สดร.ให้ความรู้วัตถุที่ตกบนท้องฟ้า มีอะไรบ้าง รู้ไว้จะได้ไม่แตกตื่น

สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ ให้ความรู้เกี่ยวกับชื่อเรียก #วัตถุท้องฟ้า ที่ตกลงมา หลังกลายเป็นกระแสในโซเชียล กรณีมีผู้พบเห็นแสงสว่างวาบบนท้องฟ้า สีฟ้าอมเขียว และเกิดเสียงดังสนั่นในพื้นที่ภาคเหนือเมื่อวานนี้

สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ชี้แจงกรณีมีการแชร์ข้อมูลจำนวนมากในโซเชียลมีเดีย ช่วงเย็นวันที่ 22 มิถุนายน 2564 มีผู้พบเห็นแสงสว่างวาบบนท้องฟ้า สีฟ้าอมเขียว หลังจากนั้นได้ยินเสียงดังสนั่นพร้อมกันในหลายพื้นที่บริเวณภาคเหนือของไทย เขตจังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน พะเยา แม่ฮ่องสอน ลำปาง ฯลฯ

โดยนายศุภฤกษ์ คฤหานนท์ หัวหน้างานบริการวิชาการทางดาราศาสตร์ สดร. กล่าวว่า จากหลักฐานภาพ และคลิปคาดว่าเป็น ดาวตกชนิดระเบิด (Bolide)" โดยปกติแล้ว ดาวตกที่เข้ามาในชั้นบรรยากาศจะเริ่มเกิดความร้อนสูงจนเกิดการลุกไหม้ที่ความสูงประมาณ 80-120 กิโลเมตร จึงมักจะสูงเกินกว่าที่จะได้ยินเสียง

อย่างไรก็ตาม ในบางครั้งดาวตกอาจจะแผ่คลื่นเสียงกระแทก (sonic boom) ในลักษณะเดียวกันกับเครื่องบินความเร็วเหนือเสียง ซึ่งสอดคล้องกับรายงานการพบเห็นที่ระบุว่าเห็นแสงวาบก่อนที่จะได้ยินเสียงตามมา ซึ่งระยะเวลาระหว่างการพบเสียงและแสงนั้นจะขึ้นอยู่กับระยะห่างของดาวตกในขณะที่พบเห็น ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าวัตถุดังกล่าวนั้นจะตกลงมาถึงพื้นโลกเป็นอุกกาบาตหรือไม่ ดาวตกส่วนมากที่ตกลงมานั้นจะไหม้หมดไปในชั้นบรรยากาศ สำหรับอุกกาบาตที่ใหญ่พอจนตกลงมาถึงพื้นโลกได้นั้น มีการประมาณการกันว่ามีอยู่ประมาณ 6000 ดวงในทุกๆ ปี แต่ส่วนมากนั้นตกลงในมหาสมุทร หรือพื้นที่ห่างไกลที่ไม่มีผู้ใดพบเห็น ในประวัติศาสตร์ของมนุษย์นั้น มีอุกกาบาตเพียงไม่กี่ชิ้นที่มนุษย์สามารถเก็บขึ้นมาได้หลังจากมีผู้พบเห็นเป็นดาวตกอยู่บนท้องฟ้า

ในแต่ละวันจะมีอุกกาบาตเข้ามาในชั้นบรรยากาศของโลกเป็นจำนวนมาก แต่โดยทั่วไปจะไหม้หมดไปตั้งแต่ความสูงนับร้อยกม. ในชั้นบรรยากาศ ในทางดาราศาสตร์ถือเป็นเรื่องปกติและสามารถอธิบายได้ ไม่ต้องตื่นตระหนกตกใจเพราะโอกาสที่จะเกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินนั้นมีความเป็นไปได้น้อยมาก

สดร.ให้ความรู้วัตถุที่ตกบนท้องฟ้า มีอะไรบ้าง รู้ไว้จะได้ไม่แตกตื่น




ล่าสุด เพจ NARIT สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ โพสต์ภาพกราฟฟิกพร้อมข้อความ ทำความรู้จักกับชื่อเรียก #วัตถุท้องฟ้า ขณะเคลื่อนที่เข้ามาในชั้นบรรยากาศโลก อาทิ #ดาวตก (#Meteor) #ลูกไฟ (#Fireball) #ดาวตกชนิดระเบิด (#Bolide) ต่างกันอย่างไร ? ระบุว่า


"รู้หรือไม่...ดาวตก (Meteor) ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะช่วงเวลาที่เกิดปรากฏการณ์ฝนดาวตกเท่านั้น แต่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกคืน หากเราสังเกตการณ์ท้องฟ้าในเวลากลางคืนเราจะพบเห็นดาวตกหลายดวงและจะเห็นได้มากขึ้นหากช่วงเวลาดังกล่าวเป็นช่วงที่เกิดปรากฏการณ์ฝนดาวตก

