"ธรรมนัส" กับยุทธศาสตร์การเมือง 2 ขาของ "3 ป."

ท่ามกลางความชื่นมื่นทางการเมืองของพรรคพลังประชารัฐที่สามารถ "จัดทัพ" ปรับโครงสร้างภายในได้อย่างราบรื่นนั้น ยังคงมีเสียงกังขาเกี่ยวกับแนวคิดการวางตัว "ผู้กองธรรมนัส" เป็นเลขาธิการพรรค ว่าทางพรรคใช้หลักคิดอะไร เหตุใดจึงไม่ใส่ใจกับปัญหาภาพลักษณ์และการถูกโจมตีจนตกเป็นเป้าทางการเมืองของผู้กองคนดัง

ศ.ดร. ไชยันต์ ไชยพร นักรัฐศาสตร์ชื่อดัง มองว่า พรรคพลังประชารัฐเห็นแก่ประโยชน์จากคะแนนเสียงที่จะได้ในการเลือกตั้งทั่วไปคราวหน้า จึงตัดสินใจ้บริการ ร้อยเอกธรรมนัส เพราะที่ผ่านมามีผลงานที่ทำให้ชนะเลือกตั้งซ่อมที่จังหวัดนครศรีธรรมราช รวมถึงจังหวัดอื่นๆ และการเลือกตั้งท้องถิ่นที่พรรคพลังประชารัฐสนับสนุนด้วย

"ธรรมนัส" กับยุทธศาสตร์การเมือง 2 ขาของ "3 ป."

แต่ผลงานที่ผ่านมาจะใช้กับการเลือกตั้งทั่วไป ซึ่งเป็นการเลือกตั้งใหญ่ได้หรือไม่ เรื่องนี้ต้องรอการพิสูจน์ เพราะเมื่อพรรคพลังประชารัฐเลือกเส้นทางนี้ และสนับสนุน พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา สู้ศึกการเมืองต่อไป ประชาชนจะนำ พลเอกประยุทธ์ กับ ร้อยเอกธรรมนัส มาชั่งน้ำหนัก ก่อนตัดสินใจว่าจะเลือกดีหรือไม่เลือกดี ซึ่งตนเชื่อว่าคะแนนสนับสนุนจะหายไปพอสมควร เพราะคนจะไม่ศรัทธา พลเอกประยุทธ์ ในแง่ที่ว่าจะสามารถควบคุมความโปร่งใสได้อีกต่อไป แต่ตัวแปรสำคัญก็ต้องดูหัวหน้าพรรคการเมืองคนอื่นที่เป็นคู่แข่งด้วยว่าเป็นใคร

"ธรรมนัส" กับยุทธศาสตร์การเมือง 2 ขาของ "3 ป."


ขณะที่แหล่งข่าวภายในพรรคพลังประชารัฐเอง บอกว่า ยุทธศาสตร์การเมืองของ "กลุ่ม 3 ป." เป็น "ยุทธศาสตร์ 2 ขา" ขาที่หนึ่ง จะใช้ ร้อยเอกธรรมนัส ในนามของพรรคพลังประชารัฐ เป็นที่รวมของกลุ่มก๊วนการเมืองที่มีอิทธิพลในระดับท้องถิ่น เพื่อโกยคะแนนเลือกตั้ง ส.ส.ระบบแบ่งเขต เนื่องจากมีการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญคู่ขนานกันไป ให้เปลี่ยนระบบเลือกตั้งเป็นระบบบัตร 2 ใบ โดยเพิ่ม ส.ส.เขตเป็น 400 เขต จากเดิม 350 เขต และลด ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อเหลือแค่ 100 คน จากเดิม 150 คน
เมื่อ ส.ส.เขตเพิ่มขึ้น จำนวนเขตเลือกตั้งมากขึ้น จะทำให้เขตเล็กลง กลุ่มการเมืองที่มีฐานในระดับท้องถิ่นจะได้เปรียบ
ประเด็นเรื่องภาพลักษณ์นั้น ทาง "กลุ่ม 3 ป." ได้วางแผนเปิดพรรคใหม่ เพื่อสร้างภาพใหม่เอาไว้ 1-2 พรรค ซึ่งถือเป็น "ขาที่สอง" ของยุทธศาสตร์การเมืองที่วางเอาไว้ โดยจะเป็นพรรคที่เป็นแหล่งรวมของ "เทคโนแครต" หรือผู้ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เช่น อดีตข้าราชการระดับสูง อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดที่มีภาพดี และอดีตผู้บริหารส่วนราชการสำคัญๆ เพื่อเป็นทางเลือกให้ประชาชนว่ามีบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถพร้อมสำหรับการบริหารประเทศต่อไป