จากการตรวจสอบ พ.ร.บ.จราจรทางบก มาตรา 140 ยังพบว่าตำรวจมีอำนาจเรียกตรวจรถ และเรียกตรวจใบขับขี่ รวมถึงยึดใบขับขี่ได้ เมื่อพบการกระทำความผิด ทำให้มีการตีความตามตัวอักษรว่า ถ้าไม่พบการกระทำความผิด ก็น่าจะเรียกตรวจรถไม่ได้ เพราะกระทบสิทธิ์ประชาชน

แต่เมื่อไปตรวจสอบ พ.ร.บ.รถยนต์ มาตรา 66 จะพบบทบัญญัติว่า ผู้ใดขับรถโดยไม่แสดงใบอนุญาตขับรถ และสำเนาภาพถ่ายใบคู่มือจดทะเบียนรถ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท นี่เองที่เป็นอำนาจของตำรวจจราจรในการตรวจใบขับขี่ และถ้าผู้ขับขี่ไม่แสดง ก็ต้องถูกดำนินคดี มีโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท

ฉะนั้นชายวัยกลางคนในคลิป เมื่อถูกเรียกตรวจใบขับขี่ แม้ไม่ได้กระทำผิดอะไรมา ก็มีหน้าที่ต้องแสดงใบขับขี่ต่อเจ้าพนักงานตำรวจ หากไม่มี หรือไม่ได้พกมา ก็ต้องยอมถูกปรับ ไม่ใช่อ้างตำแหน่งหน้าที่ราชการเพื่อให้พ้นผิด หรือถ้าจะเจรจาขอผ่อนผัน แล้วนำหลักฐานอื่นมาแสดงว่าตนเป็นเจ้าของรถจริง ไม่ได้ไปก่ออาชญากรรมมา ก็น่าจะลดหย่อนผ่อนโทษได้



สาเหตุที่เรื่องนี้บานปลาย ไม่ใช่แค่เพราะมีคลิปใช้ตำแหน่งใหญ่โตข่มตำรวจถูกเผยแพร่ออกมา แต่ปัญหาคือ ผู้กำกับฯ โชค ได้ไปสั่งย้าย "สิบตำรวจตรี" ที่ขอตรวจใบขับขี่อธิบดี จนเป็นเรื่องเป็นราว พอเรื่องนี้กลายเป็นข่าวดัง นายกฯ ต้องสั่งการให้ย้ายกลับ เพราะถือว่า ปฏิบัติหน้าที่อย่างถูกต้องและเต็มกำลังความสามารถ