วัตถุต้นกำเนิดของดาวตกคือ วัตถุท้องฟ้าขนาดเล็ก ได้แก่ ดาวเคราะห์น้อย (Asteroid) และดาวหาง (Comet) รวมถึงเศษชิ้นส่วนที่กระเด็นจากการพุ่งชนบนดวงจันทร์หรือดาวอังคาร เป็นต้น เมื่อเศษชิ้นส่วนดังกล่าวเคลื่อนที่เข้ามายังชั้นบรรยากาศโลก การปะทะระหว่างวัตถุที่เคลื่อนที่อย่างรวดเร็วกับอนุภาคในชั้นบรรยากาศ ทำให้อากาศอัดตัวอย่างฉับพลันเกิดความร้อนสูงจนลุกไหม้เกิดเป็นแสงสว่างวาบพาดผ่านท้องฟ้า เกิดเป็น #ดาวตก

กรณีที่เศษชิ้นส่วนมีขนาดใหญ่ ความร้อนและแสงสว่างที่เกิดขึ้นก็จะมากขึ้นตามไปด้วย นักวิทยาศาสตร์เรียกดาวตกที่มีแสงสว่างมาก หรือมีค่าโชติมาตรปรากฎประมาณ -4 (ความสว่างเทียบเท่าความสว่างของดาวศุกร์) นี้ว่า #ลูกไฟ และหากมีความสว่างเทียบเท่ากับความสว่างของดวงจันทร์เต็มดวง หรือเกิดการระเบิดขึ้นกลางอากาศ นักดาราศาสตร์จะเรียกว่า #ดาวตกชนิดระเบิด

ดาวตก (Meteor) ลูกไฟ (Fireball) และ ดาวตกชนิดระเบิด (Bolide) ต่างมีความน่าสนใจทั้งสิ้น แต่สิ่งที่นักวิทยาศาสตร์ให้ความสนใจเป็นพิเศษคือ เหตุการณ์ลูกไฟตก หรือ ดาวตกชนิดระเบิด เนื่องจากวัตถุต้นกำเนิดน่าจะมีขนาดใหญ่มากพอจะมีเศษชิ้นส่วนที่หลงเหลือจากการเผาไหม้ขณะเดินทางผ่านชั้นบรรยากาศโลกตกถึงพื้นได้ เราเรียกวัตถุที่ตกถึงพื้นผิวโลกว่า อุกกาบาต (Meteorite)

บางครั้ง ลูกไฟ หรือ ดาวตกชนิดระเบิด จะสว่างมากจนเราสังเกตเห็นได้ในเวลากลางวัน ที่มีผู้พบเห็นเหตุการณ์จำนวนมากอาจจะสร้างความแตกตื่นให้กับผู้คนในวงกว้าง รวมถึงโอกาสที่จะมีชิ้นส่วนหลงเหลือถึงพื้นโลกและสร้างผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตก็จะมากยิ่งขึ้นด้วย ความเสียหายจากการพุ่งชนพื้นผิวโลกจากวัตถุในอวกาศสามารถดูได้จากหลุมอุกกาบาตที่กระจายอยู่ทั่วโลก บรรดานักล่าอุกกาบาต หรือนักดาราศาสตร์ที่ศึกษาเกี่ยวกับอุกกาบาตจะค้นหาชิ้นส่วนของอุกกาบาตเพื่อระบุประเภท องค์ประกอบทางเคมี และประเมินย้อนกลับถึงความเป็นไปได้ว่าชิ้นส่วนอุกกาบาตที่ค้นพบนั้น มาจากวัตถุต้นกำเนิดชนิดใด

หมายเหตุ: ชื่อเรียกวัตถุท้องฟ้าขณะที่เคลื่อนที่เข้ามาในชั้นบรรยากาศโลกนั้น ผู้เขียนจะอภิธานศัพท์ในการเรียก meteor หรือ meteoroid ว่า "ดาวตก" แทนคำว่า "สะเก็ดดาว" เนื่องจากคำว่าสะเก็ดดาวนั้นอาจจะทำให้ผู้อ่านเกิดความเข้าใจผิดว่าเป็นเศษชิ้นส่วนหรือสะเก็ดของดาวฤกษ์ โดยดาวตกนี้จะหมายรวมถึงวัตถุต้นกำเนิดทั้งหมด อาทิ ดาวหาง ดาวเคราะห์น้อย หรือวัตถุขนาดเล็กที่เคลื่อนที่เข้ามาในชั้นบรรยากาศโลก