสภาไป แถมยังได้โควต้ารัฐมนตรีเท่าเดิม "3 รัฐมนตรีว่าการ - 4 รัฐมนตรีช่วย" และหนึ่งใน 3 รัฐมนตรีว่าการ คือกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยพรรคประชาธิปัตย์หวังสร้างผลงานผลักดันนโยบาย "โฉนดสีฟ้า" ที่ต่อยอดจาก "โฉนดชุมชน" ที่เคยทำเอาไว้ รวมถึงนโยบายประกันรายได้ ที่ไม่ใช่ "จำนำข้าว"

แต่เป็นที่รู้กันว่า กระทรวงเกษตรฯ ถูกตีตราจองโดย คุณสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำกลุ่มสามมิตร ตั้งแต่ยกพลอดีต ส.ส.กลุ่มใหญ่เข้าพลังประชารัฐ แถมช่วงเดินสายหาเสียงก็ขายนโยบายโคล้านตัว เปลี่ยน ส.ป.ก.เป็นโฉนด ซึ่งเป็นหน้างานกระทรวงเกษตรฯทั้งสิ้น

คุณผู้ชมคงยังจำได้ ดีลนี้ไม่ลงตัว ถึงขนาดเมื่อวันจันทร์ แกนนำพลังประชารัฐเดินทางไปส่งเทียบเชิญพรรคประชาธิปัตย์เข้าร่วมรัฐบาล ยังปรากฏภาพ คุณสมศักดิ์ ร่วมเดินทางไปด้วย แล้วมีข่าวคุยไม่ลงตัว วงแตก พออีกวันประชาธิปัตย์เลยไม่ยอมประชุมเพื่อลงมติร่วมรัฐบาล และปล่อยยืดเยื้อแบบไม่มีกำหนดจนถึงปัจจุบัน

เท่านั้นยังไม่พอ ยังมี "ดีลเดิม" ระหว่างแกนนำพลังประชารัฐ กับพรรคชาติไทยพัฒนา ว่าจะยกเก้าอี้ 1 รัฐมนตรีว่าการ และ 1 รัฐมนตรีช่วยให้โดยชาติไทยพัฒนาจะได้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดีลนี้ทำท่าจะจบด้วยดี เพราะชาติไทยพัฒนาก็เป็นพรรคแรกที่ประกาศชัดเจนร่วมงานกับพลังประชารัฐ ต่อจาก "กลุ่ม 11 พรรคเล็ก"



ตัวอย่างที่เห็นชัดๆ ก็คือ เก้าอี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กับ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

เริ่มจากกระทรวงเกษตรฯ เราตัดช่วงคุยกันเฉพาะตอนที่เก้าอี้นี้เป็นโควต้าของพรรคประชาธิปัตย์ไปแล้ว คือประชาธิปัตย์ได้เก้าอี้ประธานสภาไป แถมยังได้โควต้ารัฐมนตรีเท่าเดิม "3 รัฐมนตรีว่าการ - 4 รัฐมนตรีช่วย" และหนึ่งใน 3 รัฐมนตรีว่าการ คือกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยพรรคประชาธิปัตย์หวังสร้างผลงานผลักดันนโยบาย "โฉนดสีฟ้า" ที่ต่อยอดจาก "โฉนดชุมชน" ที่เคยทำเอาไว้ รวมถึงนโยบายประกันรายได้ ที่ไม่ใช่ "จำนำข้าว"

แต่เป็นที่รู้กันว่า กระทรวงเกษตรฯ ถูกตีตราจองโดย คุณสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำกลุ่มสามมิตร ตั้งแต่ยกพลอดีต ส.ส.กลุ่มใหญ่เข้าพลังประชารัฐ แถมช่วงเดินสายหาเสียงก็ขายนโยบายโคล้านตัว เปลี่ยน ส.ป.ก.เป็นโฉนด ซึ่งเป็นหน้างานกระทรวงเกษตรฯทั้งสิ้น

คุณผู้ชมคงยังจำได้ ดีลนี้ไม่ลงตัว ถึงขนาดเมื่อวันจันทร์ แกนนำพลังประชารัฐเดินทางไปส่งเทียบเชิญพรรคประชาธิปัตย์เข้าร่วมรัฐบาล ยังปรากฏภาพ คุณสมศักดิ์ ร่วมเดินทางไปด้วย แล้วมีข่าวคุยไม่ลงตัว วงแตก พออีกวันประชาธิปัตย์เลยไม่ยอมประชุมเพื่อลงมติร่วมรัฐบาล และปล่อยยืดเยื้อแบบไม่มีกำหนดจนถึงปัจจุบัน

เท่านั้นยังไม่พอ ยังมี "ดีลเดิม" ระหว่างแกนนำพลังประชารัฐ กับพรรคชาติไทยพัฒนา ว่าจะยกเก้าอี้ 1 รัฐมนตรีว่าการ และ 1 รัฐมนตรีช่วยให้โดยชาติไทยพัฒนาจะได้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดีลนี้ทำท่าจะจบด้วยดี เพราะชาติไทยพัฒนาก็เป็นพรรคแรกที่ประกาศชัดเจนร่วมงานกับพลังประชารัฐ ต่อจาก "กลุ่ม 11 พรรคเล็ก"

จากปัญหา "งูกินหาง" ได้พัฒนาเป็นปัญหา "งูเห่า" เพราะมีข่าวลือ "กลุ่มสามมิตร" ขู่ยก ส.ส. 30 คนลาออกไปซบพรรคเพื่อไทย ซึ่งถ้าไปจริง ก็จะกลายเป็น "งูเห่า" ทำให้ฝั่งขั้วเพื่อไทยมีเสียงเกินครึ่งทันที นอกจากนั้นยังมี ส.ส.ประชาธิปัตย์บางส่วนที่สนับสนุนแนวทาง "หัวหน้าอภิสิทธิ์" คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรค คือไม่เอา "บิ๊กตู่" ขอเป็นฝ่ายค้านอิสระ ก็อาจมีคนไม่ยกมือให้ "บิ๊กตู่" อีกจำนวนหนึ่ง ส่งผลคล้ายๆ งูเห่าเหมือนกัน เรียกว่า "งูเห่าโดยสภาพ"


และล่าสุดเรายังได้ข่าวมาว่า "กลุ่ม 11 พรรคเล็ก" ที่ตอนนี้เหลือ 10 พรรค และเคยเปิดตัวประกาศสนับสนุนพรรคพลังประชารัฐนั้น เมื่อการจัดตั้งรัฐบาลยืดเยื้อ ก็มีบางคนบางพรรคไปติดต่อฝั่งเพื่อไทยแล้ว แหล่งข่าวของเรายืนยันว่า จะเปลี่ยนข้างถึงครึ่งหนึ่งเลยทีเดียว เพราะต้องไม่ลืมว่า หัวหน้าพรรคบางคนก็เคยร่วมงานกับฝั่งเพื่อไทยมาก่อน เป็นอดีตรัฐมนตรีกระทรวงเกรดเอ ก็เคยมี ส่วนคุณสมศักดิ์ รวมถึงคุณสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ก็ล้วนเคยอยู่ขั้วเพื่อไทย เป็นขุนพลพรรคไทยรักไทยในอดีต ได้ดิบได้ดีจากคุณทักษิณ ชินวัตร ทั้งนั้น