อุณหภูมิการเมืองที่ระนองกำลังเดือดปุดๆ ไม่ต่างจากบ่อน้ำพุร้อน / เมื่อ อดีตนายก อบจ. 2 สมัยอย่าง "นายกฯเอ" คงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ ทายาทเจ้าของลูกชิ้น "นายฮั่งเพ้ง" ผนึกกำลังกับ "ส.จ.แดง" วรานนท์ เกลื่อนสิน ประธานสภา อบจ.ระนอง พร้อมทีมสมาชิก อบจ.รวม 12 ชีวิต เปิดตัวสู้ศึกชิงเก้าอี้ ส.ส.ระนอง ในนามพรรคภูมิใจไทย 
พื้นที่นี้มีแชมป์เก่าเจ้าของพื้นที่เดิมเป็นขุนพลประชาธิปัตย์ นามว่า "วิรัช ร่มเย็น" อดีต ส.ส. 8 สมัย

งานนี้จึงไม่ต่างอะไรจาก "ศึกช้างชนช้าง" เพราะเดิมพันสูงถึงระดับ "ฝ่ายหนึ่งแพ้ไม่ได้ ส่วนอีกฝ่ายต้องไม่แพ้" 
วิรัช ร่มเย็น ครองแชมป์เป็น ส.ส.ระนอง มาตั้งแต่ปี 35 ไม่เคยสอบตกเลยแม้แต่สมัยเดียว ประสบการณ์การเมืองระดับเขี้ยวลากดิน ผ่านงานมาแล้วอย่างโชกโชนทั้งฝ่ายนิติบัญญัติและบริหาร / เคยเป็นกรรมาธิการหลายชุด / และเคยนั่งเป็นเลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี / แถมยังเคยโชว์ความรู้ความสามารถด้านกฎหมาย เป็นคณะทำงานสู้คดียุบพรรคประชาธิปัตย์จนได้รับชัยชนะในศาลรัฐธรรมนูญมาแล้ว

ส่วน "นายกฯเอ" คงกฤช ฉัตรมาลีรัตน์ มีจุดแข็งที่ผลงานอันโดดเด่นช่วงเป็นนายก อบจ. จนเป็นขวัญใจคนระนอง / แถมยังคุม ส.จ.ได้เกือบทั้งจังหวัด / จึงมีฐานคะแนนกระจายไปแทบทุกอำเภอ และยังมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นลูกข่ายอีกเกินครึ่ง / ทำให้คอการเมืองเชื่อว่า ศึกเลือกตั้งหนนี้ น่าจะสู้กันสูสีสุดพรรณนา และคงไม่ใช่ "วิรัชนอนมา" เหมือนการหย่อนบัตรหลายๆ ครั้งในอดีต 

โมเมนท์ที่ "นายกฯเอ" พาสมัครพรรคพวกไปสมัครเข้าพรรคภูมิใจไทยถึงที่ทำการพรรคในกรุงเทพฯ ท่ามกลางการต้อนรับอย่างอบอุ่นของหัวเรือใหญ่อย่าง อนุทิน ชาญวีรกูล ย่อมสะท้อนให้เห็นว่า ภูมิใจไทยก็พร้อมใส่เต็มเหนี่ยว หวังปักธงที่สนามระนองเช่นกัน 

ข้างฝ่าย "วิรัช ร่มเย็น" ถึงนาทีนี้ยังใช้ความสงบสยบความเคลื่อนไหว ไม่ยอมเปิดแผนรณรงค์หาเสียงก่อนเวลาอันควร แต่ก็เป็นที่รู้กันดีว่าพรรคการเมืองเก่าแก่ที่ช่ำชองการเมืองอย่างประชาธิปัตย์ แค่วันเดียวก็สามารถพลิกคะแนนนิยมจากตามหลังเป็นชนะได้ แถมเส้นทางการเมืองระดับชาติ วิรัชรู้ตื้นลึกหนาบางเป็นอย่างดี / รู้ช่องทางเอาชนะในระดับ "หลับตาเดิน" / ที่สำคัญคือ "หัวคะแนน" ยังคงแนบแน่น ไม่เปลี่ยนฟาก 

ฉะนั้นภารกิจล้มยักษ์จึงไม่ใช่เรื่องง่าย หนำซ้ำ "ความเป็นประชาธิปัตย์" ยังเป็นจิตวิญญาณของคนใต้จำนวนไม่น้อย 
ว่ากันว่าคนระนองแทบรอไม่ไหว อยากให้ถึงวันหย่อนบัตรเร็วๆ จะได้รู้กันเสียทีว่า สนามการเมืองที่ระนอง ถึงคราต้องเปลี่ยนแปลงแล้วหรือยัง